ไอซ์ รักชนก หลั่งน้ำตาปราศรัยสาบาน ถ้ายังเป็น สส.อยู่ จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความฝัน-ความหวังประชาชน

ไอซ์ รักชนก หลั่งน้ำตาปราศรัยสาบาน ถ้ายังเป็น สส.อยู่ จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความฝัน-ความหวังประชาชน

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.55 น.

‘ไอซ์ รักชนก’หลั่งน้ำตาปราศรัยสาบานถ้ายังเป็น สส.อยู่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความฝัน-ความหวังประชาชน ปลุกด้อมส้มส่ง ‘เท้ง’เข้าทำเนียบตั้งรัฐบาลประชาชน 

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พรรคประชาชน (ปชน.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย เปลี่ยนประเทศไทย  โดย น.ส.รักชนก ศรีนอก กล่าวปราศรัย ว่า ตั้งแต่เราเกิดมาในประเทศนี้ ตนเชื่อว่าหลายๆ ท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้ไม่ได้ต่างจากตน ถ้าใครเรียนในโรงเรียนรัฐหรือเกิดในชุมชนแออัดท่านจะพบเห็นปัญหาสังคมมากมาย  ปัญหายาเสพติด เด็กท้องก่อนในวัยเรียน หรือเด็กยากจนที่ต้องหลุดจากระบบการศึกษา และตอนที่เรายังเป็นเด็ก เราถูกทำให้เชื่อว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่ไม่สามารถมีใครเข้ามาแก้ไขปัญหาได้ เป็นเรื่องของบุญกรรมที่ทำให้พวกเรามีชีวิตแบบนี้ 


น.ส.รักชนก กล่าวว่า เราไปเห็นโรงเรียนใหญ่ๆ ที่มีสนามกีฬากว้าง เราก็อาจจะคิดว่าเราซวยเองที่เกิดมาในครองครัวที่ยากจน แต่มันไม่ใช่แบบนั้น พ่อแม่พี่น้องที่เข้าสู่วัยทำงานท่านเดินออกไปทำงาน สูดฝุ่นพิษ PM 2.5 เข้าปอด เราก็จะคิดว่าเมื่อไรเรื่องนี้จะผ่านไปสักที และปีหน้ามันก็จะผ่านมาอีก แต่ไม่มีใครคิดแก้ปัญหาให้ท่านจริงจัง คุณพี่คุณน้าที่ส่งประกันสังคม  ท่านที่ส่งประกันสังคมและได้รับสิทธิแบบอนาถา แบบเจียดของท่านมารักษาท่าน มาให้สิทธิ์ท่าน ๆ ก็ถูกทำให้เชื่อมาตลอดตั้งแต่มีประกันสังคมว่ามันไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เพราะสิทธิ์มันก็ได้แค่นี้ และเราก็ไม่รู้ว่าจะไปเรียกร้องจากใคร พอท่านแก่ชราท่านก็ได้สวัสดิการแบบอนาถาเช่นเดียวกัน และท่านก็ด็แต่คิดว่าชาตินี้ ทำบุญเยอะๆ ชาติหน้าเกิดมาก็จะได้ไปเกิดในตระกูลที่ร่ำรวยกว่านี้ ตนอยากบอกว่าทั้งหมดทั้งมวลที่ท่านเจอตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน มันไม่ใช่เรื่องของบุญทำกรรมแต่งแต่ในชีวิตของท่านอาจจะเกิดมาในช่วงชีวิตที่มีรัฐบาลที่ไร้ความสามารถเท่านั้นเอง หลายๆ รัฐบาลอาจไม่ได้มีเจตจำนงที่จะเข้ามาทำทำประโยชน์เพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนจริงๆ นั่นคือสิ่งที่สำคัญกว่าความสามารถของรัฐบาล  

น.ส.รักชนก กล่าวว่า  ถ้าเรามีรัฐบาลที่มีเจตจำนงพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ต่างจังหวัด เราจะมีการกระจายอำนาจ กระจายเม็ดเงิน ไม่ให้พี่น้องต้องเข้าสู่เมืองหลวง มาแย่งกันใช้ชีวิต  แย่งกันทำงาน ในกทม.การกระจายอำนาจคือกุญแจสำคัญที่จะพาพวกเราไปสู่ความเจริญในทุกๆ จังหวัด  ตนอยากบอกว่าการเปลี่ยนแปลงที่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล มาเป็นพรรคประชาชนวันนี้พูดถึง มันคือความเรียบง่ายในประเทศที่เจริญแล้วที่เขามีกัน มันเป็นความธรรมดา ความปกติ แต่การเปลี่ยนแปลงที่เราเสนอถูกบิดเบือนเสมอมาว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัว มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มาโค่นล้มบางสิ่งบางอย่างที่ฝั่งอนุรักษ์นิยมเชื่อและศรัทธา แต่ตนยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงในแบบที่เราฝันถึงมันก็แค่ระบบการศึกษาที่ทำให้เด็กๆ ยากจนไม่ต้องหลุดจากระบบการศึกษา ทุกคนสามารถยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจได้โดยไม่มีทุนเทาหรือทุนใหญ่ มาคอยขูดรีดท่านผ่านค่าไฟ หรือขอในตลาดก็ไม่ต้องมีนายทุนห้องแอร์มาเปิดขายแข่งกับท่านและระบบยุติธรรมที่ทุกคนสามารถยืนเท่าเทียมเสมอหน้ากันเท่าเทียมกันได้ต่อหน้ากฎหมาย นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่พวกเราฝัน

น.ส.รักชนก แต่คน 1 % ที่ถือครองทรัพยากรของประเทศนี้เอาไว้ ถือครองเอาอำนาจในการบริหารจัดการระบบราชการ ถือครองอำนาจในการบริหารจัดการทรัพยากร ถือครองอำนาจของใบอนุญาตใบที่สอง บิดเบือนเจตนารมณ์ของพวกเรา ทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของพวกเราผิด และคน 1 % พยายามที่จะทุบทำลายพวกเราประชาชน ให้แบ่งออกเป็นหลักฝักหลายฝ่ายและพยายามทุบทำลายองคาพยพที่เป็นความหวังความฝันของประชาชน เขายุบพรรคอนาคตใหม่ เขาติดสิทธิ์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ เพียงแค่ว่าองคาพยพนี้อยากทำงานการเมืองอย่างตรงไปตรงมา รับเงินจากใครก็บอกประชาชนตรงๆ แต่เขากลับยุบพรรคพวกเรา แต่คนที่รับเงินทุนใหญ่ แล้วมาซื้อเสียงในช่วงเลือกตั้ง บิดเบือนบัญชี คนที่รับเงินจากสแกมเมอร์แล้วก็มาประโคมเงินซื้อคะแนน ดูถูกประชาชน ตนไม่ได้พูดเอง เมื่อ 2 วันที่แล้ว ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ก็ช่วยยืนยันว่าเขามั่นใจมากๆ ว่าทุกพรรคการเมืองซื้อเสียงกันหมด ก็ต้องขอขอบคุณท่านธรรมนัส ที่ยืนยันว่าทุกพรรคการเมืองซื้อเสียงเหมือนกันหมด มีเพียงพรรคประชาชนที่ถ้าเราโดนกล่าวหาเรื่องนี้คงมีพ่อแม่พี่น้องมาแก้ข่าวให้ว่าเช้าๆ ขับรถแห่ไปยังขอข้าวกันอยู่เลย 

