เดินสายเวทีโลกใส่ความไทย  กต.จับตา‘เขมร’

เดินสายเวทีโลกใส่ความไทย กต.จับตา‘เขมร’

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เดินสายเวทีโลกใส่ความไทย

กต.จับตา‘เขมร’

เล็งใช้ก.ม.ระหว่างปท.

หลังยกเลิกเอ็มโอยู44

“สีหศักดิ์”จับตานายกฯเขมรเดินสายเวทีตปท.พบปธน.ทรัมป์-คุยปธน.มาครง ปมขอข้อมูลพรมแดนไทย-เขมร ยันพร้อมตอบโต้ชี้แจง ถ้าเขมรบิดเบือนข้อมูล เล็งประสานฝรั่งเศสขอเอกสารชุดเดียวกับที่เขมรขอ ส่วนการยกเลิกเอ็มโอยู 44 ทำได้โดยหันไปใช้กม.ระหว่างปท.แทน

เมื่อ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศกล่าวถึงการยกเลิก MOU 44 ว่า ตามหลักการแล้วจะยกเลิกMOU 44 ต้องรอนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลใหม่ ซึ่งต้องหารือกับนายกฯอีกครั้ง รวมถึงหารือสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)


ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ายกเลิกต้องร่างกติกาใหม่หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ต้องมีกติกา กฎหมายระหว่างประเทศก็มีอยู่ เช่น การเจรจาพื้นที่พิพาทกับประเทศมาเลเซีย เราก็ไม่มี MOU แต่ใช้กฏหมายระหว่างประเทศ ต้องดูว่าหากยกเลิกแล้วจะมีทางเลือกอะไรบ้างถามย้ำว่าไม่จำเป็นต้องเป็น MOU ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ใช่ ใช้หลักกฏหมายระหว่างประเทศ แต่ต้องชัดเจนว่ายกเลิกแล้วจะมีทางเลือกอย่างไร

นายสีหศํกดิ์กล่าวต่อว่า การยกเลิกและสร้างกติกาใหม่ ถ้าทั้งสองประเทศเห็นพ้องด้วยกันก็จบ ถ้าไม่เห็นด้วยก็อาจต้องเจรจากัน ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้สั่งการให้ทำข้อมูลเรื่องนี้ว่ากระบวนการยกเลิกMOU44 จะมีแนวทางอย่างไรบ้าง

ส่วนที่นายฮุนมาเนต นายกฯกัมพูชาเดินสายในเวทีต่างประเทศและไปเยือนสหรัฐฯพบนายโดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯด้วย นายสีหศักดิ์กล่าวว่า มีรายงานข่าวว่าเขาไปร่วมประชุมสภาสันติภาพ (peace Council) สำหรับรัฐบาลไทยไม่ได้เข้าร่วม เพราะจะเป็นพันธกรณีกับรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งทราบว่านายฮุนมาเนต คงไปเชื่อมความสัมพันธ์ เราก็ติดตามอยู่

ถามว่าจะไม่ทำให้เราเสียเปรียบเรื่องข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะอาจไปแจ้งข้อมูลเพียงฝ่ายเดียว นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เรามีช่องทางการชี้แจงข้อมูลเรื่อยๆอยู่แล้ว หากมีอะไรบิดเบือนอย่างตั้งใจ เราก็ต้องชี้แจง ซึ่งปัจจุบันข้อเท็จจริงระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับการชี้แจงต่อเนื่อง ตนไปเวทีไหนก็ไปชี้แจง แต่หากเขาไปพูดอะไรที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง เราก็ต้องชี้แจง

เมื่อถามถึงกรณีนายฮุนมาเนต ประสานนายเอ็มมานูเอลมาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ขอข้อมูลด้านประวัติศาสตร์และข้อมูลทางเทคนิค เกี่ยวกับพรมแดนไทย-กัมพูชา นายสีหศักดิ์กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสอบถามไปยังประเทศฝรั่งเศสเช่นกันว่าคือเอกสารอะไร แต่ถือว่าเป็นสิทธิ์ อาจขอไปทั้งสองฝ่าย ยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศติดตามอยู่ หากมีอะไรก็ค่อยว่ากันอีกที

สำหรับกรณีเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาหลายจุดนั้น ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเกิดจากอะไร ถ้ามีอะไรจำเป็นกระทรวงการต่างประเทศก็พร้อมดำเนินการ ทั้งนี้ การนัดประชุมกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชานั้น ถือเป็นการประชุมที่ครอบคลุมทุกเรื่อง รวมถึงชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งมองว่าควรถึงเวลาที่สมช.ต้องมาคุยกันหลายเรื่อง เพื่อเตรียมพร้อมข้อมูลระหว่างรอรัฐบาลใหม่ด้วย

ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกากล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย สั่งการให้ศึกษายกเลิก MOU 2544 ว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายกระทรวงการต่างประเทศไปศึกษา ซึ่งขั้นตอนการยกเลิกต้องไปดูกฎหมายระหว่างประเทศ และข้อตกลงการประชุมว่าทำได้หรือไม่ แต่โดยหลักทำได้และมีกระบวนการที่ต้องทำ ต้องดูว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อยกเลิกแล้วทั้งสองประเทศต้องไปพูดคุยกันเพื่อร่างกติกาขึ้นมาใหม่หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า แล้วแต่ทั้งสองประเทศจะคุยกันจะนับหนึ่งกันใหม่หรือไม่ จึงอยากให้ไปถามกระทรวงการต่างประเทศดีกว่า ก่อนออกตัวว่าตนไม่ถนัดกฎหมายระหว่างประเทศ ถนัดกฎหมายไทยมากกว่า

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการต่ออายุอนุญาตทำงานของแรงงานสัญชาติกัมพูชาประมาณ 1 แสนคนในประเทศไทยว่า ขอดูสถานการณ์ก่อน ขั้นตอนขณะนี้อยู่ในการพิจารณาเรื่องความมั่นคง ต้องดูให้เรียบร้อยก่อน แต่ยอมรับว่า เรื่องผู้ประกอบการ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมก็กระทบส่วนหนึ่ง แต่ต้องดูเรื่องความมั่นคงด้วย ดังนั้น ขอให้ฝ่ายความมั่นคงพิจารณาตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน จึงจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมครม. ซึ่งจะเร่งให้มีความชัดเจนเร็วที่สุด ยืนยันว่า ดูหลายมิติสำหรับแรงงานกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากอยู่ในเมืองไทยแต่เกิดสถานการณ์ชายแดนจึงตกค้าง และผิดกฎหมายอยู่ขณะนี้ หากส่งกลับยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะติดเงื่อนไขความมั่นคง เรื่องนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ โดยแรงงานที่ตกค้างกลุ่มดังกล่าวมีประมาณ 1 แสนคน

  วันเดียวกัน  พ.อ.ริชฌา   สุขสุวานนท์  รองโฆษกกองทัพบกเปิดเผยว่า กองทัพบกได้รับรายงาน มีเหตุการณ์​ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา  จากกองทัพภาคที่ 2 ดังนี้  เวลา 09.00 น บริเวณ ช่องเสม็ด อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์   เวลา 12.00 น.บริเวณทิศใต้ ปราสาทคนา อ.กาบเชิง จังหวัดสุรินทร์   เวลา 12.30 น. บริเวณ พื้นที่โดนตรวน ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ   ส่วนกรณี ไฟเผาป่าฝั่งกัมพูชา ลามมาถึงรั้วลวดหนามปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์นั้น ​ ไม่ได้รับรายงานมา แต่มีใกล้เคียงคือ พื้นที่ช่องเสม็ด  ซึ่งห่าง 2-3 กม.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top