กกต.ร้องกองปราบฯ เอาผิดขบวนการ ถ่ายบัตร-ถอดรหัส QR Code ดิสเครดิตเลือกตั้ง

กกต.ร้องกองปราบฯ เอาผิดขบวนการ ถ่ายบัตร-ถอดรหัส QR Code ดิสเครดิตเลือกตั้ง

วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.28 น.

กกต.ส่งตัวแทนแจ้งความกองปราบฯ เอาผิดกลุ่มบุคคล 4-5 ราย เหตุพบพฤติการณ์ทำเป็นขบวนการ เข้าถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด หวังดิสเครดิตความโปร่งใสช่วงลงคะแนนใหม่ เขตคันนายาว 22 ก.พ. ยันตรวจสอบได้แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย

25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กทม.) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามการมอบอำนาจจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล จากกรณีเหตุการณ์ความวุ่นวายระหว่างการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา


นายครรชิต เปิดเผยว่า ทาง กกต.ได้ตรวจสอบพบพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่กระทำกันเป็นขบวนการ โดยมีการเข้าไปถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ถ่ายภาพคิวอาร์โค้ด (QR Code) และพยายามถอดรหัสเพื่อพิสูจน์ผลการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตของกฎหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความไม่เชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ กกต. ทั้งที่ขอยืนยันว่าการทำงานของ กกต.มีความโปร่งใสและเชื่อถือได้อยู่แล้ว

สำหรับหลักฐานที่นำมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนในครั้งนี้ ประกอบด้วย หลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่บันทึกภาพไว้เอง และการรวบรวมข้อมูลจากสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยในเบื้องต้นจะดำเนินคดีกับกลุ่มภาคประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์วันดังกล่าวประมาณ 4 - 5 คน และจะมีการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมเพื่อนำข้อมูลมามอบให้พนักงานสอบสวนในภายหลัง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นการปิดกั้นการตรวจสอบความโปร่งใสของภาคประชาชนหรือไม่ นายครรชิต ระบุว่า การตรวจสอบหรือการพิสูจน์หากอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนดก็สามารถกระทำได้ แต่พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ในวันนั้นถือว่าอยู่นอกกรอบและล่วงละเมิดกฎหมาย ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งจึงมีความเห็นให้มาร้องทุกข์ในหลายข้อหา โดยมีข้อหาหลักคือ การขัดขวางการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง รวมถึงจะมีการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญาควบคู่ไปด้วย

นอกจากนี้ นายครรชิต ยังย้ำด้วยว่า หากตรวจสอบพบว่ามีบุคคลอื่นมีการโพสต์หรือเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในสื่อโซเชียลมีเดียจนสร้างความเสียหาย ก็จะมีการดำเนินคดีทั้งหมด โดยเบื้องต้นจะเน้นไปที่เหตุการณ์ในพื้นที่เขตคันนายาวก่อน แต่หากพบว่ามีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นอีก ก็พร้อมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ส่วนเรื่องบทลงโทษว่าจะมีโทษจำคุกหรือถึงขั้นตัดสิทธิทาง การเมืองหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเริ่มต้นดำเนินคดี ซึ่งต้องรอให้เป็นไปตามกระบวนการของทางกฎหมายต่อไป

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top