น.ส.รักชนก กล่าวว่า เขายุบพรรคก้าวไกล เพียงเพราะพวกเราตั้งใจตั้งหน้าตั้งตาทำงาน พวกเราคือพรรคการเมืองที่มี สส.ไปลงมติมากที่สุดในสภา และลงสม่ำเสมอแต่เขายุบพรรคเรา เพียงแค่เราทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ  นั่นทำให้เขาตัดสิทธิ์ ยุบพรรค ตัดสิทธิ์พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ทั้งๆ ที่ยกตัวอย่าง นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรฯ ลงมติในสภาทั้งหมด 183 ครั้ง แต่มาลงมติเพียง  138 ครั้ง ตามสถิติที่ถูกจดบันทึกไว้ มี สส.อีกหลายๆ ท่านที่ไม่แม้กระทั่งมาโหวตกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน แต่คนเหล่านั้นกลับไม่โดนอะไรเลย ตนอยากถามว่าพวกเราทำอะไรผิด หรือความผิดของพวกเรามันก็เป็นเพียงแค่อยากเห็นประเทศนี้หลุดออกจากระบบอำนาจเก่าๆ และได้ลืมตาขึ้นมาแล้วพ่อแม่พี่น้องสามารถรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลที่ตัวเองอยากเห็นได้ นี่คือความผิดของพวกเราหรือ

ทั้งนี้ในช่วงท้าย  น.ส.รักชนก กล่าวปราศรัยด้วยน้ำตา ว่า มาวันนี้ตนเป็นสมาชิกของพรรคประชาชน หลายๆ คนตั้งคำถามว่าเราจะโดนอะไรอีก ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะใช้อำนาจ ใช้เครื่องมือไหน มาทุบทำลายพวกเรา มาทุบทำลายองคาพยพสีส้มนี้ แต่ตนเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ มันไม่มีอะไรเหมือนเดิม ตนคือคนหนึ่งที่สาบานกับตัวเองในสภาในวันที่นายพิธา ต้องก้าวออกไปว่าตนจะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างสูงสุด และในการเลือกตั้งครั้งนี้ เราทุกคนอย่าปล่อยให้มันจบแบบเดิม เราจะต้องส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ส่งทีมบริหารของพรรคประชาชน เข้าไปเปลี่ยนแปลงสร้างสรรค์ประเทศนี้ด้วยกัน

น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า  ตนขอสาบานเลยว่าถ้าตนยังมีชีวิตและยังเป็น สส.อยู่ ตนจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความฝัน ความหวังของประชาชนที่เอาใส่บ่าใส่หลังพวกเรามาอย่างเต็มที่อย่างดีที่สุด กูรูการเมืองทั่วประเทศประเมินอะไรหลายๆสิ่งหลายๆ อย่างแต่สิ่งที่เขาลืมไปคือพี่น้องประชาชนที่ตื่นรู้แล้ว มีความคิดเป็นของตัวเองและเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลง เราจะร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไปด้วยกัน ขอแรงพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้พวกเราในวันนี้ เพื่อส่งนายณัฐพงษ์ไปนั่งเก้าอี้นายกฯ ดิฉันสัญญา องคาพยพสีส้มของพวกเราสัญญา ว่าสิ่งที่ท่านเลิกเชื่อไปแล้ว รัฐบาลที่จะมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนโดยไม่โกงกิน ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น ทำงานอย่างอุทิศกายและใจ เพื่อให้แผ่นดินนี้ได้พบกับความสุข ความเจริญ ให้ประเทศนี้สามารถมีพื้นที่ยืนสู้กับนานาอารยประเทศได้ 

“ดิฉันสัญญาว่าองคาพยพสีส้ม รัฐบาลประชาชน เราจะทำอย่างสุดความสามารถ ขอโอกาสให้พวกเรา ขอโอกาสให้ความหวังของประเทศนี้ได้ดังผ่านคูหาเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้หลัง 17.00 น เราได้มีอนาคต มีความเป็นไปได้ในแบบใหม่ ๆ ไปมีโอกาสที่จะมีรัฐธรรมนูญที่จะเป็นหมุดหมายแรกของรัฐธรรมนูญที่เป็นหมุดหมายแรกในการอยู่ร่วมกันของสังคมนี้ที่เป็นธรรม มีองค์กรอิสระที่ยึดโยงกับพี่น้องประชาชน ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน และขอโอกาสให้รัฐบาลประชาชนได้มาร่วมสร้างสรรค์เปลี่ยนแปลงประเทศนี้ไปด้วยกันกับพี่น้องประชาชน ” น.ส.รักชนก
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top