วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
หึ่ง!ปิดดีลตั้งรัฐบาลหนู300เสียง
เขียทิ้ง‘กธ.-ปชป.
‘ไผ่ ลิกค์’การันตียังมีลุ้น
รอผู้ใหญ่เคลื่อนไหวก่อน
‘โรม’ขู่สอบต่อ‘ธรรมนัส’
แม้จะเป็นฝ่ายค้านร่วมกัน
สะพัด ปิดดีล!! จัดตั้งรัฐบาล “อนุทิน” 300 เสียง เขี่ย “กล้าธรรม-ปชป.” เป็นฝ่ายค้าน ด้าน “ไผ่ ลิกค์” ทัพหน้ากล้าธรรม การันตีข้ามโลก ยังมีลุ้นรอผู้ใหญ่เคลียร์กันให้จบก่อน ด้าน “รังสิมันต์ โรม” ลั่นตรวจสอบต่อแม้ “ธรรมนัส” จ่อเป็นฝ่ายค้านด้วยกัน อ้างไม่อยากเห็นกลุ่มสีเทา
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลภูมิใจไทยได้ลงตัวแล้ว โดยรัฐบาลภายใต้แกนนำของพรรคภูมิใจไทย ด้วยคะแนนเสียง 193 เสียง และ มีพรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กทั้งหมดรวม 33 เสียง เว้นไว้ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง ที่จะไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลทำให้รัฐบาลมีเสียงทั้งหมด 300 เสียง
รายงานข่าวแจ้งว่า การตัดสินใจครั้งนี้ ทำให้พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคประชาชน 118 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 22 เสียง และพรรครวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง รวมทั้งหมด 200 เสียง
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับสาเหตุที่สรุปตัวเลขดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพเพียงพอแล้ว และผู้ใหญ่ในพรรคต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อให้ประชาชนพึงพอใจ และยังเห็นว่าหากมีพรรคร่วมมากขึ้น จำเป็นต้องแบ่งโควต้ารัฐมนตรีให้พรรคอื่นอีก
เปิดโผรมต.คนนอก5เก้าอี้
ในขณะที่มีสัดส่วนรัฐมนตรีคนนอกแล้ว 5 ตำแหน่ง หากแบ่งเพิ่มอีกจะส่งผลกระทบต่อพรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทย ที่มีเสียง ส.ส.ถึง193เสียง
ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีคนนอก 5 คนจะประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯดูแลเรื่องกฎหมาย และอีกตำแหน่งคาดว่าจะเป็นนายปรีดี ดาวฉาย รมว.พลังงาน
รายงานแจ้งอีกว่า สำหรับเก้าอี้ ครม.ของพรรคเพื่อไทยยังคงอยู่ที่ 5 กระทรวง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้หรือไม่ ให้เป็นการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยเอง
ผ่าปมกธ.วืดเข้าร่วมรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล ล่าสุด มีความชัดเจนแล้วว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่เลือก พรรคกล้าธรรม เข้าร่วม รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เนื่องจากในช่วงการเลือกตั้งมีหลายพื้นที่ที่สู้กันหนักทั้งที่มีข้อตกลงกันแล้วว่าจะหลบเขตให้กันส่งผลให้ผู้สมัครสส.พรรคภูมิใจไทยแพ้การเลือกตั้งหลายพื้นที่ น้ำเงินร่วงหลายจุดอีกทั้งพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคที่น่ากลัวในการต่อสู้ระยะยาวของพรรคภูมิใจไทยเพราะเล่นเกมในสนามเลือกตั้ง วิธีการเดียวกันและทรงพลังตรงเป้า
ขณะเดียวกัน เสียงของพรรคกล้าธรรม 58 ที่นั่งมาเยอะเกินปกติ มีอำนาจต่อรองสูง หากเข้าร่วมรัฐบาล อาจจะเกรงว่าจะทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพอีกทั้งหากดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาเสียงรัฐบาลสูงเกินจำเป็นทำให้สัดส่วนเฉลี่ยจำนวนสส. ต่อ 1โควตารัฐมนตรี อาจจะพุ่งไปเกินค่าเฉลี่ย10สส. ต่อ 1โควตารัฐมนตรี ที่สำคัญภาวะบ้านใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่มีจำนวนมาก ต่างลุ้นเก้าอี้รัฐมนตรีเช่นกัน
‘ผู้กอง’ต่อรองคุมเก้าอี้เดิม3กท.
นอกจากนี้ทางพรรคกล้าธรรมยังต่อรองขอเก้าอี้กระทรวงเดิมอาทิกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขณะที่พรรคภูมิใจไทยต้องการให้นางศุภจี มากำกับทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯเพื่อสร้างผลงาน รวมถึงเหตุผลที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผา ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ยังต้องการนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่งแกนนำพรรคภูมิใจไทยหวั่นว่าจะถูกยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัตินายกฯได้
ทั้งนี้ จะทำให้พรรคขั้วฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม จะเป็น 3 พรรคหลักในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
ในส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรมนั้น นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึง กระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยปิดดีลตั้งรัฐบาล 300 เสียงโดยไม่มีพรรคกล้าธรรมว่าตนยังไม่ทราบเรื่อง เพราะมาต่างประเทศ
ขณะที่ นายธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ โฆษกพรรคกล้าธรรมกล่าวถึงกระแสดังกล่าวว่าตนเองยังไม่ทราบ และไม่ได้ยินข่าวดังกล่าว ผู้ใหญ่ยังไม่ได้บอกอะไร ถ้ามีอะไรคงจะรู้กันในพรรค หรือกรรมการบริหารพรรค แต่ตอนนี้ยังไม่มี คงเป็นไปตามข่าวที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมแจ้งให้สื่อมวลชนทราบ ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
‘อนุทิน’กราบ’สมเด็จธงชัย’ครบ73ปี
วันเดียวกัน ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กทม.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ทำบุญอายุวัฒนมงคล สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เนื่องในมงคลวาระเจริญอายุครบ 73 ปี โดยได้รับเมตตาจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธาน และพระสงฆ์วัดไตรมิตรวิทยาราม ประกอบพิธี
โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ ร่วมพิธี ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร
อยากให้ปชป.เป็นรบ.-ฝ่ายค้าน
ด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความสั้นๆแต่ทรงพลังผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “อยากให้ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมรัฐบาล/ฝ่ายค้าน แสดงความคิดเห็นมาครับ”
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ว่าน.ส.ตรีนุช เทียนทอง ว่าที่ สส.สระแก้ว รักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะได้นัดเรียกประชุมคณะกรรมการบริการบริหารพรรคในวันอังคารที่ 24 ก.พ. นี้ ในเวลา13.30 น.เพื่อขอมติที่ประชุมในการให้ 5 ว่าที่ สส.พรรคพปชร.สนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในวันที่ 7 มี.ค.นี้พรรคพปชร.จะประชุมพรรคเพื่อขอมติที่ประชุมแต่งตั้ง น.ส.ตรีนุช เป็นหัวหน้าพรรคพปชร.ต่อไปด้วย
ตั้งรบ.รอ‘พปชร’เคาะแตะ291เสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว ล่าสุดในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 สำหรับเสียงของฝั่งพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลขณะนี้แบ่งเป็นพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคประชาชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง พรรคใหม่ 1 เสียง พรรครวมใจไทย 1 เสียง พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง พรรคมิติใหม่ 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียงและพรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง
โดยในวันที่ 24 ก.พ.นี้ หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ มีมติสนับสนุนนายอนุทินเป็นเป็นนายกฯจะทำให้มีอีก 5 เสียงของพรรคพลังประชารัฐ เข้ามาสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้เสียงสนับสนุนในฝั่งของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการจะมีจำนวนทั้งสิ้น291 เสียง
ซัดปล่อยข่าวไม่ดึงกธ.ย้ำรอกกต.
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่ามีการปิดดีล 300 เสียงโดยพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาชนว่า ไม่เป็นความจริง ร้อยเปอร์เซ็นต์ ขณะนี้รอการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)อย่างเป็นทางการ ถึงจะเริ่มขั้นตอนต่อไปตามลำดับ ส่วนโผรายชื่อที่ออกมา ก็ไม่ได้มาจากพรรคภูมิใจไทย มีใครจงใจปล่อยออกมาผ่านสื่อเพื่อสกัดใครในพรรคหรือไม่
นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม มีแนวโน้มสูงที่จะถูกเขี่ยให้เป็นฝ่ายค้าน พรรค ปชน. ยินดีต้อนรับหรือไม่ เพราะ ร.อ.ธรรมนัส เคยฟ้องร้องคนของพรรค ปชน. หลายคดี ว่า คงพูดไม่ได้ ว่ายินดีต้อนรับหรือไม่ เพราะฝ่ายค้าน ไม่ได้เกิดจากการจับมือกันเป็น พรรค ปชน. ทำเต็มที่กับบทบาท เราไม่ได้สนใจว่า ใครบ้างมาเป็นฝ่ายค้านด้วย ไม่ได้ยินดียินร้าย ขณะที่เรื่องทุนสีเทา เราก็เดินหน้าตรวจสอบต่อได้อยู่แล้ว การที่ถ้าหาก ร.อ.ธรรมนัส เป็นฝ่ายค้าน จริงๆตามข่าวก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ตรวจสอบ ร.อ.ธรรมนัส
พร้อมย้ำว่าส่วนเรื่องนายเบน สมิธก็คงต้องเดินหน้าต่อ เรื่องเบน สมิธก็ไม่ได้เกี่ยว แค่กับ ร.อ.ธรรมนัสคนเดียว ยังมีอีกหลายคนที่มาเกี่ยว แม้กระทั่งในเรื่องการเซ็นเอ็มโอยูของบริษัทสิงคโปร์ที่เชื่อมโยงกับเรื่องการสแกนม่านตา เราต้องเดินหน้าเช่นกัน เราจะพยายามทำหน้าที่ ไม่อยากให้บรรดาพวกสีเทาเข้ามามีอำนาจรัฐได้ เพราะความเสียหายของประเทศมันหยั่งรากลึกอย่างแน่นอน
ย้ำไม่อยากเห็นตั้ง รมต.สีเทา
เมื่อถามว่าคิดอย่างไร กรณีที่ปัจจัยเรื่องโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี อาจเป็นสาเหตุที่พรรคกล้าธรรม ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าเป็นพรรค ปชน. ตั้งรัฐบาล จะเน้นคุณสมบัติคนมาทำงาน ต้องมีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญเป็นหลัก มันคงไม่ได้เป็นภาพสะท้อนมุ้ง เป็นภาพสะท้อนกลุ่มก๊วนการเมือง แต่สิ่งที่ตนอยากเห็นก็คือคนที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี จะต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ไม่ควรจะเป็นคนที่มีประวัติทุจริตและคอร์รัปชัน หรือมีการบริหารราชการแผ่นดินที่ทำให้เกิดความเสียหาย ประเทศไทยเราเสียหายมามากพอแล้ว ไม่รู้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นต่อไปอย่างไร แต่เราไม่อยากเห็นใครก็ตามที่มีประวัติสีเทา และคอร์รัปชันเข้าไปเป็นรัฐมนตรีอีก
‘ชัยวุฒิ’เตือนเจอ3พรรคฝ่ายค้าน
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหลังจากที่มีกระแสข่าวจัดรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ รวมเสียงได้ประมาณ 300 เสียงว่าไม่ใช่เรื่องเหนือคาดหมาย ทิศทางการจัดตั้งรัฐบาล ดูเหมือนจะดีลจบลงตัว เสียงสนับสนุนท่วมท้นกว่า 300 เสียง แม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมากในสภา แต่เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จะต้องเผชิญหน้ากับพรรคฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี”นำโดยพรรคประชาชน, พรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการมีฝ่ายค้าน3พรรคหลักนี้ก็จะช่วยให้การตรวจสอบรัฐบาล ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ในการถ่วงดุลกันพอสมควร และทำให้สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเต็มที่
จี้แก้ปากท้อง/ทวงอย่าลืมคำสัญญา
หัวหน้าพรรครักชาติยังกล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยว่า ต้องเร่งนโยบายปากท้อง ประชาชนรอความหวังมานาน นโยบายที่เคยประกาศไว้ตอนเลือกตั้งต้องเริ่มทันที พร้อม ขยี้ปมรวยกระจุก วาทกรรมที่ว่า“ประชาชนจะรวย จนทนไม่ไหว”จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาคได้จริงหรือไม่
“ที่สำคัญรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นเต็มไปด้วยความคาดหวังของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะในช่วงการเลือกตั้ง นโยบายอะไรที่ “อนุทิน”หาเสียงไว้ ก็ขอให้เร่งทำให้สำเร็จและก็แก้ปัญหาพี่น้องประชาชนให้ได้ทุกๆเรื่อง โดยเฉพาะที่บอกว่า ประชาชนจะร่ำรวยขึ้นอย่างแน่นอน รวยจนทนไม่ไหว ก็ขอให้รีบทำให้สำเร็จจริงๆ ตอนนี้ปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจ เป็นปัญหาใหญ่ที่ประชาชนทุกคนรอความหวังจากการทำงานของรัฐบาล ท่านนายกฯ ต้องทำให้ตรงใจประชาชน ตอบโจทย์ความต้องการพี่น้องประชาชน”นายชัยวุฒิ กล่าว
‘ไทยภักดี’ยังไม่มีติดต่อร่วมรบ.
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าพรรคไทยภักดีสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯว่าตนเองยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าวและเพิ่งเห็นข่าวจากภาพแคปที่มีผู้นำมาให้ดู ยืนยันไม่เป็นความจริง ยังไม่มีใครติดต่อมาเลย ยังเงียบๆอยู่ พรรคเราเป็นพรรคเล็กก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร เห็นว่ายังมีเวลาก็แปลกใจว่าทำไมมีข่าวออกไป เพราะถ้าจะไปร่วมจริงก็ควรมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำว่า ถึงขนาดนี้ ก็ยังไม่มีแกนนำของพรรคภูมิใจไทยติดต่อมาแต่อย่างใด
ทสท.ย้ำจุดยืนแก้รธน.รายมาตรา
นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.)เปิดเผยถึงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม โฆษกพรรคประชาชนออกมาตั้งคำถามถึงแนวทางการต่อสู้เพื่อนโยบายของพรรคไทยสร้างไทยด้านการปราบโกงรวมถึงกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในประเด็นการคืนอำนาจให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระว่า เรื่องดังกล่าว ถือเป็นสิ่งที่พรรคไทยสร้างไทยได้นำเสนอและประกาศเป็นนโยบายหลักมาโดยตลอดและพยายามผลักดันตั้งแต่สภาชุดที่แล้วในรูปแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา
“ดังนั้นต่อคำถามที่ว่าพรรคไทยสร้างไทยจะยืนหยัดการผลักดันการปราบโกงหรือไม่ ขอยืนยันได้ว่าถ้าได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายโดยไม่ยึดติดคำว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ร่างกฏหมายที่พรรคไทยสร้างไทยเตรียมไว้ ก็จะสามารถเข้าสู่สภาได้เพราะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส.ให้ครบจำนวน”นายปริเยศ ย้ำ
โต้’ไอติม’ ร่วมรบ.หนูไม่เสียจุดยืน
โฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวต่อว่า แม้ที่ผ่านมาพรรคไทยสร้างไทยจะเคยพยายามขอความร่วมมือและขอความสนับสนุนจากหลายฝ่ายรวมถึงเพื่อนร่วมฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน(ก้าวไกลเดิม)มาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควรในสภาชุดที่แล้ว แต่ครั้งนี้ในช่วงการหาเสียงที่ผ่านมาตนได้พบกับคุณพริษฐ์ในหลายเวทีและได้รับการยืนยันจากทางพรรคประชาชนว่าจะร่วมผลักดันแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตราควบคู่ไปกับการทำฉบับใหม่ที่ใช้เวลาอีกพักหนึ่งจึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทุกพรรคจะร่วมกันผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้กับคอรัปชั่นให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ โดยไม่ยึดติดคำว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
“อย่าชี้นำว่าการที่ไทยสร้างไทยได้รับคำเชิญให้ร่วมสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากภูมิใจไทย จะเป็นการเสียจุดยืนด้านการปราบโกงเพราะความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น และถือเป็นการด้อยคุณค่าพรรคการเมืองที่ทำงานร่วมกันมาโดยตลอดด้วยไมตรี ซี่งตนมั่นใจว่าเป็นเพียงการตั้งคำถามด้วยความห่วงใยจากคุณพริษฐ์ที่มีต่อทางพรรคไทยสร้างไทยเท่านั้น จึงถือโอกาสนี้สร้างความมั่นใจให้กับทางคุณพริษฐ์อีกครั้ง”โฆษกไทยสร้างไทย กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี