คนไทยในอิหร่านขอกลับเพิ่มเป็น 125 คน บินรอบแรก 7 มี.ค.ไปตุรกีก่อน

คนไทยในอิหร่านขอกลับเพิ่มเป็น 125 คน บินรอบแรก 7 มี.ค.ไปตุรกีก่อน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.43 น.

“พิพัฒน์”ถกศบก.นัดแรก รมว. พลังงานย้ำสถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ รองโฆษกกต.เผยสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลางยังอ่อนไหว ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บ-เสียชีวิต เรียกร้องคนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งแรกโดยที่ประชุมรับทราบรายงานสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งแผนการดำเนินงานและการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน การค้า การท่องเที่ยว และความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ


ทั้งนี้ รมว. พลังงานเน้นย้ำว่า สถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยรัฐบาลได้กระจายแหล่งนำเข้าพลังงานจากประเทศอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีมาตรการบริหารจัดการปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน ได้มีการระงับการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศเป็นการชั่วคราว รวมทั้งเตรียมรณรงค์มาตรการประหยัดพลังงาน โดยขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และไม่ตื่นตระหนกต่อสถานการณ์

ต่อมาเวลา 18.05 น. นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้ยังอ่อนไหว โดยฝ่ายอิสราเอล สหรัฐ และอิหร่าน ยังโจมตีซึ่งกันและกัน โดยมีรายงานการโจมตีระลอกใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ การปะทะได้ขยายไปประเทศข้างเคียงหลายประเทศ นอกเหนือจากเลบานอน ยังมีรายงานว่าสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานถูกโจมตีทางอากาศ ทำให้พลเรือนบางส่วนได้รับบาดเจ็บและโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ต่อมา รัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้ประกาศว่าพร้อมตอบโต้ ซึ่งทำให้สถานการณ์น่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้น

ในส่วนสถานการณ์การเปิด-ปิด น่านฟ้าในปัจจุบัน โดยประเทศที่ยังปิดน่านฟ้าอยู่ คือ UAE อิสราเอล ซีเรีย อิรัก อิหร่าน บาห์เรน คูเวต และกาตาร์ ในขณะที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดน ยังคงเปิดน่านฟ้าอยู่ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและโอมาน ตอนนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางในการอพยพคนนอกภูมิภาคทางอากาศ 

ปัจจุบันยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางการติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

ส่วนความคืบหน้าให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ประกอบด้วย อิหร่าน จากเดิม 117 คน เพิ่มเป็น 125 คน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ที่จะเดินทางทางบก รอบแรกในวันที่ 7 มี.ค. จะเดินทางออกมาก่อน 69 คน รอบที่ 2 ในวันที่ 10 มี.ค. จะเดินทางออกมา 56 คน กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องอีกครั้งให้คนไทยในอิหร่านที่ต้องการกลับเพิ่มเติมรีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กลุ่มเตหะรานโดยทันที เพื่อจะได้ประสานงานด้านเอกสารกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทันท่วงที 

สำหรับผู้อพยพกลุ่มแรกที่เดินทางถึงเมืองวานของตุรกีในวันที่ 7 มี.ค. ก็จะมีคณะจากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี เตรียมพร้อมต้อนรับ จัดหาที่พักและอาหารไว้ระหว่างรอขึ้นเครื่องกลับไทยในช่วง 2-3 วันข้างหน้าด้วย และในส่วนของกรณีตุรกีตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค. เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวานของตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยที่จะอพยพออกจากอิหร่านและบินกลับประเทศไทยต่อไป อีกทั้งจะเป็นที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานด้วย เพื่อให้การช่วยเหลือคนไทยที่เหลืออยู่

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ได้ออกประกาศแนะนำคนไทยที่เที่ยวบินถูกยกเลิก เนื่องจากท่าอากาศยานอิสตันบูลต้องรองรับสายการบินอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก ที่เลื่อนการบินหรือปิดน่านฟ้า ดังนี้ ประการที่หนึ่ง ขอให้ติดต่อสายการบินเพื่อขอรับการเยียวยาระหว่างรอเที่ยวบินใหม่ ประการที่สอง หากมีแนวโน้มที่จะได้รับเที่ยวบินใหม่ล่าช้าจนอาจพ้นกำหนดวีซ่า ขอให้พิจารณายกเลิกเที่ยวบินและซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินใหม่ที่เลี่ยงเส้นทางการผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ทั้งนี้ คนไทยสามารถอยู่ในตุรกีโดยไม่ต้องใช้วีซ่าเป็นเวลา 30 วัน 

นายปาณิดล แถลงว่า ส่วนกรณีของประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นอีกที่ที่น่านฟ้ายังเปิด โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ได้ประสานงานใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียงที่น่านฟ้ายังปิดอยู่ ในการนำคนไทยเดินทางข้ามแดนเพื่อเดินทางกลับไทยหรือปลายทางอื่นโดยใช้เครื่องบิน

กรณีของยูเออี ซึ่งเรามีทั้งสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ที่เมืองดูไบ ก็ได้ประสานช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดทางสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบได้ประสานจัดหาเที่ยวบินพาคนไทยที่ตกค้างออกนอกประเทศแล้ว 125 คน และจะสนับสนุนคนไทยที่ยังเหลืออยู่ในการเดินทางออกต่อไป

นายปาณิดล กล่าวว่าตนขอให้เป็นข้อมูลด้วยว่า น่านฟ้ายูเออียังปิดอยู่ แต่สายการบินเอทิฮัด เอมิเรตส์ และแอร์อาราเบีย ได้เปิดเส้นทางบินบางส่วนเพื่อพาคนชาติต่าง ๆ ที่ตกค้างกลับประเทศแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองยูเออียังประกาศยกเว้นค่าปรับกรณีที่พำนักเกินกำหนดการตรวจลงตรา หรือที่เรียกว่าโอเวอร์สเตย์ สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้ามาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ด้วย ในส่วนของประเทศอื่น ๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ได้อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำแก่พี่น้องคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสารด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top