สุรเดช กระทุ้ง กกต.ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก

สุรเดช กระทุ้ง กกต.ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก

วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.16 น.

"สุรเดช"กระทุ้ง กกต.ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก จัดการเลือกตั้งผิดพลาดหลายจุด ย้ำกล้าแจก"ใบเหลือง-ใบแดง"คัดคนดีเข้าสภา อย่าปล่อย"คนชั่ว-นักการเมืองสีเทา"เข้ามา ออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ตัวเอง-พวกพ้อง ทำประเทศติดหล่ม ชี้วางตัวไม่เป็นกลาง อาจเจอร้อง ม.157

10 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีต สส.และอดีต สว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเลือกตั้งที่เสร็จสิ้นไปแล้วโดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เกิดความผิดพลาดในหลายจุด ว่า ครั้งนี้ต้องยอมรับจริงๆว่ามีความผิดพลาดมากจริง ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า กกต.ต้องปรับปรุงการทำงานให้มากกว่านี้ ที่สำคัญคือเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นหรือการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจะต้องตรวจสอบให้เข้มข้นและต้องนำคนกระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อหรือคนขาย เราทราบกันดีว่า การซื้อสิทธิ์ขายเสียงในบ้านเรามีมานานแล้ว ซึ่ง กกต.ในอดีต อย่างช่วงปี 2543 ที่มีกรรมการ กกต.อย่าง นายยุวรัตน์ กมลเวชช , นายโคทม อารียา หรือ สวัสดิ์ โชติพานิช ซึ่งการทำงานของ กกต.ยุคนั้นมีความเข้มข้นมาก กว่าจะประกาศรับรองได้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ มีการออกใบเหลือง-ใบแดงจำนวนมาก จึงอยากให้ กกต.ปัจจุบันยึดถือการทำงานเหมือน กกต.ในอดีต ต้องศึกษาการทำหน้าที่ในอดีต เพื่อมาปรับปรุงในปัจจุบัน


"กกต.ถือเป็นด่านสำคัญในการคัดกรองคนดีที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง ถ้าปล่อยให้มีการซื้อเสียงทุจริตคอรัปชั่นก็จะทำให้ในสภามีแต่สีเทา และนักการเมืองก็จะเป็นนักการเมืองสีเทาที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ดังนั้น จึงอยากฝากไปถึง กกต.อย่าปล่อยผ่านคนที่ทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียง และหากยังไม่มั่นใจ ก็ยังไม่ควรประกาศรับรอง สส.เพราะหากรับรองไปแล้วและมาสอยทีหลังก็จะยุ่งยาก โดยเฉพาะเมื่อ สส.เข้าไปทำหน้าที่ในสภาแล้ว ซึ่งจะต้องโหวตกฎหมายต่างๆ และหากถูกสอยทีหลังก็จะต้องมายื่นร้องหรือตีความกันอีกว่าสิ่งที่ สส.ให้ความเห็นชอบหรือรับรองไปนั้นถือเป็นโมฆะหรือไม่ ดังนั้น กกต.จะต้องตระหนักเรื่องนี้และให้ถือเป็นเรื่องสำคัญแม้ว่าจะต้องเสียเวลามากก็ตาม"

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะไม่ทำให้เสียเวลารัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศใช่หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ นายสุรเดช กล่าวว่า แต่ถ้าเราปล่อยให้คนไม่ดีเข้ามาในรัฐสภา มาเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาล อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ เราเคยคิดตรงนี้กันหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าคนๆ นั้นเป็นพวกสแกมเมอร์ แล้วเข้ามาในสภา หรือเป็นรัฐมนตรีแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ และถ้าเป็นอย่างนี้ใครจะรับผิดชอบ ดังนั้น เมื่อ กกต.เป็นหน่วยงานที่สำคัญที่สุดในการดูแลการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ต้องทำงานให้เต็มที่เพราะถือเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ประชาธิปไตยเบ่งงานมากที่สุด ในการที่จะพัฒนาชาติบ้านเมืองและพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ การทำงานของ กกต.ต้องทำให้เร็วที่สุด เพราะมีทั้งบุคลากรและงบประมาณจำนวนมาก หากพบการทุจริตก็ควรแจกใบเหลืองหรือใบแดงเลย และคิดว่าใช้เวลาไม่นาน เพียงแต่ต้องเร่งทำงานให้เร็วขึ้น แล้วประกาศการเลือกตั้งใหม่

"ความจริงเสียเวลา ยังดีกว่าการปล่อยให้คนไม่ดีเข้าสภา แล้วมาออกกฎหมายที่อาจจะเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองหรือพวกพ้อง แต่ไม่มีประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย ถ้าเข้ามาแบบไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เหมือนกับปล่อยให้โจรเข้าสภา ซึ่งน่าเป็นห่วง และตอนนี้สังคมกำลังจับตา กกต.อยู่ว่าจะทำงานด้วยความสุจริต ยุติธรรม หรือไม่ จึงอยากเตือนว่า กกต.ทั้ง 7 คนว่า เมื่อมีโอกาสเข้ามาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ประชาชน ก็ควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ วางตัวเป็นกลางที่สุด เพราะพวกท่านสามารถชี้เป็นชี้ตาย สส.หรือคนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชนได้ จึงต้องยึดความถูกต้อง ความเป็นธรรม สุจริตให้มากที่สุด หาก กกต.ยังทำงานแบบนี้ ผมคิดว่าอาจจะมีปัญหาเจอคนร้องเรียนผิดตามมาตรา 157 แน่ ดังนั้น จึงอยากให้ กกต.ทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร เมื่อ กกต.มีโอกาสมานั่งตรงนี้มากกว่าคนอื่น ก็ควรจะภาคภูมิใจ ดังนั้น ก็ควรจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรม การซื้อสิทธิขายเสียงแม้ว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาให้หมดไปได้ เพราะอยู่คู่กับประเทศไทยเรามานานแล้ว แต่ก็ขอให้มีให้น้อยที่สุดก็แล้วกัน"

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top