วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
‘เขมร’ยิงปืนค.40มม.ใส่ไทย
กองทัพโต้เดือด
ใช้M-79สวนกลับทันควัน
ผบ.ทบ.ลั่นยังไม่ใช้ยาแรง
ทบ.แจงเหตุปะทะที่พลาญหินแปดก้อน ศรีสะเกษ เหตุเริ่มจากเขมร ยิงปืน ค.ใส่ฝั่งไทย ใกล้จุดที่ทหารไทยกำลังปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน ไทยได้ตอบโต้ตามกฎการใช้กำลัง ด้วยปืนเล็ก-M-79 ป้องกันตัวเอง ไร้คนเจ็บ คุมสถานการณ์ได้ ซัดเขมรละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำซาก ขณะที่ทภ.2 เปิดไทม์ไลน์ เขมรยิงปืนค. ใส่ฝั่งไทย ขณะกำลังพล 8 นาย ลาดตระเวน ฝ่ายไทยรัวปืนเล็ก 5 นัด -เครื่องยิงลูกระเบิด 40 มม. 1 นัด ระงับเหตุ ควบคุมสถานการณ์ทันที นายกฯขอคุยฝ่ายความมั่นคง ส่วน“ผบ.ทบ.”ชี้เหตุยิงปืน ค.40 มม.จากเขมร ไม่จำเป็นต้องใช้ยาแรง บอกแม่ทัพในพื้นที่ดำเนินการอยู่แล้ว เสธ ทบ.ย้ำทหารไทยมีมาตรการรับมือ
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊คArmy Military Force โพสต์ข้อความระบุว่า เวลา 08.50 น.วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) มีรายงานทหารกัมพูชายิงเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. 1 นัด ใส่ชุดลาดตระเวนของฝ่ายไทย บริเวณพื้นที่พลาญหินแปดก้อน ฝ่ายไทยได้ตอบโต้ตามสถานการณ์ด้วยอาวุธปืนเล็กและเครื่องยิงลูกระเบิด M79 เพื่อป้องกันตนเอง ล่าสุด สถานการณ์ในพื้นที่สงบลงแล้ว ไม่มีการยิงตอบโต้เพิ่มเติม เบื้องต้นทหารไทยปลอดภัยและอยู่ระหว่างเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ไทยยิงM79โต้เขมรปืนค.ลอบกัด
ต่อมา ที่กองบัญชาการกองทัพบก (ทบ.) พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงว่า เวลาประมาณ 08.50 น. กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ว่า ขณะกำลังพลฝ่ายไทยปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามปกติ บริเวณพลาญหินแปดก้อน จังหวัดศรีสะเกษ ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี เกิดเหตุฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด ค.40 มม. ยิงเข้ามายังพื้นที่ใกล้กับจุดลาดตระเวนของฝ่ายไทย 1 นัด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลให้กำลังพลฝ่ายไทยได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
หลังเหตุการณ์ ฝ่ายไทยได้ตอบโต้ โดยยิง M79 ไปยังทิศทางที่ยิงมาตามกฏการปะทะ เพื่อเป็นการเตือนและป้องกันตนเองตามหลักการ และเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของกำลังพลและพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการเฝ้าติดตามสถานการณ์ เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
ทบ.ประณามละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
โฆษกกองทัพบกย้ำว่า การกระทำดังกล่าวของกัมพูชาขัดต่อข้อตกลงหยุดยิงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ทั้งสองฝ่ายได้ยึดถือหลังการลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าเหตุการณ์อาจเกิดจากการสับเปลี่ยนกำลังของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นกำลังพลใหม่และยังขาดความคุ้นเคยในระเบียบและการควบคุมบังคับบัญชา ส่งผลให้เกิดความบกพร่องในการปฏิบัติในพื้นที่
ทั้งนี้ หน่วยในพื้นที่ได้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจอย่างเคร่งครัด และให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชน
ทภ.2เปิดไทม์ไลน์ยันเขมรยิงก่อน
ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ชี้แจงเหตุการณ์ปะทะบริเวณฐานปฏิบัติการพื้นที่พลาญหินแปดก้อน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อเวลา 08.50 น. ขณะกำลังพลของ ร้อย.ร. 8 นาย ออกลาดตระเวนตามแนวลวดหนามในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย ถูกฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. ยิงมา 1 นัด กระสุนตกที่ขอบหน้าผาใกล้ฐานปฏิบัติการ ห่างพลาญหินแปดก้อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวหน้าผาประมาณ 2 กิโลเมตร หลังเกิดเหตุไทยใช้อาวุธยิงตอบโต้ตามสถานการณ์ ด้วยปืนเล็ก 5 นัด และเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. 1 นัด เพื่อระงับยับยั้งเหตุการณ์และควบคุมสถานการณ์ในทันที
กองทัพภาคที่ 2 ระบุต่อว่า พื้นที่ดังกล่าวฝ่ายกัมพูชาเคยมีพฤติการณ์ลักษณะเดียวกันมาแล้ว 2 ครั้ง ดังนั้น เมื่อปฏิบัติการทางทหารตามขั้นตอนจนสถานการณ์สงบ จึงยิงอาวุธขนาด 40 มม. เพิ่มอีก 1 นัด ไปยังเป้าหมายที่ตรวจพบ เพื่อเป็นการแจ้งเตือนอีกครั้ง ยืนยันว่าการปฏิบัติเป็นไปตามหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน ภายใต้กฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด เพื่อจำกัดขอบเขตสถานการณ์และป้องกันไม่ให้บานปลาย
“ผลปฏิบัติ ฝ่ายตรงข้ามยุติการกระทำ ไม่ตอบโต้เพิ่มเติม กำลังพลฝ่ายไทยปลอดภัยทุกนาย ไม่เกิดความเสียหายใดๆ ขณะนี้หน่วยเข้าที่มั่นเรียบร้อย เพิ่มความระมัดระวังและเฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด”ทภ.2 ระบุ
นายกฯเล็งคุยผบ.เหล่าทัพ
เวลา 15.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีเขมรยิงปืนใส่ทหารไทยขณะลาดตะเวน จะเรียกประชุมความมั่นคงหรือไม่ว่า ไม่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก มาประชุมคณะกรรมการอำนวยการการจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เลยได้พบท่าน
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ถามถึงกรณีกัมพูชาใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด ค.40 มม.ยิงเข้ามาพื้นที่ใกล้จุดลาดตะเวนฝ่ายไทย จ.ศรีสะเกษ นายอนุทินกล่าวว่า เดี๋ยวตนจะฟัง ไม่ได้เรียกประชุมเป็นกรณีพิเศษ พบท่านในที่ประชุม ก็บอกท่านว่าถ้าท่านมีเวลาเดี๋ยวขอหารือ เมื่อถามย้ำว่ากัมพูชายิงระเบิดเข้ามาช่วงเช้า นายกฯกล่าวว่า เดี๋ยวขอคุยกับฝ่ายความมั่นคง
ผบ.ทบ.ชี้ยังไม่จำเป็นใช้ยาแรง
ด้านพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงเหตุทหารกัมพูชายิงปืนค.40 มม. มายังฝั่งไทยว่า นายกฯเชิญปลัดกระทรวงกลาโหม ขึ้นไปหารือถึงประเด็นดังกล่าวบนตึกไทยคู่ฟ้า
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้สั่งการให้กำลังพลในพื้นที่ดำเนินการอะไรหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า แม่ทัพดำเนินการอยู่แล้ว ถามย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ยาแรงใช่หรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ไม่จำเป็น
เสธ ทบ.ย้ำทหารมีมาตรการรับมือ
ส่วนพล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์เสนาธิการทหารบกกล่าวในเรื่องเดียกวันว่า กองทัพกำลังตรวจสอบอย่างละเอียด แต่เบื้องต้นทราบว่ายิงห่างจากแนวชายแดน 100 เมตร ยิงมาจากพื้นที่กัมพูชา และใกล้เคียงกับจุดที่ทหารไทยลาดตระเวน เกิดจากทหารกัมพูชาไม่มีวินัย
ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องทำเรื่องประท้วงไปยังทางกัมพูชาหรือไม่ เสนาธิการทหารบกกล่าวว่า ในพื้นที่ได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ในส่วนกองทัพบกกำลังพิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินการ ถ้ามีเกิดเหตุในลักษณะนี้บ่อยครั้งก็จะเกิดปัญหา โดยเราต้องมีมาตรการรับมือกับสถานการณ์ ขอให้ใจเย็นๆก่อน เพราะมีมาตรการหลายขั้นตอน แต่มาตรการทางทหารจะเป็นมาตรการสุดท้าย ซึ่งเราจะใช้มาตรการที่เหมาะสม
ประสานกต.ฟ้องสิทธิมนุษยชนยูเอ็น
ถามย้ำว่าหากเกิดเหตุการณ์ซ้ำๆ จะนำไปสู่การประทะรอบที่ 3 หรือไม่ เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า เราจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นซ้ำๆ พร้อมจะประสานให้กระทรวงการต่างประเทศพูดในเวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งขณะนี้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ อยู่ระหว่างเข้าร่วมประชุมดังกล่าว
ทหารทภ.1ถูกสะเก็ดระเบิดปริศนาเจ็บ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วานนี้ (วันที่ 23 กุมภาพันธ์) เวลา 14.20 น. เกิดเหตุทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ ขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนบริเวณจุดตรวจหลักเขต 28 พื้นที่รอยต่อตาพระยา–ละหานทราย บริเวณผาหินตัด ทราบชื่อต่อมาคือ ส.อ.ธนพล มัดยาดำ ตำแหน่งพลลาดตระเวน สังกัดกองร้อยลาดตระเวนไกลที่ 2 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ถูกสะเก็ดระเบิดที่ฝ่ามือซ้าย ปลายนิ้วชี้ และนิ้วกลาง เบื้องต้นกำลังพลนายดังกล่าวอยู่ในสังกัดกองกำลังบูรพา แต่เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ฝั่งละหานทราย จ.บุรีรัมย์ จึงนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลนางรอง แพทย์ได้ผ่าตัดตกแต่งบาดแผล โรงพยาบาลหน่วยต้นสังกัดในจังหวัดปราจีนบุรีรับทราบเหตุแล้ว หากอาการดีขึ้น มีแผนส่งตัวกลับไปรักษาต่อที่ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรีต่อไป เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของเหตุระเบิดดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง
ทภ.1แจงอุบัติเหตุ-ทหารปลอดภัย
ต่มากองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) ออกเอกสารเผยแพร่ระบุ ได้รับรายงานจาก กกล.บูรพา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ กรณีกำลังพลจากกองร้อยลาดตะเวนระยะไกลที่ 2 ได้รับบาดเจ็บบริเวณฝ่ามือข้างซ้าย 1 นาย ระหว่างปฎิบัติหน้าที่เฝ้าตรวจบริเวณจุดตรวจหลักเขตที่ 28 รอยต่อ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว และ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ โดยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและส่งเข้ารักษาพยาบาลที่รพ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ผ่าตัดเรียบร้อย อาการปลอดภัย ปัจจุบันส่งตัวเข้ารักษาต่อ ณ รพ.ค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรี นอกจากนี้ ทภ.1ยืนยัน ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการเพิ่มเติมกำลัง หรือการยั่วยุจากฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด กกล.บูรพา ยังวางกำลังและเฝ้าตรวจในพื้นที่ตามแนวชายแดน ปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติเต็มกำลังความสามารถ
สีหศักดิ์พบผอ.ยูเนสโกแจงปมชายแดน
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือทวิภาคีกับนาย Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezzผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก ในโอกาสที่รัฐมนตรีฯ เดินทางเยือนกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เป็นการพบกันเป็นทางการครั้งแรก หลังทั้งสองฝ่ายเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีฯ นอกจากนี้ ไทยได้ชี้แจงพัฒนาการสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา และหารือการเสนอขึ้นทะเบียน “ชุดไทย” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกในปี 2569 ขณะที่ยูเนสโกได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายและวิสัยทัศน์การบริหารองค์กร พร้อมสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา โดยรัฐมนตรีฯ ได้ใช้โอกาสชี้แจงสถานการณ์ให้ฝ่ายยูเนสโกได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านด้วย
เชื่อยูเนสโกเข้าใจ-แต่พุ่งเป้าฟื้นพระวิหาร
นายสีหศักดิ์ ให้สัมภาษณ์หลังหารือกับนาย Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezzผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ในโอกาสเดินทางเยือนกรุงปารีสเมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 23 กุมภาพันธ์ตามเวลาท้องถิ่นว่า ไทยเข้าร่วมประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ว่โดยไทยมีประเด็นที่ต้องการจะพูด แต่ไทยไม่สบายใจที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาไปพูดตามเวทีต่างๆ กล่าวหาว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นทั้งสิ้น ไม่เป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ทั้งที่กัมพูชาเองบอกกับไทยว่าต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์และการค้า แต่กลับไปกล่าวหาไทยในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งถ้าเขมรใช้วิธีการเช่นนี้อยู่ก็จะเป็นเรื่องลำบากที่ความสัมพันธ์จะเดินหน้าต่อไปได้ เพราะไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
ส่วนเรื่องหารือกับผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก นายสีหศักดิ์ได้พูดคุยเรื่องที่กัมพูชากล่าวหาว่าไทยโจมตีปราสาทพระวิหารของกัมพูชา ซึ่งนายสีหศักดิ์ชี้แจงไปว่า ไทยก็เสียใจและไม่ได้ต้องการให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าเขมรไม่ใช้ปราสาทพระวิหารเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร โดยจากการพูดคุยกันเชื่อว่าผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโกเข้าใจเรื่องนี้ดี แต่รักษาความเป็นกลางของตัวเอง และต้องการให้ไทยและกัมพูชาพูดคุยกันโดยตรง ซึ่งก็เป็นท่าทีเดียวกับไทย
“ยูเนสโกไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวเรื่องการสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชา แต่ต้องการมุ่งไปที่ความเสียหายของปราสาทพระวิหารและการฟื้นฟูสถานที่ที่เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมได้อย่างไรบ้าง ยูเนสโกให้ความสนใจว่า ปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมได้รับความเสียหายอย่างไรจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา แล้วจะเข้าไปฟื้นฟูบูรณะอย่างไร เรื่องการเข้าไปใช้เป็นฐานปฏิบัติการยูเนสโก้ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่จะเข้าไปตรวจสอบเรื่องความเสียหายว่ามีมากน้อยแค่ไหน ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาส่งคณะเข้าไปตรวจสอบความเสียหาย”นายสีหศักดิ์กล่าว
โลกรู้แล้วว่าเขมรสร้างข่าวใส่ร้ายไทย
ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีการปล่อยข่าวจากกัมพูชาว่าไทยเผาป่าไล่ที่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เป็นวิธีที่กัมพูชามักทำเสมอ ปล่อยข่าวกล่าวหาให้ไทยเสียภาพลักษณ์ ควรเลิกสร้างแรงกดดันไทย และยอมเจรจา เพราะจริงๆมีช่องทางพูดคุยกันอยู่แล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องมากดดันกัน กัมพูชาต้องตระหนักว่า หลายประเทศรู้แล้วว่านี่เป็นการสร้างข่าวที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ดังนั้น กัมพูชาต้องระวังว่าสิ่งที่ทำอยู่จะออกมาทางลบ และดูเหมือนว่ากัมพูชาเตรียมการไว้แล้วทุกอย่าง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี