วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แก้วตาทิ้งบอมบ์ โพสต์ถึง ปิยบุตร ลั่น vote no แถมแฉถูกผู้สมัครที่มาแทนปลอมแปลงเอกสารมาให้เซ็นยินยอม
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือแก้วตา อดีต สส.กรุงเทพฯ เขต 2 โพสต์เฟสบุ๊ก ระบุว่า เรียนอาจารย์ปิยบุตรที่เคารพอย่างสูง,
เส้นทางการเมืองได้ทำให้หนูเห็นทั้งความหวังและความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง หนูได้เรียนรู้ว่าอุดมการณ์—even the most noble ones—หลายครั้งก็เป็นเพียงทฤษฎีที่ไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ ไม่ว่าจะภายในพรรคหรือในสังคมที่เต็มไปด้วยโครงสร้างที่ไม่เท่าเทียมกันเลย
หนูถูกฟ้องมาตรา 112 ถึงสองครั้ง จากการรณรงค์ยกเลิกกฎหมายผ่านการเข้าชื่อเสนอกฎหมายตาม พ.ร.บ. 2561 และจากการไปรณรงค์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทั้งที่หนู ไม่ได้เอ่ยถึงสถาบันพระมหากษัตริย์แม้แต่น้อย
สิ่งที่หนูกล่าวมีเพียงการตั้งคำถามต่อ
• การบังคับใช้ที่ไม่เป็นธรรม
• การตีความที่กว้างเกินหลักนิติรัฐ
• โทษที่ไม่สัดส่วนจนเทียบเท่าคดีฆ่าคนโดยไม่เจตนา
• และหลักสากลด้านเสรีภาพในการแสดงออก
ท้ายที่สุด ทั้งสองคดีถูกยกฟ้องทั้งหมด เพราะข้อเท็จจริงชัดเจนว่า หนูวิจารณ์กฎหมาย ไม่ใช่บุคคล
แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน หนูกลับสูญเสียผู้ช่วยที่ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2562
เขาจากไปในค่ายทหารหลังถูกจับได้ใบแดง ทั้งที่หนูเคยสัญญาว่าเมื่อเขาปลดประจำการ หนูจะบรรจุเขาเป็นผู้ช่วยอย่างเป็นทางการ
การเสียชีวิตของเขาทำให้โลกของหนูพังลง และนำพาหนูสู่ภาวะซึมเศร้าหนักที่สุดในชีวิต
สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือ ความเจ็บปวดนี้กลับถูกใช้เป็นเหตุผลมองว่าหนู “ไม่เหมาะสม” จะเป็นผู้แทนราษฎร ทั้งที่เป็นผลจากโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมซึ่งคนตัวเล็กต้องแบกรับอย่างไม่สมควร
และนอกจากเรื่องของตัวเอง หนูก็ยังเจ็บปวดที่ไม่สามารถผลักดันความเท่าเทียมให้เป็นรูปธรรมได้ตามที่ตั้งใจไว้
ความเท่าเทียมที่เราพูดถึง—
ผู้ลี้ภัย
บุคคลไร้รัฐ
คนจน
คนที่ถูกทอดทิ้งโดยรัฐ
ประชาชนที่ไม่มีเครื่องมือเรียกร้องความเป็นธรรม
ทั้งหมดคือผู้คนที่หนูอยากยืนเคียงข้างในฐานะผู้แทน แต่กฎหมายที่บิดเบี้ยว โครงสร้างที่ปิดกั้น และอำนาจที่ไม่สมดุล ทำให้หนูไม่สามารถเรียกร้องสิทธิให้เขาได้ตามที่ควรจะทำ
และหนูอยากบอกอาจารย์อย่างตรงไปตรงมาว่า
หนูรู้สึกผิดที่ทำให้เขาเหล่านั้นไม่ได้มากพอ
หนูอยากบอกคำว่าขอโทษ—ไม่ใช่ในฐานะผู้แพ้ แต่ในฐานะคนที่อยากทำมากกว่านี้แต่ทำไม่ได้ เพราะข้อจำกัดที่ใหญ่เกินแรงของคนคนเดียว
ถึงอย่างนั้น หนูก็ยังยืนหยัดอยู่บนเส้นทางนี้
เพราะหนูเดินตามรอยพ่อ—
หรืออาจารย์โต้ง
ผู้เขียนไว้ในบันทึกสุดท้ายว่า
“การต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงออกคือสมรภูมิสุดท้ายของชีวิตเขา”
พ่อศรัทธาในอาจารย์ปิยบุตร แม้ในวันที่คนจำนวนมากยังลังเล
พ่อเชื่อคุณ—ไม่ใช่เพราะพรรค แต่เพราะเห็นอาจารย์เป็นนักวิชาการที่ยืนหยัดด้วยหลักการเหมือนกับตัวพ่อเอง
แม้พ่อจะเคยตั้งข้อกังวลต่อ
คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ในสมัยแรก ๆ จากสายตาของนักสังคมนิยมที่เติบโตมาต้านทุนผูกขาด
แต่พ่อกลับ “เชื่อในอาจารย์ปิยบุตรตั้งแต่วันแรก”
พ่อคือเหตุผลที่หนูเริ่มเส้นทางนี้
แต่อาจารย์คือเหตุผลที่ทำให้หนูยังอยู่ต่อ
แม้อุดมการณ์จะยังเป็นเพียงทฤษฎี
แม้หนูจะเจ็บปวด สูญเสีย ถูกฟ้อง ถูกโจมตี และถูกมองอย่างไม่เป็นธรรม
แต่หนูเชื่อว่าสักวัน
สังคมไทยจะเข้าใจเจตนาที่บริสุทธิ์ของเรา
และวันนั้น ความเท่าเทียมจะไม่ใช่แค่คำพูด
แต่จะเป็นความจริงของประชาชนทุกคน
และจากเหตุผลทั้งหมดนี้เอง
ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ในฐานะอดีตผู้แทนราษฎร
หนูตัดสินใจว่า หนูจะ vote no ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
ไม่ใช่เพราะหนูหมดศรัทธาในประชาชน
แต่นี่คือการประกาศอย่างสงบว่า
หนูไม่อาจยอมรับระบบการเมืองที่ทำร้ายคนตัวเล็ก ๆ
ปิดกั้นผู้เห็นต่าง
ปล่อยให้กฎหมายที่บิดเบี้ยวทำลายชีวิตคน
และทำให้อุดมการณ์กลายเป็นเพียงทฤษฎีที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้อีกต่อไป
การ vote no ของหนูคือ
การยืนยันว่าประชาธิปไตยต้องซื่อสัตย์ต่อประชาชน
ไม่ใช่ซื่อสัตย์ต่ออำนาจ
ไม่ใช่ซื่อสัตย์ต่อความกลัว
และไม่ใช่ซื่อสัตย์ต่อกฎหมายที่ทำร้ายชีวิตมนุษย์
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ธิษะณา ชุณหะวัณ
08/02/69
น.ส.ธิษะณา ยังได้ตอบโต้ผู้มาคอมเมนต์ด้วยว่า "พูดอยู่นี่ไงคะ นี่ไม่โพสต์ตรงไหน คุณน่าจะมีปัญหากับตรรกะหลายอย่าง อดีต สอสอทุกคนที่ วิพากษ์วิจารณ์พรรคได้ต่อว่าแบบเดียวกับคุณเหมือน copy and paste “เพราะไม่ได้ลงต่อจึงวิจารณ์พรรค” ขอความเห็นใหม่บ้างได้ไหมคะที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ดิฉันโพสต์ไม่ใช่แค่ที่ว่าดิฉันวิพากษ์วิจารณ์เพราะทุกคนแม้กระทั่งประชาชนทั่วไปก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ทุกพรรคการเมืองได้ค่ะ"
"แล้วอย่าลืมผู้สมัครเขตที่ลงกรุงเทพมหานครเขตสองแทนดิฉันด้วยนะคะว่าปลอมแปลงเอกสารเอามาให้ดิฉันเซ็นโดยที่ดิฉันไม่ได้เป็นผู้ร่างเอกสารนั้นในการเป็น recommendation letter ให้มาดำรงตำแหน่งแทนดิฉัน เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย คนแบบนี้เหรอคะที่จะมาเป็นผู้แทน"
"แล้วคุณจะได้เรียนรู้ว่า การเห็นต่างแม้เพียงน้อยนิดของคุณกับด้อมของพรรคตัวเอง มันน่ากลัวแค่ไหน ไม่ใช่เพราะความคิดเราผิด แต่เพราะไม่เหมือนความเห็นของคนส่วนใหญ่ การคิดต่างแค่บางจุดหรือเล็กน้อย หากคนส่วนใหญ่ไม่ถูกใจ จะต้องแลกมาด้วยความผลักไสและเกลียดชัง
และนี่แหละ คือ “ประชาธิปไตย” ในความหมายของคนกลุ่มนี้
ปล. ดิฉันไม่ใช่ FC และอยู่คนละฝั่งทางการเมือง
แต่เข้าใจในสิ่งที่คุณพยายามสื่อ และรับรู้ถึงความผิดหวังและความเจ็บปวดนั้น
เพราะประชาธิปไตยที่แท้จริง
คือการที่ทุกคนมีสิทธิ์ยืนอยู่ในจุดที่ตัวเองเลือก
ตราบใดที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
และไม่มีใครมีสิทธิ์จัดวางชีวิตของใคร "
ทั้งนี้ นส.ธิษะณา เป็นบุตรสาวของ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นหลานของ พล.อ.ชาติชาย และท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี