ทวี อัดกกต.หยุดฟ้องปิดปากปชช. ปมแจ้งดำเนินคดี 6 บุคคลถ่ายภาพและถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง

ทวี อัดกกต.หยุดฟ้องปิดปากปชช. ปมแจ้งดำเนินคดี 6 บุคคลถ่ายภาพและถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.02 น.

ทวี อัดกกต.หยุดฟ้องปิดปากปชช. ปมแจ้งดำเนินคดี 6 บุคคลถ่ายภาพและถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความเห็นถึงกรณี กกต.แจ้งความเอาผิด 6 บุคคลที่ถ่ายภาพและถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง โดยระบุว่า "กกต. ควรหยุดฟ้องปิดปากประชาชน ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม


การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และตัวแทนภาคประชาชนทั้ง 6 ท่าน ที่ทั้งหมดทำหน้าที่ปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ และเป็นผู้แจ้งเบาะแส ซึ่งในความเป็นจริงรัฐต้องมีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยและสิทธิของผู้แจ้งเบาะแสการทุจริต ดังนั้น การแจ้งความดำเนินคดีกับผู้แจ้งเบาะแสดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่นอกจากฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็น สัญญาณอันตราย ที่สะท้อนว่าองค์กรอิสระกำลังหลงลืมว่า "ใครคือเจ้าของอำนาจที่แท้จริง"

ในฐานะพรรคการเมืองและประชาชน ผมขอแถลงจุดยืนและข้อเท็จจริงทางรัฐธรรมนูญ เพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรม ดังนี้

1. การตรวจสอบคือ "หน้าที่" ไม่ใช่ "อาชญากรรม" : ตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 50 ประชาชนมีหน้าที่พิทักษ์การปกครองในระบอบประชาธิปไตย และใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างเป็นอิสระ ภายใต้ความลับ โดย กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้โปร่งใส ดังนั้น ประชาชนย่อมมีความชอบธรรมทุกประการ ในการติดตาม ตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. ที่อาจส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา

2. กฎหมายต้องคุ้มครองผู้ "เปิดโปง" ไม่ใช่ใช้เป็นอาวุธ : รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 63 กำหนดให้รัฐต้องสนับสนุนประชาชนในการป้องกันการทุจริต การที่บุคคลทั้ง 6 ท่านออกมาให้ข้อมูลและตั้งข้อสังเกต คือ การทำหน้าที่พลเมืองดี ซึ่ง กกต. ควรขอบคุณประชาชนที่ช่วยอุดช่องโหว่ ไม่ใช่ฉวยโอกาสใช้กฎหมายอาญามาเป็นอาวุธ เพื่อปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ และลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

3. "เสรีภาพในการแสดงออก" คือ เกราะป้องกันอำนาจเบ็ดเสร็จ : ภายใต้รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 34 และ 41 ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ร้องทุกข์ และวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานรัฐโดยสุจริต เพื่อประโยชน์สาธารณะ สิ่งนี้ต้องได้รับการคุ้มครอง ดังนั้น กกต. จึงต้องตระหนักว่า... ยิ่งท่านใช้อำนาจฟ้องปิดปากประชาชนมากเท่าไหร่ ความสง่างามและความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้งก็จะยิ่งพังทลายลงเท่านั้น

พฤติกรรมการฟ้องคดีอาญาต่อประชาชนในลักษณะนี้ เข้าข่าย “การฟ้องคดีปิดปาก” (SLAPP - Strategic Lawsuit Against Public Participation) ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการมีส่วนร่วมตรวจสอบรัฐ และขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อบทที่ 19 ที่ประเทศไทยร่วมเป็นภาคีอย่างชัดเจน

ผมจึงขอส่งกำลังใจและความเคารพไปยังบุคคลทั้ง 6 ท่าน ในฐานะนักต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความถูกต้อง ขอให้ กกต. หยุดสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวแล้วหันมา "เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส" ชี้แจงข้อสงสัยทางเทคโนโลยีให้สิ้นสงสัย ทำความจริงให้ปรากฏด้วยความยุติธรรม เพื่อให้หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงของประชาชนมีคุณค่า ศักดิ์ศรีเท่าเทียม และได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง"

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top