วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
"กมธ.พัฒนาการเมือง สว."เชิญ"นับใหม่ ok นะ-กกต."คุย เคลียร์ปมถูกฟ้อง"เปิดหีบบัตร เขต 1 ชลบุรี" โวยใช้กฎหมายปิดปาก แนะอธิบายข้อเท็จจริง ปชช. จ่อสอบปม"บาร์โค้ด" ขณะที่"เบญจพร"ยันไร้เจตนา เชื่อถูกฟ้องเพราะได้ข้อมูลไม่ครบ
17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนรร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มี นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน กมธ.นัดประชุมพิจารณากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินคดีกับประชาชนผู้เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี โดยเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง อาทิ น.ส.เบญจพร สุขสว่าง , น.ส.กนกวรรณ สร้อยสน ตัวแทนกลุ่มนับใหม่okนะ ขณะที่ฝ่าย กกต.ได้ส่ง นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. , นายประยูร วัฒนศิริบรรรจง ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จ.ชลบุรี เขต1 เข้าชี้แจงต่อ กมธ.ผ่านระบบออนไลน์

ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายนรเศรษฐ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การเชิญตัวแทน กกต.และประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้ามาหารือ เพื่อต้องการให้ทั้ง 2 ฝ่าย ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย กมธ.หวังว่าจะทำให้เกิดการไกล่เกลี่ยไม่ต้องฟ้องคดีกับประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการการเลือกตั้ง ส่วนตัวมองว่าหาก กกต.เลือกฟ้องคดีกับประชาชน แทนอธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและปัญหาที่ประชาชนสงสัยอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ กกต.ได้ เพราะกระบวนการดังกล่าวเท่ากับเป็นการฟ้องปิดปาก
"กรณีกระบวนการการนับคะแนนที่มีปัญหา และประชาชนเข้าไปตรวจสอบ จนทำให้ กกต.แจ้งข้อกล่าวหากับประชาชน จะให้ กกต.ชี้แจงว่าการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นการตีความตามตัวอักษรของกฎหมายว่าประชาชนละเมิด หรือเป็นการตีความตามเจตนารมณ์ กรณีที่ กกต.จะดำเนินการกับประชาชนนั้นได้สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนอย่างมาก เพราะการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนไม่กล้าตรวจสอบ อาจเกิดกรณีฟ้องปิดปากได้" นายนรเศรษฐ์ กล่าว

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการเลือกตั้งที่พบว่ามีปัญหาหลายอย่าง รวมไปถึงการนับคะแนนเลือกตั้ง และเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นประเด็นต่อไปที่ กมธ.การพัฒนาการเมืองจะตรวจสอบ และจะเชิญ กกต.ชี้ว่าในกระบวนการแต่ละหน่วยเลือกตั้งรวมถึงการจับเก็บ เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้องหรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีที่ภาคประชาชนเตรียมยื่น สว.ให้เข้าชื่อเพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาเลิกการเลือกตั้งที่มีปัญหา หรือให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ สว. แต่ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกัน และยังไม่ทราบประเด็น ดังนั้นต้องขอหารือกับ สว.อีกครั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจน อย่างไรก็ดี ในกระบวนการเลือกตั้งที่มีปัญหา กกต.ควรอธิบายให้ทราบว่าการทำงานและตามข้อสงสัยของสังคมนั้นข้อเท็จจริงเป็นอย่างงไร เพราะหากอธิบายแล้วประชาชนยังรู้สึกไม่เชื่อมั่น หรือขาดความเชื่อมั่น ตนมองว่าไม่ได้กระทบต่อผลการเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อกระบวนการประชาธิปไตย

ด้าน น.ส.เบญจพร ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ กกต.ชลบุรี เขต1 ได้ฟ้องในข้อหาบุกรุก และขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ มองว่าสิ่งที่ กกต.ทำนั้นอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะการตัดสินใจฟ้องประชาชนนั้นอาจเป็นเพราะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ ขณะที่ภาคประชาชนได้แจ้งความ กกต.ชลบุรี กลับข้อหาแจ้งความเท็จ ส่วน กกต.กลาง อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี
"เหตุผลที่ประชาชนต้องต่อสู่เพราะเห็นความน่าสงสัยหลายอย่าง และประชาชนไม่มั่นใจในความโปร่งใส ขณะที่เจ้าหน้าที่ กกต.ที่ทำหน้าที่ไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริง อย่างไรก็ดี รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดกฎหมาย แต่ยืนยันว่าไม่มีเจตนานำเอกสารเลือกตั้งออกมาพื้นที่ แต่ที่ต้องเข้าไปต้องการแสดงให้ประชาชนเห็นว่ากระบวนการจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งนั้นมีความน่าสงสัย ซึ่งแทนที่ กกต.จะชี้แจงตรงไปตรงมา กับใช้กฎหมายเล่นงาน ซึ่งคิดว่าเป็นการฟ้องปิดปากจากนี้ประชาชนต้องดำเนินการต่อไป" น.ส.เบญจพร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม กมธ.นั้น ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการชี้แจง โดย กมธ.ได้แจ้งว่าจะแถลงผลการประชุมอีกครั้งหลังจากที่ประชุมแล้วเสร็จ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี