วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569
’โรม‘ ยัน ’พรรคส้ม‘ ไม่เคยเปลี่ยนอุดมการณ์ หลังเจอกระแสดราม่าดึง ’สุรพล‘ ร่วมงาน ลั่นช่วงเวลานี้ต้องผนึกกันขจัด 'ระบอบสีน้ำเงิน'
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสดราม่าการดึงนายสุรพล นิติไกรพจน์ มาร่วมทำงานในตำแหน่งประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์กรุงเทพ พรรคประชาชนว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่มีกระแสวิพากย์วิจารน์ ที่นำบุคคลมาร่วมในการทำงานกับพรรค แต่ยืนยันว่า แนวทางของพรรคประชาชนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์แต่อย่างใด ซึ่งมีเครื่องยืนยันว่า ที่ผ่านมากฏหมายหลายฉบับและการพยายามแก้ไขผลพวงของ คสช. ก็เป็นแนวทางที่พรรคแก้ไขมาโดยตลอด ซึ่งประเด็นการร่วมงานกับนายสุรพล ส่วนตัวเชื่อว่าจะเป็นบุคคลที่สามารถเข้ามามีบทบาทและเป็นพันธมิต ที่สำคัญในการช่วยรับมือกับปัญหาของระบอบสีน้ำเงิน แต่แน่นอนว่าการตัดสินใจของพรรคประชาชนในครั้งนี้ ก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องน้อมรับคำวิจารณ์ ซึ่งการตัดสินใจของผู้บริหารพรรค ก็คงคิดไว้อยู่แล้ว ที่จะต้องยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างที่ตามมา
เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุรพล เคยออกมาเปิดเผยว่าไม่เคยเปลี่ยนหลักการในความคิดของตัวเองนั้น ซึ่งมีการมองจากหลายกลุ่มว่าเป็นแนวคิดที่ยังคงสนับสนุนแนวทางรัฐประหารหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าไม่น่าจะใช่เรื่องนี้ และอยากให้มองไปถึงเรื่องของการรื้อโครงสร้างรัฐธรรมนูญมากกว่า ซึ่งใครก็ตามที่มาร่วมทำงานกับพรรคประชาชน ก็น่าจะรู้อยู่แล้วถึงอุดมการณ์ของพรรคในการเดินหน้าว่าจะไปในทิศทางไหน ไม่อยากให้เอาคำเพียงเล็กน้อยมาเป็นตัวตัดสินและพรรคประชาชนยืนยันว่า ไม่เคยเห็นด้วยกับรัฐประหาร และไม่เคยเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ที่เป็นมรดก ของ คสช.

นอกจากนี้ อุดมการณ์ของพรรค ประชาชน ก็ต่อต้าน สนช. และ สว. ที่มาจากการแต่งตั้งมาโดยตลอด ทั้งนี้เมื่อพรรคประชาชน ดึงนายสุรพลเข้ามาทำงาน ก็ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป
เมื่อถามถึงการเปรียบเทียบ กรณีพรรคประชาชน ดึงนายสุพรล มาร่วมมงาน เปรียบกับ กรณีของ พรรคเพื่อไทย จับมือกับพรรคภูมิใจไทย ม่ีลักษณะคล้ายกันนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่อยากเปรียบเทียบว่าใครดีหรือไม่ดี เพราะเห็นว่ากรณีนี้ ไม่น่าจะเปรียบเทียบกันได้ แต่ท้ายที่สุดขอให้ประชาชนมองจะดีกว่า ว่าใครเป็นอย่างไร
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาชนไม่เคยทรยศต่อหลักการของประชาชน ทั้งนี้กรณีการนำบุคคลนอกเข้ามาร่วมงาน และมีการวิจารณ์ก็ไม่ใช่ครั้งนี้ครั้งแรก สิ่งสำคัญต่อแนวทางของพรรคประชาชนในตอนนี้ คือการรับมือกับระบอบสีน้ำเงิน ถ้าไม่รวบรวมกำลังเพื่อต่อต้าน ประเทศไทยที่กำลังเดินอยู่ในขณะนี้ก็คงยากที่จะรู็ว่าจะเดินต่อไปทางไหนต่อ และการทำงานของพรรคประชาชน ไม่ใช่ทำเพื่อผลลัพธ์ที่ต้องชนะ แต่สิ่งที่ต้องทำ คือ ต้องติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง ดังนั้นการดึงนายสุรพลเข้ามา และมีเสียงวิจารณ์เป็นอย่างมากก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า พรรคปรชาชนไม่ใช่พรรคการเมืองที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว แต่เป็นของทุกคน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีคนพุ่งเป้าเรื่องโปลิตบูโรในการเลือกนายสุรพลเข้ามาร่วมงาน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่อยากให้ลงลึกถึงรายละเอียด แต่เบื้องต้นทางพรรคประชาชนไม่มีโปลิตบูโรและโปลิบูโรไม่ได้อยู่ในโครงสร้างของพรรค อาจจะเป็นแค่ชื่อเรียกที่คนส่วนใหญ่เรียกกัน และนายสุรพลเองมีส่วนร่วมกับพรรคสีส้มพอสมควร อย่างเช่นการเป็นพยานในประเด็นต่างๆ และประชาชนได้เห็นบทบาทของนายสุรพลมาโดยตลอด ดั้งนั้นอย่าไปมองในเรื่องของกระบวนการว่าเข้ามาได้อย่างไร ในมองว่าในเมื่อผู้บริหารตัดสินใจแล้ว ก็พิสูจน์กันด้วยเวลาและหลายองค์ประกอบร่วมกันว่าเราคิดถูกหรือคิดผิด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี