วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 6 มีนาคม 2569 แพทยสภา ออกหนังสือชี้แจง ระบุว่า ตามที่มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับกรณีศาลปกครองมีคำพิพากษาให้แพทยสภากลับไปพิจารณาคดีจริยธรรม ของแพทย์ท่านหนึ่ง จนนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าแพทยสภาถูกเพิกถอนคำสั่งเป็นฝ่าย “แพ้คดี” นั้น
สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสื่อมวลชนและสาธารณชน ดังนี้
1. กรณีนี้แพทยสภา “แพ้คดี” จริงหรือไม่ ?
ศาลให้แพทยสภาพิจารณาคดีใหม่ให้ครบขั้นตอน ไม่โต้แย้งข้อเท็จจริงที่แพทยสภาวินิจฉัย ภายหลังดำเนินการดังกล่าวแพทยสภาพิจารณาแล้วยืนยันคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต และแพทย์ยอมรับคำสั่งโดยไม่โต้แย้ง
2. กระบวนการของศาลปกครองตรวจสอบอะไร ?
ศาลปกครองตรวจสอบว่า การใช้อำนาจของหน่วยงานได้ดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนครบถ้วนหรือไม่
ศาลไม่ได้ทำหน้าที่พิจารณาแทนองค์กรวิชาชีพว่าแพทย์ผิดหรือไม่ผิดทางจริยธรรม
3. เหตุผลที่ศาลให้แพทยสภากลับไปพิจารณาใหม่คืออะไร ?
ศาลปกครองมีข้อสังเกตเรื่องกระบวนการพิจารณา 2 ประเด็น คือ
(1) แพทย์ดังกล่าวมีการเปลี่ยนที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ทำให้หนังสือบางฉบับที่ส่งไปตามที่อยู่เดิมอาจไม่ถึงมือแพทย์
(2) ไม่มีบันทึกที่ปรากฏชัดเจนว่าคณะกรรมการสอบสวนได้พิจารณาเหตุอันควรปราณี ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
ดังนั้นศาลจึงให้แพทยสภากลับไปพิจารณาในเรื่องการส่งเอกสารและทบทวนเหตุอันควรปราณี และบันทึกให้ชัดเจน
4. หลังศาลมีคำพิพากษา แพทยสภาดำเนินการอย่างไร ?
แพทยสภาได้ดำเนินการตามข้อสังเกตของศาล โดยส่งหนังสือแจ้งตามที่อยู่ภูมิลำเนาที่ปรากฏจากหลักฐานทะเบียนราษฎรของแพทย์ท่านนั้น และพิจารณาเรื่องเหตุอันควรปราณีตามข้อบังคับฯ โดยคณะอนุกรรมการสอบสวนเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการแพทยสภาชุดใหม่ทั้งคณะ จากนั้นจึงได้ประชุมร่วมกันตามกระบวนการและขั้นตอนที่ครบถ้วนตามกฎหมาย
5. ผลการพิจารณาใหม่เป็นอย่างไร ?
คณะกรรมการแพทยสภาชุดใหม่มีมติ “ลงโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมเป็นระยะเวลาเท่าเดิม” ด้วยเนื่องจากในช่วงก่อนหน้านั้น ศาลปกครองไม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และได้มีการลงโทษไปแล้ว ดังนั้นคำสั่งใหม่จึงไม่ต้องกำหนดวันลงโทษพักใช้ฯ อีก
6. หลังมีคำสั่งใหม่ แพทย์ท่านเดิมได้ฟ้องศาลอีกหรือไม่ ?
หลังจากได้รับคำสั่งใหม่ แพทย์ผู้ได้รับคำสั่งลงโทษสามารถฟ้องศาลปกครองเพื่อคัดค้านคำสั่งใหม่ได้ แต่แพทย์ดังกล่าวไม่ได้ฟ้องศาลปกครองเพื่อคัดค้านจนพ้นกำหนดระยะเวลาคัดค้านตามกฎหมาย
7. สถานะของคำสั่งแพทยสภาในปัจจุบันเป็นอย่างไร ?
เมื่อไม่มีการฟ้องคดีเพื่อคัดค้านการดำเนินการของแพทยสภาภายในกำหนดเวลา คำสั่งของแพทยสภาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตฯ จึงถึงที่สุดและมีผลสมบูรณ์
บทสรุป
กรณีนี้ศาลปกครองไม่ได้วินิจฉัยว่าแพทย์ดังกล่าวไม่ผิดจริยธรรม เพียงแต่เห็นว่ากระบวนการพิจารณาของแพทยสภาต้องดำเนินการให้ครบถ้วน เมื่อแพทยสภาได้ดำเนินการตามข้อสังเกตของศาลแล้วและมีการพิจารณาใหม่ตามขั้นตอน ผลการพิจารณา ยังคงลงโทษพักใช้ใบอนุญาตเช่นเดิมและเมื่อไม่มีการฟ้องคดีคัดค้านเพิ่มเติม คำสั่งดังกล่าวจึงถือเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
แพทยสภายืนยันในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษามาตรฐานทางจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม โดยยึดถือความถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี