วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
สาทิตย์ แจงคดี สส.เขต3 ตรัง ปชป. เป็นเรื่องเก่า ยันไม่มีเจตนาเบี้ยวภาษี เจ้าตัวยอมรับไม่มีเงินจ่าย เหตุธุรกิจขาดทุน - ถูกฟ้องล้มละลาย พร้อมให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเต็มที่ มั่นใจไม่กระทบพรรค-การทำงานสส. ตั้งข้อสังเกตถูกไล่บี้ จังหวะที่ ปชป. ต้องเป็นฝ่ายค้าน
เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ระบุว่ากองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ออกหมายเรียก นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ให้เข้าไปรับทราบข้อหากรณีมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษี ว่า กรณีที่เป็นข่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ในข้อเท็จจริง 9 มี.ค. มีเจ้าหน้าที่ของรายการโทรศัพท์หาตนสอบถามตนว่าทราบเรื่องหรือไม่ ซึ่งตนตอบว่าไม่ทราบ ทำให้ทางรายการพยายามสอบถาม ตนตอบกลับไปว่าต้องคุยกับนายกฤตย์อิชย์ ก่อน แต่จากการตรวจสอบของตนเมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 มี.ค. ว่าเรื่องที่ตำรวจออกหมายเรียกเป็นเรื่องจริง แต่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจครอบครัวของนายกฤตย์อิชย์ โดยเหตุเกิดมา เมื่อปี 2559 - 2562 เนื่องจากครอบครัวของนายกฤตย์อิชย์มีห้างหุ้นส่วน ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 2530 ทำรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นของญาติ ต่อมาพ่อของนายกฤตย์อิชย์รับดูแลห้างหุ้นส่วนดูแล และต่อมาได้เสียชีวิต ทำให้กิจการดังกล่าวตกทอดมาถึงบุตรและภรรยา แต่เมื่อทำได้สักระยะ เกิดสภาพขาดทุน ประกอบกับถูกกลั่นแกล้งงานด้านรับเหมาก่อสร้าง จึงทำให้เกิดสภาพขาดทุน และไม่มีเงินชำระภาษี หลังจากนั้น พี่ชายของนายกฤตย์อิชย์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. พรรคภูมิใจไทย ถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง และเกิดสภาพคล้ายการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง ทำให้แม่ของนายกฤชย์อิชย์พยายามจะสู้ แต่ไม่มีเงินทำให้เกิดสภาพหนี้สินล้นพ้นตัว ทรัพย์สินที่มีขายออกไปหมด จนกระทั่งถูกญาติฟ้องล้มละลาย ทั้งนี้ในที่สุดสามารถเคลียร์กันได้เพราะความเป็นพี่น้อง
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องคดีตลอดมานายกฤชย์อิชย์ไม่มีเจตนาหลบหนี เพียงแต่ไม่มีเงินจ่าย ซึ่งตนทราบมาว่า ต้นเงินประมาณ 1.7 ล้านบาท แต่เมื่อผ่านมาหลายปี ทำให้โดนเบี้ยปรับและดอกเบี้ย รวมเป็น 7.4 ล้านบาท ซึ่งแหล่งข่าวที่บ้านของนายกฤชย์อิชย์ที่ตนพูดคุยด้วยบอกว่านายกฤตย์อิชย์ ถูกหมายเรียกเมื่อ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่ง นายกฤตย์อิชย์ได้ไปพบและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีข้อเสนอแนะว่าให้ไปเคลียร์กับกรมสรรพากร ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพูดคุย และระหว่างการพูดคุยที่ไม่จบตนทราบมาว่ามีคนส่งข้อมูลให้กับรายการเจาะลึกทั่วไทย ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่า แปลกที่ส่งข้อมูลในจังหวะที่ นายกฤตย์อิชย์ได้เป็นสส. ทั้งที่มีการเจรจากันมาโดยตลอด เพียงแต่ไม่มีเงินไปชำระ ทั้งนี้ทราบว่าจะมีหมายเรียกอีกครั้ง ในช่วง 17 -18 มี.ค. อีกครั้ง ซึ่งนายกฤชย์อิชย์พร้อมไปพบตำรวจ
