นาย อนุทิน ชาญวีรกูล หรือที่ประชาชนคุ้นเคยในนาม เสี่ยหนู คือหนึ่งในภาพสะท้อนของผู้นำที่มีสีสันและทรงประสิทธิภาพที่สุดคนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย เส้นทางชีวิตของเขาเปรียบเสมือนการเดินทางผ่านบททดสอบอันหลากหลาย จากรสชาติของความสำเร็จในฐานะผู้บริหารเชนรับเหมาก่อสร้างระดับหมื่นล้าน สู่การก้าวขึ้นเป็น แม่ทัพสีน้ำเงิน ผู้กุมหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกของรัฐบาลหลายชุด จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดในฐานะผู้กุมบังเหียนประเทศในที่สุด และในห้วงเวลาปี พ.ศ. 2569 นี้ ชื่อของเขายังคงถูกจับตามองอย่างต่อเนื่องในฐานะตัวเก็งอันดับหนึ่งที่มีวิสัยทัศน์โดดเด่น โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคการท่องเที่ยวและการเกษตรสมัยใหม่ ที่พร้อมจะเชื่อมโยงศักยภาพของไทยเข้ากับตลาดโลก เพื่อความมั่งคั่งและปากท้องของประชาชนเป็นสำคัญ
วันนี้ แนวหน้าออนไลน์ จะพาทุกท่านไปย้อนรอยเส้นทางชีวิต และถอดรหัสลับความสำเร็จของ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้นำที่กำลังถูกท้าทายจากบริบทโลกใหม่ แต่ยังคงรักษาฐานที่มั่นทางการเมืองไว้อย่างแข็งแกร่ง และกลับมาเป็นผู้นำในสมัยต่อไป
.jpg)
นาย อนุทิน ชาญวีรกูล เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2509 ปัจจุบันในวัย 59 ปี เป็นบุตรชายคนโตของ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ก่อตั้งอาณาจักรรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ ซิโน-ไทย และ นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล ด้วยแรงผลักดันจากครอบครัวนักธุรกิจและนักการเมืองระดับแถวหน้า ทำให้ เสี่ยหนู ถูกบ่มเพาะให้พร้อมรับไม้ต่อภารกิจอันยิ่งใหญ่ผ่านขุมพลังแห่งความรู้ ซึ่งเป็นทั้งรากฐานและคอนเนกชันสำคัญในเส้นทางชีวิตของเขา
หากจะถอดรหัสความสำเร็จของแม่ทัพสีน้ำเงินผู้นี้ การศึกษา คือรากฐานสำคัญที่เขาใช้ต่อยอดทั้งในโลกธุรกิจและการเมือง จากดีกรีวิศวกรอุตสาหการสู่นักบริหารที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากหลักสูตรระดับสูงมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทยดังต่อไปนี้
รากฐานการศึกษาและการบริหารจัดการ

พ.ศ. 2527 : สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ (AC101) และเป็นจุดเริ่มต้นของคอนเนกชันเพื่อนพ้องที่เหนียวแน่น
พ.ศ. 2532 : คว้าปริญญาตรี B.S. in Industrial Engineering จาก Hofstra University นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา บ่มเพาะวิธีคิดที่เป็นระบบแบบวิศวกร
พ.ศ. 2533 : เสริมทักษะการจัดการด้วยหลักสูตร Mini MBA จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เกียรติยศแห่งวิชาการ (ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์)
ด้วยบทบาทที่อุทิศตนเพื่อส่วนรวมและผลงานด้านการบริหารที่ประจักษ์ ท่านได้รับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากสถาบันชั้นนำมากมาย เช่น

พ.ศ. 2548 สาขาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยรามคำแหง
พ.ศ. 2557 สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
พ.ศ. 2560 สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น และ สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
พ.ศ. 2561 สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เครือข่ายผู้นำและหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (คอนเนกชันระดับประเทศ)
คุณอนุทินยังขึ้นชื่อว่าเป็นนักเรียนหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงที่ผ่านการอบรมในสถาบันชั้นนำมาอย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นขุมกำลังสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ด้านการเงินและธุรกิจ : วตท.9 (สถาบันวิทยาการตลาดทุน), TepCot 9 (ด้านการค้าและการพาณิชย์)
ด้านพลังงานและนวัตกรรม : วพน.1 (สถาบันวิทยาการพลังงาน), BRAIN 1 (การปฏิรูปธุรกิจและนวัตกรรม)
ด้านกฎหมายและธรรมาภิบาล : บ.ย.ส.17 (กระบวนการยุติธรรม), นธป.6 (นิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย), ปธพ.5 (ธรรมาภิบาลทางการแพทย์)
ด้านความมั่นคงและรัฐประศาสนศาสตร์ : พ.ต.ส.3 (การพัฒนาเมืองและการเลือกตั้ง), มหานคร 1 และที่สำคัญที่สุดคือ หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.61)
เส้นทางรักและชีวิตครอบครัวจาก แม่ทัพสีน้ำเงิน สู่บทบาทผู้นำข้างกาย สตรีหมายเลข 1

ในด้านชีวิตส่วนตัวและเส้นทางความรักของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นั้นมีความน่าสนใจไม่แพ้เส้นทางการเมือง โดยจุดเริ่มต้นชีวิตคู่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2533 เมื่อคุณอนุทินได้เข้าพิธีสมรสกับ คุณสนองนุช วัฒนวรางกูร (ภรรยาคนแรก) ซึ่งทั้งคู่ครองรักกันยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ และเป็นมารดาของบุตรทั้ง 2 คน คือ นางสาวนัยน์ภัค ชาญวีรกูล (ต้นสน) และ นายเศรณี ชาญวีรกูล (เป๊ก) ก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินใจปิดฉากชีวิตสมรสและหย่าร้างกันในปี พ.ศ. 2556
ต่อมาในปีเดียวกัน (พ.ศ. 2556) คุณอนุทินได้เริ่มต้นชีวิตรักครั้งใหม่โดยสมรสกับ คุณศศิธร จันทรสมบูรณ์ ทว่าเส้นทางชีวิตคู่ครั้งนี้ดำเนินไปได้ราว 6 ปี ก่อนจะจดทะเบียนหย่ากันในปี พ.ศ. 2562
จนกระทั่งในเวลาต่อมา หัวใจของ เสี่ยหนู กลับมาเป็นสีชมพูอีกครั้งเมื่อได้พบรักกับ คุณจ๋า ธนนนท์ นิรามิษ นักธุรกิจสาวเก่งเจ้าของร้านกาแฟชื่อดังในจังหวัดระนอง โดยคุณอนุทินได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชนเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2565 ท่ามกลางเสียงยินดีของคนรอบข้าง
ปัจจุบัน คุณจ๋า ธนนนท์ กลายเป็นที่จับตามองของสังคมในฐานะ สตรีหมายเลข 1 ผู้อยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจสำคัญให้กับคุณอนุทิน หลังจากที่เขาได้รับความไว้วางใจให้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา และกำลังจะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในสมัยที่ 2 ของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2569 นี้
เส้นทางธุรกิจและยุทธศาสตร์การเมืองจากผู้กุมบังเหียนอาณาจักรหมื่นล้านสู่ถนนสายอำนาจ

ในด้านชีวิตการทำงานและก้าวย่างทางการเมืองของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นั้นเปี่ยมไปด้วยสีสันและจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจไม่แพ้เส้นทางชีวิตส่วนตัว โดยเริ่มต้นจากการเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่เข้ามาสานต่ออาณาจักร บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) พาบริษัทฝ่าวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 จนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการรับเหมาก่อสร้างระดับเมกะโปรเจกต์ของประเทศ ซึ่งจุดเริ่มต้นบนถนนการเมืองของคุณอนุทินเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2539 ในบทบาทที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนจะค่อย ๆ สั่งสมประสบการณ์จนก้าวขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในยุครัฐบาลไทยรักไทย ทว่าเส้นทางกลับต้องหยุดชะงักลงชั่วคราวเมื่อถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ในฐานะกรรมการบริหารพรรค หรือกลุ่ม บ้านเลขที่ 111 หลังการยุบพรรคในปี พ.ศ. 2550
ทว่านั่นกลับไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นเพียงการพักเครื่องเพื่อรอเวลาผงาดอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2555 หลังจากพ้นโทษแบน คุณอนุทินกลับเข้าสู่สนามการเมืองอย่างเต็มตัวอีกครั้งในสังกัด พรรคภูมิใจไทย และก้าวขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อจากคุณพ่อ (นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล) โดยชูหลักการบริหารที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือการทำให้คนในพรรคประสบความสำเร็จ และประชาชนต้องอยู่ดีกินดีมีความสุข
.jpg)
นอกเหนือจากบทบาทบนถนนการเมืองและโลกธุรกิจ ชีวิตหลังม่านของเสี่ยหนูยังมีแง่มุมที่น่าประทับใจผ่านงานอดิเรกที่เป็นมากกว่าการพักผ่อน โดยเฉพาะภารกิจหัวใจติดปีก ที่เขาสวมบทบาทกัปตันขับเครื่องบินส่วนตัวทำหน้าที่จิตอาสารับส่งอวัยวะเพื่อต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์มาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ซึ่งสะท้อนถึงอุปนิสัยความรอบคอบและการตัดสินใจที่เฉียบคมในฐานะนักบิน นอกจากนี้เขายังมีสุนทรียภาพในใจด้วยการเป่าแซ็กโซโฟนและการทำอาหาร ซึ่งเป็นมุมผ่อนคลายที่ทำให้ภาพของผู้นำคนนี้เข้าถึงง่ายและครองใจผู้คนได้หลากหลายกลุ่ม
จากตัวแปรสู่ เบอร์ 1 ของประเทศ อนุทิน ชาญวีรกูล กับการนำทัพสีน้ำเงินประกาศชัยชนะศึกเลือกตั้ง 69

นับจากการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะฟันเฟืองสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดินมาโดยตลอด ตั้งแต่บทบาทรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่กลายเป็นแม่ทัพหน้าในการรับมือวิกฤตการณ์โควิด-19 ไปจนถึงการกุมบังเหียนกระทรวงคลองหลอดในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
.jpg)
และภาพจำที่กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลเมื่อเร็ว ๆ นี้ คือ ภาพถ่ายในวัยเด็กของนายอนุทินคู่กับ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ผู้เป็นทั้งนายทหารและนักการทูตผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งภาพนี้ถูกนำมาแชร์อีกครั้งในวันเด็กปี 2569 สะท้อนให้เห็นว่าเสี่ยหนูได้ใกล้ชิดและซึมซับบรรยากาศการบริหารประเทศจากผู้นำระดับตำนานมาตั้งแต่เยาว์วัย ก่อนจะก้าวเดินตามรอยเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลในเวลาต่อมา
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปลายปี พ.ศ. 2568 เมื่อเขาได้รับมติจากสภาให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ท่ามกลางการยอมรับในชั้นเชิงการทูตและการดีลการเมืองที่ประนีประนอมแต่เด็ดขาด จนได้รับฉายาว่า แม่ทัพสีน้ำเงิน

ล่าสุดในศึกเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทินได้สร้างปรากฏการณ์นำพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายเหนือคู่แข่งอย่างพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย กลายเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลที่มีความชอบธรรมสูงสุดจากเสียงประชาชน ส่งผลให้เขากลายเป็นเต็งหนึ่งที่จ่อคิวรับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีของไทยคนล่าสุด (คนที่ 32 ในสมัยที่ 2) เพื่อสานต่อนโยบายเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติภายใต้การนำที่มีเสถียรภาพที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
เส้นทางของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ทายาทนักธุรกิจหมื่นล้าน หรือหัวหน้าพรรคการเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการ ดีล อีกต่อไป แต่เขาคือผู้นำที่กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในฐานะนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ท่ามกลางความหวังของประชาชนที่ต้องการเห็น ปากท้องดี มีความสุข และประเทศชาติที่มีเสถียรภาพสืบไป



ขอขอบคุณข้อมูลจาก เพจเฟซบุ๊ก ไทยคู่ฟ้า, thaigov.go.th
ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี