วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
รังสิมันต์ โรม ขึ้นศาลสู้คดีเบน สมิธ ฟ้องหมิ่นหลังอภิปรายในสภาพาดพิงเป็นแก๊งสแกมเมอร์ ฟอกเงินเผยเตรียมพยาน 16 ปาก หนึ่งในนั้นคือเบน สมิธ ไม่หนักใจอะไร ส่วนทนายเบน ติงโรมอ้างครอบครัวมาเป็นพยานฝ่ายตนเองไม่สมควรอย่างยิ่ง พร้อมสู้คดียึดทรัพย์
เมื่อเวลา 9.15 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษกศาลนัดสอบคำให้การจำเลยและตรวจหลักฐานคดีที่นายเบน สมิธ หรือMr.Benjamin Mauerberger นักธุรกิจชาวต่างชาติเป็นโจทก์ฟ้อง นายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.)เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 100 ล้านบาท
จากกรณีเมื่อวันที่ 30 กันยายน 68นายรังสิมันต์ โรมอภิปรายในสภาฯมีเนื้อหาพาดพิงทำนองว่านายเบน สมิธ มีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งสแกมเมอร์และฟอกเงิน ซึ่งล้วนเป็นเท็จเป็นการใส่ความทำให้โจทก์ ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกิดความเสียหายเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง
นายรังสิมันต์ โรมเปิดเผยถึงแนวทางการต่อสู้ในคดีนี้ว่า วันนี้เป็นการสอบคำให้การและนัดตรวจพยานหลักฐาน ซึ่งในฝ่ายของตนได้ยื่นบัญชีพยานบุคคลสอบคำให้การในคดีนี้จำนวน 16 ปาก หนึ่งในนั้นคือนายเบน สมิธ โจทก์ผู้ยื่นฟ้องในคดีนี้ด้วย โดยถือเป็นสิทธิ์ฝ่ายจำเลยที่จะสามารถอ้างโจทก์เป็นพยานได้ สำหรับสาเหตุที่ห้างนายเบน สมิธ เป็นพยานฝ่ายตนด้วยนั้น ก็เพื่อที่ฝ่ายตนจะได้ซักถามข้อเท็จจริงกับนายเบน สมิธด้วย
ทั้งนี้ พยานบุคคลทั้ง 16 ปาก ยังไม่มีรายชื่อของนักการเมืองรายใหญ่หรือบุคคลสำคัญ โดยเฉพาะนักการเมืองที่ถูกกล่าวอ้างว่าสนิทสนมกับนายเบน สมิธ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการเพิ่มรายชื่อนักการเมืองส่วนตรงนี้ แต่ยอมรับว่าอยู่ในวิสัยที่เราจะพิจารณาภายหลังได้นี่เป็นไงป้องกันเมือง
สำหรับคดีนี้ตนไม่ได้หนักใจอะไรเพราะตนยืนยันว่า การที่ถูกฟ้องในคดีนี้เกิดจากการที่ตนทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ทั้งการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรและการสัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชน ซึ่งถือเป็นแนวทางของการเมืองไทยที่ทำแบบนี้อยู่แล้ว โดยอยู่บนพื้นฐานของความสุจริต
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่า การฟ้องในลักษณะแบบนี้มีเจตนาอะไร ซึ่งประชาชนก็คงจะมองออกและอาจตั้งคำถามว่า แล้วหลังจากนี้คนที่ถูกฟ้องจะกล้าออกมาพูดอะไรหรือไม่ ซึ่งตนกังวลว่าจะทำให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ดีต่อการค้นหาความจริง โดยเฉพาะการขุดคุ้ยเรื่องคดีสแกมเมอร์ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญต่อประเทศชาติอย่างมาก แม้ในวันนี้การพูดถึงคดีสแกมเมอร์จะน้อยลง แต่มูลค่าความเสียหายและการแจ้งความดำเนินคดียังคงมีมากมายมหาศาล เราไม่สามารถปฏิเสธความจริงเรื่องนี้ได้
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า การถูกฟ้องคดีดังกล่าวในวันนี้ไม่ส่งผลอะไรกับการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรของตนในอนาคต เป็นเพียงเรื่องของบุคคลที่ต้องการใช้สิทธิ์ทางศาล ซึ่งก็ต้องขอให้ประชาชนพิเคราะห์ดูว่า เป็นการใช้สิทธิ์ทางศาลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตหรือไม่
ส่วนกรณีที่คดีนี้จะกระทบกับพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวอ้างว่ามีความเกี่ยวข้องกับนายเบน สมิธ และจากผลการเลือกตั้ง มีแนวโน้มว่าพรรคการเมืองนี้จะมาร่วมเป็นฝ่ายค้านด้วย นายรังสิมันต์กล่าวว่า การที่จะมาเป็นฝ่ายค้านมันเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้อยู่แล้ว เพราะพรรคที่ไม่สามารถจะจัดตั้งหรือร่วมรัฐบาลได้ ก็จะมาอยู่ฝ่ายค้าน ถือเป็นเรื่องปกติของกลไกรัฐสภา ซึ่งพรรคฝ่ายค้านยังไงก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีอะไรที่หนักใจเลย เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่พรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน มาทำงานฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาชน ยังไงเราก็ต้องเดินหน้ากันต่อไปตามกรอบของกฎหมายและกลไกของรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีอะไรที่หนักใจสำหรับพรรคประชาชน
ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามถึงประเด็นที่เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปปง. ได้ส่งสำนวนคดียึดและอายัดทรัพย์ของเครือข่ายนายเบน สมิธ ในคดี น.ส.แตงไทย พร้อมพวก จำนวน 12,123 ล้านบาท ส่งให้สำนักงานอัยการคดีพิเศษ พิจารณายื่นคำร้องต่อศาลแพ่งให้ยึดทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน นายรังสิมันต์กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเคยนำเสนอมาตลอดว่า ฐานในการยึดทรัพย์นายเบน สมิธ มีมากกว่าคดีของ น.ส.แตงไทย แต่ยังมีคดี Huione pay ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจสอบสวนกลาง แต่ยังไม่พบการขยายผล ทั้งที่คดีนี้น่าจะมีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมากกว่าที่มีการเปิดโปงกันในเวลานี้ ซึ่งตนเชื่อว่าตำรวจสอบสวนกลางจะสามารถสอบสวนขยายผลได้มากกว่านี้ได้ โดยเฉพาะช่วงที่ตนเคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงของรัฐ ก็เคยเชิญตำรวจสอบสวนกลางมารับฟังข้อมูลคดีนี้ จึงถือว่าตอนนี้ตำรวจสอบสวนกลางมีข้อมูลเชิงลึกในคดีนี้แล้ว
ดังนั้น หากมีการขยายผลในคดี Huione pay และนำมาสู่การสืบเส้นทางการเงินพร้อมทั้งยึดทรัพย์ จะได้เงินมากถึง 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่าคดี น.ส.แตงไทย ที่ตามยึดทรัพย์ได้เพียงแค่ 12,123 ล้านบาท โดยมองว่า เงิน 3.3 ล้านล้านบาท จะสามารถคืนให้กับผู้เสียหายชาวไทยในคดีสแกมเมอร์ได้เป็นจำนวนมาก
ด้านนายวิฑูรย์ เก่งงาน หนึ่งในทีมทนายความของนายเบน สมิธ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับที่นายรังสิมันต์ อ้างขอนำครอบครอบครัวของนายเบนมาเป็นพยานฝ่ายนายโรมด้วย เรื่องนี้เป็นการฟ้องส่วนตัวกันค่อนข้างสวนทางกับความเป็นตัวตนของนายรังสิมันต์อย่างมาก ส่วนตัวก็ยังหาสาเหตุไม่ได้และมองไม่ออกว่า ทำไมถึงต้องทำกันแบบนี้ ไม่มีเหตุผลเลยที่ต้องนำครอบครัวของเขามาเป็นพยานหรือมาขึ้นศาลหากการอภิปรายอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและมีพยานหลักฐาน ก็จะไม่มีการฟ้องร้องใช่หรือไม่ นายวิฑูรย์กล่าวว่า หากจะฟ้องกันจริงก็คงฟ้องร้องยาก แต่การอภิปรายของนายรังสิมันต์นั้น เป็นการเอาแพะมาชนแกะ เอาภาพของบุคคลนั้นบุคคลนี้มาใส่ ซึ่งมันไม่ถูกต้อง กฎหมายเขียนเอาไว้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องดูว่า สิ่งที่นายรังสิมันต์ทำนั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือมุ่งประโยชน์ต่อบุคคลใดหรือไม่ เมื่อเกิดความเสียหายเกิดขึ้น
ส่วนคดีฟอกเงินที่ทาง ปปง. ทำสำนวนยึดอายัดทรัพย์ตอนนี้ได้ส่งเรื่องมายังสำนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลแพ่งให้อายัดทรัพย์เหล่านี้ของนายเบนตกเป็นของแผ่นดินนั้น นายวิฑูรย์กล่าวว่าคดีนี้คงต้องดูที่รายละเอียดพอสมควร แต่อย่างไรฝ่ายตนก็สู้คดีอย่างเต็มที่ ซึ่งตนทำหน้าที่รับผิดชอบคดีส่วนนี้อยู่แล้ว ตนไม่มีความหนักใจใด ๆ ต่อสู้ตามพยานหลักฐานที่พวกเรามีและมีความมั่นใจ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี