วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
สมชัย เตรียมไปกองปราบพฤหัสฯ นี้ พร้อมบอกยินดีหากให้จัดจำลองเลือกตั้งอีกรอบ ต่อหน้ากกต. ชี้เป็นบทเรียนของ กกต. อย่าเลือกใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ลั่นมีอีก 108 วิธี ที่ป้องกันการปลอมแปลงได้
เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2569 ที่ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ได้ดำเนินคดีกับตนเอง ว่าจากที่มีการปรากฏเป็นข่าว ว่ากกต.แจ้งข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง เช่น การขัดขวางการทำหน้าที่ของกกต.ในวันที่จัดการเลือกตั้งใหม่ หรือกระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง กระทำการผิดมาตรา 116 การทำการอันเป็นพฤติกรรมคณะบุคคลขบวนการที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งข้อกล่าวหาต่างๆเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง แต่เรื่องเหล่านี้ยังไม่เคยออกจากปาก กกต.ว่าได้ดำเนินคดีกับตนมีเพียงแค่ข่าวที่ออกไปเท่านั้น ดังนั้น ในวันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคมนี้ตนเองและบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าว จะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่กองปราบ เพื่อขอทราบรายละเอียดของการกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นความจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้กล่าวหา ด้วยข้อกล่าวหาอะไร
ทั้งนี้ ตนหวังว่าทางกองปราบจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะเป็นการเสื่อมเสียทั้งในแง่ของชื่อเสียงและจะให้สังคมเข้าใจตนเองและคณะบุคคลอื่นๆที่ปรากฏเป็นข่าวในทางที่ผิด
พร้อมกันนี้ นายสมชาย ยังกล่าวถึงการจำลองการเลือกตั้งที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการพัฒนาการเมืองฯ ของสมาชิกวุฒิสภา ว่า ตนเองไม่ทราบว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว และดูเหมือนเรื่องจะเงียบไป ตนเองก็มองว่าควรจัดจำลองขึ้นอีกรอบดีหรือไม่ หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างข้องใจว่าบัตรเลือกตั้งของตนเองไม่สามารถที่จะรั่วไหลได้ก็สามารถจัดการเลือกตั้งจำลองขึ้นอีก 1 รอบต่อหน้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง เอาตรงกลางลานอาคาร B ก็ได้
เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าบัตรเลือกตั้งในเมื่อเป็นความลับ ทำไมถึงอยากจะเปิดเผยเชื่อมโยงจนอาจจะไปกระทบกับสิทธิของประชาชนนั้น นายสมชัย กล่าวว่าเราไม่เคยเปิดเผยว่าบัตรใบนี้ใครเลือกใคร เราเพียงแค่พิสูจน์ในวิธีการว่าการใช้วิธีการแบบนี้ จะนำไปสู่การเปิดเผยถึงตัวบุคคลได้ ทั้งการเล่าให้ฟังในเชิงทฤษฎีและในเชิงปฏิบัติด้วยการจัดการเลือกตั้งจำลอง และผลที่ออกมา คือ ทายถูก 100% 3 ใน 5 ทีม, 90% 1 ทีม, 40% 1 ทีม เพราะฉะนั้นรับรองได้ว่าภายใต้วิธีการที่ออกแบบมามีจุดอ่อนและทำให้สามารถที่จะล่วงรู้ว่าใครเลือกใครได้ แต่ในคณะทำงานของเราไม่เคยเปิดเผยว่าใครเลือกใคร
"เรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนให้ทาง กกต. ทราบว่าในการเลือกตั้งคราวหน้า หรือการเลือกตั้งกทม.ที่กำลังจะถึง ไม่ควรมีบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้งไม่ว่าบาร์โค้ดดังกล่าวจะเชื่อมไปยังบัตรเลือกตั้งใบต่อใบ หรือจะเชื่อมไปยังเล่ม หรือเชื่อมไปยังล็อตผลิตต่างๆก็ตาม ทำให้เกิดความหวาดระแวงไม่วางไว้วางใจจากประชาชนต่อบัตรเลือกตั้งแล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรดีที่สุดไปหาทางอื่นในการตรวจนับจำนวน หรือแหล่งที่มาหรือป้องกันการปลอมแปลงอีก 108 วิธีที่ทำได้ การใช้บาร์โค้ดเป็นวิธีการที่มีปัญหา แต่ถ้าท่านดื้อดึงดื้อรั้น ยังอยากจะมีบาร์โค้ดอีกก็เป็นสิทธิ์ของท่านที่จะตัดสินใจ แต่ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาจากการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมด้วย" นายสมชัย กล่าว
ทั้งนี้ ตนเชื่อว่ากกต.ทำงานด้วยความตั้งใจแต่เอกสารรายละเอียดของการทำงานบางอย่าง จำเป็นต้องพิจารณาด้วยความรอบ คอบมากกว่านี้ ขณะเดียวกันเรื่องใดที่เห็นว่าควรทำหรือไม่ควรทำต้องกล้าที่จะให้ความเห็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ใช่ประเภทว่าเออ..ออ ตามกรรมการการเลือกตั้งอยากได้อะไรก็เอาตามนั้น เพราะฉะนั้นจะเป็นผลเสียที่เกิดขึ้นช่วยกันคลิปช่วยกันไตร่ตรองน่าจะดีที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี