ยุทธพร กาง 3 มิติ อนุทิน ส่งสารถึงประชาชน เทียบเท่า ประกาศชัยชนะ

ยุทธพร กาง 3 มิติ อนุทิน ส่งสารถึงประชาชน เทียบเท่า ประกาศชัยชนะ

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.21 น.

16 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวให้ความเห็นต่อการสื่อสารของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เปิดเผยแนวทางบริหารประเทศว่า เนื้อหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงการขอบคุณคะแนนเสียง แต่มีลักษณะเป็น “คำประกาศชัยชนะ” (Declaration of Victory) และเป็นการแสดงเจตจำนงจัดตั้งรัฐบาลที่ชัดเจน พร้อมวาง “พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์” ของประเทศในระยะถัดไป

รศ.ดร.ยุทธพร กล่าต่อว่า ข้อความดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอำนาจทางการเมือง และการปรับกระบวนทัศน์การบริหารประเทศ โดยสามารถวิเคราะห์ได้ 3 มิติหลัก 1. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแบบชาตินิยม
ประเด็นที่ชัดที่สุดคือการประกาศจุดยืนด้านความมั่นคงที่แข็งกร้าวมากขึ้น ทั้งแนวคิดสร้างกำแพงความมั่นคงและการปิดด่านชายแดน สะท้อนแนวคิดความมั่นคงแบบดั้งเดิมที่ให้ความสำคัญต่ออธิปไตยเหนือดินแดน ซึ่งอาจกระทบต่อการค้าชายแดนและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนการประกาศยกเลิก MOU 44 ซึ่งเป็นกรอบเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย–กัมพูชา ถือเป็นประเด็นอ่อนไหวด้านการทูตและพลังงาน สะท้อนแนวคิด “Resource Nationalism” หรือการปกป้องทรัพยากรชาติ และอาจหมายถึงการเจรจาใหม่ด้วยท่าทีที่แข็งขึ้น อย่างไรก็ตาม การกล่าวถึงบทบาทของสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แสดงให้เห็นความพยายามสร้างสมดุล เพราะเป็นบุคลากรสายการทูตมืออาชีพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าไทยยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศบนเวทีโลก ไม่ใช่การปิดประเทศ


ยุทธพร

รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวต่อว่า 2.โมเดลเศรษฐกิจแบบผสมการเมือง–เทคโนแครต รศ.ดร.ยุทธพร เห็นว่า การเปิดชื่อทีมเศรษฐกิจ เช่น อนุทิน เอกนิติ ศุภจี และสีหศักดิ์ เป็นการส่งสัญญาณสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจต่อภาคเอกชนและนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนรูปแบบบริหารที่ผสมผสานนักการเมืองกับผู้เชี่ยวชาญ นัยสำคัญคือรัฐบาลต้องการยืนยันว่า การบริหารเศรษฐกิจจะไม่อิงประชานิยมเพียงอย่างเดียว แต่มีมืออาชีพเข้ากำกับโครงสร้างภาษี การลงทุน และภาคท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ พร้อมทั้งวิพากษ์ว่าเศรษฐกิจไทยติดอยู่ในภาวะซบเซามานาน จึงมีโจทย์สำคัญคือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และ3.วาทศิลป์และภาวะผู้นำทางการเมือง

รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวว่า ภาษาที่ใช้มีความเด็ดขาด เช่น การเร่งดำเนินการทันที สะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยก้าวจากสถานะ “พรรคตัวแปร” สู่ “แกนนำหลัก” อย่างเต็มตัว พร้อมสร้างสัญญาประชาคมทางการเมือง โดยยืนยันจะทำตามนโยบายหาเสียง อย่างไรก็ตาม ความผูกพันทางการเมืองดังกล่าวมีความเสี่ยง หากดำเนินการไม่ได้จริง โดยเฉพาะนโยบายใหญ่ เช่น กำแพงชายแดน หรือ MOU 44 อาจกลายเป็นจุดโจมตีทางการเมืองในอนาคต

รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวด้วยว่า ไทยกำลังเข้าสู่ทิศทางใหม่ ได้แก่ นโยบายต่างประเทศเชิงรุก การฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรัฐร่วมมือมืออาชีพ และการให้ความสำคัญความมั่นคงเป็นอันดับแรก แต่ต้องระวัง ต้นทุนทางการทูตและงบประมาณ ของนโยบายความมั่นคง ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องบริหารแรงเสียดทานระหว่างประเทศ และจัดหาแหล่งงบประมาณโดยไม่กระทบการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top