จากความไร้มาตรฐานของกกต. สู่การปั่นกระแสของ'พรรคส้ม'

จากความไร้มาตรฐานของกกต. สู่การปั่นกระแสของ'พรรคส้ม'

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.38 น.

การเลือกตั้งครั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานต่ำกว่ามาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขแกว่งไปแกว่งมา ระบบรายงานผลรวน การชี้แจงล่าช้า และการควบคุมกระบวนการที่ไม่เด็ดขาด สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่รายละเอียดเล็กน้อย แต่กระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เพราะ กกต. คือผู้รักษากติกา เมื่อผู้รักษากติกาแสดงความไม่พร้อม ความไว้วางใจย่อมลดลงทันที

การวิจารณ์ กกต. จึงเป็นเรื่องจำเป็น องค์กรที่กำกับการเลือกตั้งต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตนเอง ต้องอธิบายให้ชัด แก้ไขให้เห็นผล และยกระดับมาตรฐานให้สูงกว่านี้


แต่ความชุ่ยของ กกต. ไม่ได้แปลว่าการเลือกตั้งทั้งประเทศล้มเหลว และไม่ใช่เหตุผลให้ใครยกระดับปัญหาเฉพาะจุดไปสู่ข้อกล่าวหาระดับชาติ

เส้นแบ่งระหว่างการตรวจสอบกับการขยายผลเกินข้อเท็จจริงมีอยู่ชัด และพรรคประชาชนหรือพรรคส้มเลือกเดินข้ามเส้นนั้น

จากปัญหาในบางเขต คำว่า “นับใหม่ทั่วประเทศ” ถูกผลักขึ้นมาทันที ควบคู่กับคำว่า “โกงมโหฬาร” และประโยค “แพ้ได้ ถ้าทุกอย่างโปร่งใส” ทั้งสามถ้อยคำถูกใช้พร้อมกันและทำงานไปในทิศทางเดียว

การกล่าวหาโกงมโหฬารคือข้อกล่าวหาระดับประเทศ หากจะใช้คำนี้ ต้องมีหลักฐานระดับเดียวกันรองรับ ต้องชี้ให้ได้ว่าการโกงเกิดขึ้นตรงไหน ใครเกี่ยวข้อง และกระทบผลรวมทั้งประเทศอย่างไร

แต่เมื่อข้อเท็จจริงยังจำกัดอยู่เฉพาะบางเขต การผลักไปสู่ “นับใหม่ทั่วประเทศ” และตราหน้าว่าโกงมโหฬาร จึงเกินขอบเขตของปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

ประชาชนที่เลือกพรรคอื่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาในบางเขต แต่กลับถูกดึงเข้าไปอยู่ในข้อกล่าวหาระดับชาติพร้อมกันทั้งหมด นี่คือผลกระทบที่กว้างกว่าความผิดพลาดเชิงเทคนิคของ กกต.

ขณะเดียวกัน จุดยืนที่ควรถือร่วมกันคือ หากเขตใดมีความผิดปกติจริง มีหลักฐานรองรับ และมีเหตุอันควรสงสัย การนับคะแนนใหม่ในเขตนั้นต้องทำ เพื่อให้ข้อสงสัยสิ้นสุด และเพื่อให้ผลเลือกตั้งได้รับการยอมรับอย่างชัดเจน

การนับใหม่ในบางเขตจึงไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่การกระโดดจากบางเขตไปสู่ “นับใหม่ทั่วประเทศ” และตอกย้ำด้วยคำว่า “โกงมโหฬาร” ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังจำกัดอยู่เฉพาะจุด

วาทกรรม “แพ้ได้ ถ้าทุกอย่างโปร่งใส” ฟังดูสุภาพกว่า แต่ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน คือการบอกโดยนัยว่าผลครั้งนี้ยังไม่น่าเชื่อถือ

ถ้อยคำต่างระดับ แต่แก่นคิดเดียวกัน คือยกระดับปัญหาเฉพาะเขตให้กลายเป็นข้อสงสัยต่อภาพรวมทั้งประเทศ

เมื่อคำว่า “โกงมโหฬาร” การผลักกระแส “นับใหม่ทั่วประเทศ” และประโยค “แพ้ได้ ถ้าทุกอย่างโปร่งใส” ถูกใช้ควบคู่กัน การเมืองจึงนำหน้าเหตุผล เพราะข้อสงสัยไม่ได้หยุดอยู่ในบางพื้นที่ แต่ถูกยกระดับให้ครอบคลุมทั้งระบบ

บทบาทของแกนนำอย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรณิการ์ วานิช และ รักชนก ศรีนอก ยิ่งทำให้ภาพนี้ชัดขึ้น การให้น้ำหนักกับข้อสงสัย และการสนับสนุนแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเด็นเฉพาะเขตกลายเป็นกระแสระดับชาติ

รูปแบบการเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่มีความสอดคล้องกัน ทั้งคำขวัญ การประสานจังหวะ และการยื่นคำร้องพร้อมกันหลายเขต ภาพที่ปรากฏจึงไม่ใช่เพียงการร้องเรียนเฉพาะกิจ แต่เป็นการเดินเกมทางการเมืองอย่างมีทิศทาง

ผลคือ การเลือกตั้งทั้งประเทศถูกแขวนไว้กับคำถาม ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังจำกัดอยู่ในบางพื้นที่

ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ต่อให้นับใหม่บางเขต ผลรวมทั้งประเทศก็ยังไม่เปลี่ยนสาระสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้

เมื่อภาพรวมไม่เปลี่ยน แต่คำว่า “โกงมโหฬาร” ยังถูกย้ำอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การตรวจสอบ แต่เป็นการวางกรอบให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจดจำในฐานะการเลือกตั้งที่มีข้อครหาติดตัว

กระแสนี้อาจไม่ทำให้ชนะวันนี้ แต่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจดจำในระยะยาว และข้อครหานั้นสามารถถูกหยิบกลับมาใช้ได้อีกในอนาคต นี่คือการสะสมต้นทุนทางการเมืองระยะยาว

ยิ่งคำว่า “โกงมโหฬาร” ถูกใช้ซ้ำมากเท่าไร ยิ่งฝังอยู่ในความทรงจำสาธารณะ และสามารถถูกนำไปใช้ในเวทีเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อวางกรอบว่า ฝ่ายตรงข้ามชนะเพราะระบบไม่โปร่งใส ขณะที่พรรคตนเองต้องกลับมาพิสูจน์ความถูกต้องในการเลือกตั้งครั้งใหม่

การตรวจสอบต้องทำ และต้องทำในจุดที่มีปัญหาจริง แต่การยกระดับจากปัญหาเฉพาะเขตไปสู่ข้อกล่าวหาระดับชาติ คือการเล่นเกมการเมืองเกินขอบเขต

ความชุ่ยของ กกต. คือปัญหาที่ต้องแก้ แต่การผลักคำว่า “โกงมโหฬาร” จากข้อสงสัยเฉพาะจุดให้กลายเป็นภาพจำของทั้งประเทศ คือการเลือกเดินเกมทางการเมืองมากกว่าการหาทางออก และนี่คือแก่นของความระยำทางการเมืองที่สังคมควรมองเห็นให้ชัด.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top