วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
กลายเป็น ม้ามืด ที่สปอตไลท์ทุกดวงต้องหันไปจับจ้อง สำหรับ เสก-เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขต 2 (ราชเทวี, ปทุมวัน, สาทร) จากพรรคประชาชน หลังโชว์ฟอร์มดุทำคะแนนนำโด่งทิ้งห่างตัวเต็งพรรคใหญ่แบบหักปากกาเซียน จนหลายคนตั้งคำถามว่าชายหนุ่มคนนี้คือใคร และมีไม้เด็ดอะไรถึงครองใจคนเมืองชั้นในได้ขนาดนี้ ความน่าสนใจในชัยชนะครั้งนี้ คือการที่ เสกสิทธิ์ สามารถล้มคู่แข่งตัวเต็งในเขตเดียวกันที่มีดีกรีระดับ ดร. ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ดร.เดวิด มกรพงศ์ จากพรรคเพื่อไทย, ดร.เจษฎา เลิศธนสาร จากพรรคประชาธิปัตย์ และ ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ จากพรรคภูมิใจไทย
แนวหน้าออนไลน์ จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับชายผู้ที่อาสาเข้ามา แก้ระบบเทา และเขย่าสนามเลือกตั้งเมืองหลวงในครั้งนี้กันครับ
.jpg)
ประวัติการศึกษา สายตรงด้านรัฐศาสตร์
หากจะกล่าวว่า เสก เสกสิทธิ์ คือผลผลิตทางการศึกษาที่ถูกบ่มเพาะมาเพื่อทำงานการเมืองโดยเฉพาะก็คงไม่ผิดนัก เพราะเส้นทางการเรียนของเขานั้นเรียกได้ว่า สายตรง และมีความเข้มข้นทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ
มัธยมศึกษา : โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (ชมพู-ฟ้า)
ปริญญาตรี : รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาการเมืองการปกครอง (วิชาโทสังคมวิทยามานุษยวิทยา) เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประสบการณ์ทำงาน นักวิชาการและนักกิจกรรม
เส้นทางอาชีพของ เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ไม่ได้เริ่มต้นจากห้องแอร์ในที่ทำการพรรค แต่เขาเลือกที่จะคลุกคลีอยู่กับการเคลื่อนไหวทางสังคมและการทำวิจัยเชิงลึก เพื่อทำความเข้าใจ ความยุติธรรม และ โครงสร้างอำนาจ ของไทยอย่างจริงจัง

หัวหน้าฝ่ายวิชาการ : แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม (UFTD)
ผู้ช่วยวิจัย : ศึกษาเรื่องความย้อนแย้งของการปราบปรามและขบวนการเคลื่อนไหวที่ไม่ใช้ความรุนแรงในไทย
งานนิติบัญญัติ : อนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูประบบราชการตำรวจ (คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ)
งานสอน : อาจารย์พิเศษบรรยายวิชาพฤติกรรมการเมือง คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ย้อนรอยวีรกรรม เทเลือด ทวงมติมหาชน
ย้อนกลับไปในปี 2566 ในช่วงที่สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลกำลังคุกรุ่น ชื่อของ เสก-เสกสิทธิ์ เคยเป็นข่าวใหญ่ในฐานะฟันเฟืองสำคัญของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยเขานำทีมเดินทางไปยังที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์คัดค้านการข้ามขั้วจัดตั้งรัฐบาล
.jpg)
ในวันนั้นมีการเทเลือดลงบนพื้นหน้าอาคารที่ทำการพรรค เพื่อสื่อถึงหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของประชาชนที่สูญเสียไปในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการส่งสัญญาณเตือนและทวงถามสัญญามติมหาชน ที่เคยให้ไว้กับประชาชนในช่วงหาเสียง เหตุการณ์นี้กลายเป็นภาพจำที่สะท้อนถึงจุดยืนอันเด็ดเดี่ยวของเขา ก่อนจะตัดสินใจเข้าสู่ระบบรัฐสภาเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงผ่านตัวบทกฎหมายในเวลาต่อมา
.jpg)
นอกจากนี้เขายังมีผลงานเขียนบทความวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำ เช่น วารสารสังคมศาสตร์ จุฬาฯ และ Thammasat Journal โดยเน้นเรื่องพลังของการประท้วงและการเคลื่อนไหวภาคประชาชน

นโยบายและประเด็นที่อยากผลักดัน
สำหรับ เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ การก้าวเข้าสู่สภาไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานะจากนักกิจกรรมมาเป็นนักการเมือง แต่เขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า เส้นทางนิติบัญญัติคือกุญแจสำคัญที่สุดในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน เพราะกฎหมายคือโครงสร้างที่กำหนดชีวิตผู้คน เขาจึงวางเป้าหมายหลักในการทำงานไว้อย่างเป็นระบบ ดังนี้
1. ยกระดับคุณภาพชีวิต : พัฒนาเขตพื้นที่ชุมชนใน กทม. ให้มีความเท่าเทียมและปลอดภัย
2. ปฏิรูปโครงสร้าง : ปฏิรูปตำรวจให้เป็นประชาธิปไตย และแก้ปัญหากฎหมายที่เป็นธรรม
3. เกราะป้องกันประชาธิปไตย : ผลักดันกฎหมายป้องกันการรัฐประหารและร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
4. Soft Power : ยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็น เมืองศิลปะโลก
5. มุมมองส่วนตัว : เมื่อหันมองกรุงเทพฯ เมืองที่ผมเติบโตมา ผมพบว่าผู้คนจำนวนมากยังไม่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ควรจะเป็น... มาร่วมกันสร้างวันพรุ่งนี้ เพื่อประเทศไทยที่เท่าเทียมสำหรับพวกเราและคนรุ่นต่อไป
เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ จึงไม่ใช่เพียงคนรุ่นใหม่ที่อาสามาทำตามกระแส แต่คือปัญญาชนที่พกทั้งความรู้และประสบการณ์มาเพื่อรื้อโครงสร้างที่บิดเบี้ยว เขากำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าพลังของคนธรรมดาที่เชื่อในระบบรัฐสภา สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับกรุงเทพฯ และประเทศไทยได้จริง

.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ - Seksit Yaemsanguansak, เฟซบุ๊ก จักรวาลด้อมส้ม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี