กมธ.พลังงาน กังวลราคาพลังงานพุ่ง แนะรบ.ใช้กฎหมายคุมเข้มห้ามกักตุน

กมธ.พลังงาน กังวลราคาพลังงานพุ่ง แนะรบ.ใช้กฎหมายคุมเข้มห้ามกักตุน

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.04 น.

กมธ.พลังงาน กังวลราคาพลังงานพุ่ง ปมวิกฤติตะวันออกกลาง-ปิดฮอร์มุช แนะ รัฐบาล ใช้กฎหมายคุมเข้มห้ามกักตุน พร้อมขอออกมาตรการช่วยประหยัดพลังงาน

เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา แถลงข้อเสนอต่อรัฐบาลในการกำหนดมาตรการด้านพลังงานหลังจากที่มีสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อพลังงานในประเทศ


โดยนายเกียรติชาย ไมตรรีวงษ์ รองประธานกมธ. กล่าวว่าจากการศึกษาของกมธ.พลังงาน ประเมินต่อสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ตะวันออกกลาง และส่งผลต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันที่ช่องแคบฮอร์มุช มีความกังวลใน 2 ประเด็น คือ น้ำมันดิบที่ไม่เพียงพอต่อการกลั่น และ ราคาพลังงานที่คิดเป็นต้นทุนของสาธารณูปโภค หรือสินค้าได้ ทั้งนี้รัฐบาลแถลงว่าน้ำมันในประเทศเพียงพอที่จะใช้ได้อีก 60 วัน แต่จากรายละเอียดของพลังงานที่อยู่ระหว่างลำเลียง หรือ ทำสัญญาแล้วยังไม่ขนส่ง เชื่อว่าจะทำให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอ ถึง 95 วัน อย่างไรก็ดีในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รัฐบาลควรปรับแผนที่เกี่ยวกับพลังงานในประเทศ ทั้ง การลดปริมาณสต๊อกน้ำมันเพื่อส่งเข้าโรงกลั่น เป็นต้น ขณะที่ข้อกังวลเรื่องราคา กมธ.พลังงานมีข้อเสนอให้ กระทรวงพลังงานคุมการซื้อ และ เช็คปริมาณน้ำมันที่ถูกใช้ ขณะที่น้ำมันดีเซลที่จำเป็นต่อภาคขนส่ง กระทรวงพลังงาน ต้องติดตามข้อมูลของสถานีบริการน้ำมัน  เช่น การใช้ต่อวันเพื่อเช็คสต๊อกรายวันเพื่อให้มั่นใจว่าไม่ขาดแคลน

“ราคาน้ำมันขณะนี้มีราคาสูงถึง 100 เหรียญต่อบาร์เรล หากคำนวณเป็นเงิน คาดว่าอาจทำให้ราคาน้ำมันสูงกว่าปัจจุบันถึง 6 บาทต่อลิตร  ซึ่งมีผลกระทบต่อ้นทุนสินค้า ขณะเดียวกันต้องหาทางเพื่อลดภาระของกองทุนน้ำมันที่จะใช้เงินเพื่อตรึงราคา ดังนั้นอาจจำเป็นต้องควบคุม หรือ พิจารณาใช้กฎหมายควบคุมไม่ให้เกิดการกักตุน ขณะเดียวกันต้องพิจารณาถึงการใช้พลังงานทดแทน เช่น จากขยะ หรือ วัสดุทางการเกษตร หรือริเริ่มถึงการใช้พลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กทดแทนพลังงานนำเข้า” นายเกียรติชาติ กล่าว

ขณะที่นายสมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา รองประธาน กมธ.พลังงาน วุฒิสภา กล่าวด้วยว่า รัฐบาลควรพิจารณาต่ออายุโรงไฟฟ้าที่จะหมดอายุเพื่อรักษาเสถียรภาพพลังงานในประเทศ ขณะเดียวกันต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีความร่วมมือต่อการประหยัดพลังงาน เพราะหากทำได้ครัวเรือนละ 1 หน่วย ทั้งประเทศจะสามารถประหยัดได้ 26 ล้านหน่วย

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top