ชวน มั่นใจบารมี อภิสิทธิ์ ตั้งเป้าประชาธิปัตย์ กวาดตรังครบ 4 เขต ทวงคืนเก้าอี้ที่เสียไป

ชวน มั่นใจบารมี อภิสิทธิ์ ตั้งเป้าประชาธิปัตย์ กวาดตรังครบ 4 เขต ทวงคืนเก้าอี้ที่เสียไป

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.02 น.

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีต สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งตั้งแต่เช้าด้วยอารมณ์แจ่มใส มั่นใจหลังอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ทำคะแนนเสียงดีขึ้น หวังทวงเก้าอี้ สส. ใน จ.ตรังกลับคืนมาครบทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง ลั่นถ้าชนะเงินได้ก็ชนะ

8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ จ.ตรัง หน่วยเลือกตั้งที่ 68 อาคารเรียน 10 (เฟื่องฟ้า) ด้านขวา โรงเรียนวัดควนวิเศษ ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง มีประชาชนมาสิทธิ์เลือกตั้งกันอย่างคึกคัก โดยมีนางสุนีย์ ท่อแก้ว อายุ 90 ปี เป็นผู้ใช้สิทธิ์คนแรก ส่วนนายชวน หลีกภัย  อดีตนายกรัฐ มนตรีและอดีต สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. ในเวลา 10.09 น. ที่ โดยนายชวนฯ ได้ไปตรวจสอบรายชื่อ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 229 พร้อมทักทายกับประชาชนผู้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างอารมณ์ดี ก่อนเดินเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ


โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ นายชวน หลีกภัย มั่นใจว่าจะได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนชาว จ.ตรังเพิ่มขึ้น หลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค และอาจจะได้เก้าอี้ สส. ที่เสียไป 2 ที่นั่งในเขตเลือกตั้งที่ 1 ให้แก่นายถนอมพงษ์ หลีกภัย จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และเขตเลือกตั้งที่ 2 ให้แก่นายทวี สุระบาล จากพรรคพลังประชารัฐ เมื่อปี 2566 กลับคืนมาจนครบทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง เพราะภาพรวมของพรรคประชาธิปัตย์ ขายความซื่อสัตย์สุจริต จนเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวไทยทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากกว่าปี 2566 ด้วย

นายชวน กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คนตื่นตัว หากเปรียบเทียบกับครั้งที่แล้ว บรรยากาศเลือกตั้งโดยทั่วไปดี ถึงแม้จะมีการจ่ายเงินมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แนะนำว่าถ้ารับเงินมาแล้ว หากเกรงว่าจะถูกทำร้าย หรือถูกกลั่นแกล้งหากไม่รับ ก็แนะนำว่ากินเหยื่ออย่ากินเบ็ด พูดง่ายๆคือรับเงินมา แต่อย่าไปลงคะแนนให้ ถือเป็นวิธีสั่งสอนนักการเมืองพวกนี้ เหมือนรองผู้ว่าฯตรัง พูดว่าคนพวกนี้ไม่ใช่นักการเมือง คนเหล่านี้คือนักเลือกตั้ง ใช้โอกาสในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง เพื่อเป็นผู้แทนโดยระบบและวิธีที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็คือซื้อเสียง

ท่านมีสิทธิที่จะเลือกใครก็ได้ ขออย่างเดียวถ้าหวังให้บ้านเมือง รอดพ้นจากระบบคอรัปชั่นได้ ก็มีทางเดียวคือเริ่มต้นจากเลือกผู้แทนที่ไม่ซื้อเสียง เพราะคนซื้อเสียงไม่เข้าไปโกงไม่มี ซึ่งผมเห็นมาตลอดชีวิต ผมจึงต่อต้านการซื้อเสียงมาตลอด และเป็นคนแรกๆที่ต่อต้านมาจนถึงปัจจุบันนี้ หวังว่าประชาธิปไตยในประเทศไทยเราจะดีขึ้น ส่วน สส.ประชาธิปัตย์ใน จ.ตรัง ขอตอบสั้นๆว่า ถ้าชนะเงินได้ก็ชนะ

สำหรับ จ.ตรัง มีทั้งหมด 4 เขตเลือกตั้ง มี 927 หน่วยเลือกตั้ง มีประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 508,811 คน  โดยมีผู้สมัคร สส. จำนวน 28 คนจาก 9 พรรคการเมือง แต่ที่น่าจับตามอง คือการสู้ศึกเลือกตั้งในเขต 3 ซึ่งเป็นศึกสายเลือดของตระกูลโล่สถาพรพิพิธ ระหว่าง น.ส. สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งเป็น สส. หญิงคนแรกของ จ.ตรัง ที่ครั้งนี้หันไปสวมเสื้อภูมิใจไทย แข่งกับนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง และลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมัยแรก ถือเป็นศึกสายเลือดของตระกูลโล่สถาพรพิพิธ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแม่ทัพใหญ่ภูมิใจไทยใน จ.ตรัง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top