‘สีหศักดิ์’ตอกหน้าเขมร ใส่ร้าย-จุ้นการเมืองไทย

‘สีหศักดิ์’ตอกหน้าเขมร ใส่ร้าย-จุ้นการเมืองไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘สีหศักดิ์’ตอกหน้าเขมร
ใส่ร้าย-จุ้นการเมืองไทย

รมว.ต่างประเทศไทย ตอกหน้ารมต.เขมรกลางเวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนยูเอ็น ซัดบิดเบือนใส่ร้ายไทย ยั่วยุซ้ำซากแฉซ้ำแทรกแซงการเมืองภายในของไทย ต้นตอแห่งความตึงเครียดชายแดน ถามกลับเขมรจะเลือกสันติภาพและความขัดแย้ง ด้านโฆษก ทบ.ย้ำเขมรยิงปืน ค. ใส่ไทย ช่วงหยุดยิง เป็นเวลาเปราะบาง ลั่นพร้อมใช้สิทธิ์ป้องกันตัวเอง ตอบโต้ทันทีหากตั้งใจคุกคาม ย้ำกำลังพลหน้าแนวอดทนอดกลั้นระวังสูงสุด ยันทหารไทยยึดระเบียบวินัยเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 วานนี้ ตามเวลาท้องถิ่นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงของไทยในช่วงการประชุมระดับสูงของการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) สมัยที่ 61 ณ Assembly Hall,Palais des Nations สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครเจนีวา


สีหศักดิ์แถลงตอกหน้าเขมรกลางUN

นายสีหศักดิ์เริ่มกล่าวถ้อยแถลงโดยระลึกถึงสมัยที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่มีการทบทวนการดำเนินงานของคณะมนตรีฯ และย้ำว่าในช่วงที่ระบบพหุภาคีประสบความท้าทาย เช่น ปัจจุบัน ทุกประเทศต้องร่วมมือกันเพื่อความสำเร็จและประสิทธิภาพของคณะมนตรีฯ

นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯยังเห็นว่า ปัญหาการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน เป็นวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลกที่เกิดจากการขาดหลักนิติธรรมในประเทศ ที่เครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ โดยประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง และอยู่ในแนวหน้าของความพยายามระหว่างประเทศเพื่อแก้ปัญหา โดยจะสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดการเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้

ซัดบิดเบือนใส่ร้ายไทยยั่วยุซ้ำซาก

รมว.การต่างประเทศของไทยยังได้กล่าวตอบโต้รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาที่กล่าวพาดพิงประเทศไทยในสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ในการกล่าวถ้อยแถลงของการประชุมระดับสูงวันเดียวกันว่า กัมพูชากล่าวหาไทยบนข้อความเท็จและวาทกรรมที่บิดเบือน เพื่อทำให้ไทยเป็นผู้ร้าย โดยต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา เกิดจากการละเมิดและการยั่วยุซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมทั้งการแทรกแซงการเมือง ภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดจนนำไปสู่การโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมาย และมีพลเรือนต้องเสียชีวิต ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศ

ขวางข้อตกลงร่วมสร้างสันติภาพ

นายสีหศักดิ์ยังกล่าวด้วยว่า ตั้งแต่อดีต ประเทศไทยมีแต่ความปรารถนาดีให้กัมพูชา โดยให้สถานที่พักพิงแก่ผู้หลบหนีจากความขัดแย้ง และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงร่วมฟื้นฟูประเทศภายหลังจากสงครามกลางเมืองในกัมพูชา ไทยไม่เคยมีเจตนาจะเผชิญหน้า กับกัมพูชา เพราะเข้าใจดีว่า สันติภาพของไทยไม่สามารถแยกออกจากสันติภาพของกัมพูชาได้ และโดยที่ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิง แทนที่จะร่วมกันสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและก้าวไปข้างหน้าในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี แต่กัมพูชากลับทำให้ปัญหาระหว่างสองประเทศเป็นประเด็นระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการบั่นทอนโอกาสสำหรับสันติภาพ

ย้อนถามจะเลือกสันติภาพหรือความขัดแย้ง

“ส่วนข้อกล่าวหาว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชานั้น ข้อเท็จจริงคือ ทั้งสองฝ่ายต่างเจรจาและเห็นชอบให้กองกำลังตั้งอยู่ที่ฐานที่มั่นเดิม ในช่วงที่มีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างที่รอการหารือ เพื่อแก้ปัญหา และจนถึงปัจจุบันนี้ กัมพูชาก็ยังคงยั่วยุ ทหารไทยก็ยังต้องเผชิญกับทุ่นระเบิด และกัมพูชายังยิงข้ามมายังฝั่งไทยแม้กระทั่งในวันนี้ ทั้งนี้ ไทยยังคงยืนยันที่จะยึดมั่นในการเจรจา แต่ขณะเดียวกัน ไทยก็มีหน้าที่ปกป้องอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนโดยปราศจากเงื่อนไข ดังนั้น จึงขอตั้งคำถามกับฝ่ายกัมพูชาว่า ประสงค์ที่จะเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพ หรือเส้นทางแห่งความตึงเครียดและความขัดแย้งให้ดำรงต่อไป”นายสีหศักดิ์กล่าว

ทบ.ยันทหารไทยเคร่งระเบียบวินัย

ด้านพลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาหลังกัมพูชายิงปืนค.40 มม.เข้ามาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ทางการไทยได้มีการพูดคุยกับกัมพูชาหรือไม่ว่าชุดประสานงานได้ทำงานตลอดอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่ตลอดแนวชายแดนค่อนข้างยาว มีหน่วยย่อยหลายหน่วย ขณะที่ฝั่งไทยเคร่งครัด ดูแลทหารให้อยู่ในระเบียบวินัย โดยเฉพาะการทำงานในพื้นที่ละเอียดอ่อน แต่ฝั่งกัมพูชาก่อเหตุให้เห็นอยู่ต่อเนื่อง ด้วยวัตถุประสงค์และสาเหตุที่หลากหลาย ตามที่หน่วยในพื้นที่ของกัมพูชาชี้แจง ซึ่งหน่วยประจำพื้นที่ของฝ่ายไทยก็รู้อยู่ และต้องมีวิธีสื่อสาร ทำความเข้าใจกันให้ได้ เพื่อให้งานที่รับผิดชอบต้องเรียบร้อยกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ เพราะอยู่ในช่วงข้อตกลงยิงดังนั้น ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกำลังพลที่จะไปปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่เหล่านี้ ต้องผ่านการฝึกและมีมาตรฐานการทำงานในพื้นที่อ่อนไหวนี้ได้ มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดปัญหา อาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรงต่อกัน

ฮึ่มพร้อมตอบโต้ทันทีถ้าตั้งใจคุกคาม

โฆษก ทบ.กล่าวอีกว่า การที่ฝ่ายไทยตอบโต้ด้วยการยิงกลับไปนั้น เป็นไปตามมาตรการที่วางไว้กับกัมพูชา แต่ตำบลกระสุนตกที่กัมพูชายิงเข้ามา ยังห่างไกลที่จะทำอันตรายกำลังพลฝ่ายไทย แต่เราถือว่าถ้ามีอาวุธหลุดเข้ามาในพื้นที่ที่เราเคยบอกไว้แล้วว่าไม่ควรเกิดเหตุ เราก็จำเป็นต้องตอบโต้กลับไป แต่เป้าหมาย ในการตอบโต้กลับจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาหน่วยในพื้นที่

ส่วนที่กัมพูชายังใช้ข้ออ้างซ้ำๆ ในการก่อเหตุ เช่น ความไม่มีระเบียบวินัยนั้น พลตรีวินธัย ยืนยันว่า แล้วแต่หน่วยในพื้นที่จะพิจารณาอย่างไร เช่น หากมีหน่วยหนึ่ง เคยใช้เหตุผลในลักษณะนี้แล้ว ถ้าพิจารณาแล้วฟังไม่ขึ้น มองว่าเกิดจากความตั้งใจ ต้องการกระทำต่อทหารไทย สามารถใช้สิทธิ์ป้องกันตนเองได้ ซึ่งทุกหน่วยมีมาตรการป้องกันตนเองอยู่แล้ว

อย่าเชื่อข่าวจากมาลีไม่ตรงข้อเท็จจริง

สำหรับกรณีพลโทหญิงมาลีโสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่าฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ยิงโจมตีไทยนั้น พลตรีวินธัย กล่าวว่า พลโทหญิง มาลี อาจอยู่ไกลจากพื้นที่หน้าแนว และตั้งข้อสังเกตว่าส่วนใหญ่ข่าวที่มาจากพลโทหญิงมาลี มักไม่ตรงกับข้อเท็จจริงฉะนั้นต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของข่าว

โฆษก ทบ.ยังกล่าวถึงกรณีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย กล่าวถ้อยแถลงโต้ตอบฝ่ายกัมพูชา บนเวที การประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นชนวนเหตุให้เกิดการปะทะรอบที่ 3 หรือไม่ พลตรี วินธัย กล่าวว่า ไม่น่าจะสัมพันธ์กันโดยตรง ยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารขึ้นอยู่กับปัจจัยในพื้นที่มากกว่า เพราะเป็นลักษณะป้องกันตามแผนเผชิญเหตุ และด้วยข้อมูลการข่าวของฝ่ายไทย พบกัมพูชายังไม่ได้มีท่าทีที่จะคุกคามด้วยกำลังทางทหาร และหลายหน่วยก็อยู่ไกลจากชายแดนไทย เพียงแต่อาจเริ่มเดินมาสำรวจบ้างตามแนวรั้วลวดหนาม และแนวคิดมีเครื่องกีดขวางป้องกันอยู่ หลังพื้นที่ฝั่งกัมพูชาเริ่มโล่งเตียนจากการเผา แต่ยังไม่มีลักษณะความตึงเครียดอย่างที่ผ่านมา

ย้ำกำลังพลหน้าแนวให้อดกลั้นระวังสูงสุด

เมื่อถามว่า นอกจากผู้บังคับหน่วยในพื้นที่จะพูดคุยกันเองแล้ว จะมีการใช้กลไกระดับ RBC หรือไม่ พลตรีวินธัยยืนยันว่า เป็นไปได้ที่จะรวบรวมรายละเอียดต่างๆ เพื่อไปพูดคุยกัน พร้อมยอมรับตอนนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาละเอียดอ่อน เพราะอยู่ในช่วงข้อตกลงหยุดยิง ขณะเดียวกัน ได้ย้ำกำลังพลอยู่แล้ว ในเรื่องความอดทนอดกลั้น โดยเฉพาะกำลังพลที่อยู่หน้าแนว ต้องระมัดระวังทุกเรื่อง เพราะถือเป็นพื้นที่เผชิญหน้า มีความละเอียดอ่อน เชื่อมั่นว่ากำลังพลฝ่ายไทยอยู่ในระเบียบและวินัยที่จะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ชื่นชมสีหศักดิ์ล่อเขมรสะดุดขาตัวเองตกหลุม

มีความเห็นจากผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงบทบาทของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ในการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า เป็นยุทธศาสตร์การทูตเชิงรุก ที่วางเกมให้กัมพูชาเคลื่อนไหวก่อน ค่อยตอบโต้ด้วยหลักฐานข้อเท็จจริง การดำเนินการของฝ่ายไทยมีลักษณะคล้ายการเปิดพื้นที่ให้คู่กรณีแสดงข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจนผู้กล่าวหาสะดุดขาตัวเอง เพราะพูดเรื่องเดิมซ้ำซาก แถมเป็นการบิดเบือน ข้อมูล ก่อนที่ไทยจะชี้แจงและหักล้างด้วยเอกสาร หลักฐานและข้อเท็จจริง ทำให้ภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลกอยู่ในฐานะประเทศที่ยึดกติกาสากลและแนวทางสันติ บทบาทของรัฐมนตรีต่างประเทศไทยครั้งนี้ สะท้อนการทูตร่วมสมัยที่ใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือหลัก ไม่ใช่เพียงถ้อยคำทางการเมือง โดยฝ่ายไทยนำเสนอทั้งเอกสาร แผนที่ หลักฐานภาพ และข้อมูลเหตุการณ์ในพื้นที่ เพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหา การโต้ตอบเป็นระบบและสุขุม ช่วยให้คณะทูตและผู้แทนประเทศต่างๆ มองไทยในฐานะคู่เจรจาที่เชื่อถือได้มากขึ้น ขณะที่ข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐานชัดเจน อาจทำให้ผู้กล่าวหาเสียความน่าเชื่อถือระยะยาว อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวสะท้อนว่าการทูตยุคใหม่ ไม่ใช่แข่งขันด้วยถ้อยคำ แต่แข่งด้วยข้อเท็จจริง และการสื่อสารต่อประชาคมโลกอย่างมีหลักฐานรองรับ เป็นปัจจัยสำคัญสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจในเวทีระหว่างประเทศ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top