“โดยปกติคดีเกี่ยวกับภาษีมีการเจรจากันโดยตลอด ผมเข้าใจว่านนอกจากคดีเลี่ยงภาษีแล้วจะมีคดีอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น ใบเสร็จรับเงิน ซึ่งกำลังถูกตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ทั้งหมดเกิดจากธุรกิจที่มีปัญหา ผมขอตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเรื่องประจวบเหมาะที่มีมือดีส่งไปให้รายการและตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาทันทีลงเลขคดีเลย เหมือนกันเตรียมพร้อมเอาไว้ ส่วนของพรรคผมได้พูดคุยกับฝ่ายกฎหมายแล้ว จะสนับสนุนให้คำปรึกษากับ นายกฤตย์อิชย์อย่างเต็มที่เพราะดูแล้วเรื่องนี้มีประเด็นข้อเท็จจริงของเรื่องที่เกิดมาเกือบ 10 ปี แต่พอได้เป็น สส. กลับถูกหยิบยกขึ้นมา โดยผมไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ เพราะมาช่วงเวลาเหมาะพอดีที่พรรคประชาธิปัตย์ดูเหมือนจะไปเป็นฝ่ายค้าน” นายสาทิตย์ กล่าว
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่าได้คุยกับนายกฤตย์อิชย์แล้ว ได้สอบถามว่าจะทำอย่างไร ซึ่งนายกฤตย์อิชย์ระบุว่าได้ปรึกษากับกรมสรรพากร และเมื่อถึงขั้นนี้คงต้องหายืมเงินมาชำระก่อน ซึ่งมีญาติพี่น้องบางส่วนและเพื่อนๆ ช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อนำไปจ่ายกรมสรรพากรก่อน อย่างไรก็ดีทางพรรคได้แจ้งให้เตรียมข้อเท็จจริงไปต่อสู้คดีเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่มีเจตนาหลบเลี่ยงทั้งที่มีกำไร แต่เป็นเพราะธุรกิจขาดทุนและสภาพครอบครัวมีหนี้สินล้นพ้นตัว ถือเป็นเรื่องน่าเห็นใจ ซึ่งตนทราบว่า นายกฤตย์อิชย์คุยกับกรมสรรพากรในส่วนของเงินที่ค้างอยู่ และญาติของ นายกฤตย์อิชย์พยายามช่วยเหลือแต่มีบางฝ่ายที่เห็นทางการเมืองไม่ตรงกันไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา และเมื่อถามมนายกฤตย์อิชย์แล้วมีเจตนาจ่ายเงินโดยไปหาเงินพร้อมกับเจรจากับกรมสรรพากร เพราะที่ผ่านมาไม่มีเงิน แม้มาเป็น สส. ยังไม่ได้รับเงินเดือนสักบาท จึงต้องพยายามเจรจา
เมื่อถามว่าช่วยคัดเลือก นายกฤตย์อิชย์ลงสมัคร สส. พรรคทราบข้อมูลดังกล่าวหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องทุจริตคอร์รัปชัน และไม่ใช่ธุรกิจสีเทา ในตอนนั้นตน และคนในพรรคไม่มีใครรู้เรื่องดังกล่าว และตอนที่ นายกฤตย์อิชย์มาสมัครได้ตรวจสอบแล้ว แต่ไม่พบประเด็นที่ทำให้ขาดคุณสมบัติของการลงสมัครรับเลือกตั้ง นอกจากนั้นเรื่องที่โดนกล่าวหาเป็นคดีเพ่งที่สามารถเจรจาได้ ถ้าเป็นคดีอาญาต้องต่อสู้คดีในศาลต่อไป ซึ่งไม่ได้กระทบต่อการทำหน้าที่สส. ส่วนจะกระทบต่อพรรคหรือไม่ตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องทุจริต คอร์รัปชัน เป็นเรื่องที่คนๆ หนึ่งทำธุรกิจขาดทุนอาจมีปัญหาได้ จึงคิดว่าไม่มีปัญหากับพรรค
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี