‘สีหศักดิ์’ยังนิ่ง ปมเลิกMOU44 หลังเขมรขอคุย

‘สีหศักดิ์’ยังนิ่ง ปมเลิกMOU44 หลังเขมรขอคุย

วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สีหศักดิ์’ยังนิ่ง

ปมเลิกMOU44

หลังเขมรขอคุย

ปักปันเขตแดน

สีหศักดิ์” เผยรอรัฐบาลใหม่แจงต่อสภาฯ ปมยกเลิก MOU 44 ย้ำฝ่ายกัมพูชา ขอเปิดเวทีเจบีซีต้องแสดงความจริงจังร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิด ให้พื้นที่ปลอดภัย เช่นเดียวกับกรณีสแกมเมอร์ที่เกี่ยวข้องทั่วโลก

เมื่อวันที่ 10มีนาคมที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับกรณีที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความระบุว่าจะมีการเจรจากับไทย ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ เรื่องการขอคืนพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าเขาเสนอให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) โดยการเจรจาต้องอยู่ในกรอบ รวมถึงเรื่องคืนพื้นที่ต้องไปว่ากันในที่ประชุม เพื่อเดินหน้าปักปันเขตแดน โดยต้องรอหลังจากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำหน้าที่ แล้วค่อยมาพิจารณาว่าการประชุมเจบีซีฝ่ายไทยจะพร้อมเมื่อใด ที่เขาต้องการเจรจาเป็นผลมาจากการสู้รบครั้งล่าสุด


นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและปราบปรามสแกมเมอร์ ไม่เกี่ยวข้องกับเวทีประชุมดังกล่าว เพราะเป็นสิ่งที่ฝ่ายกัมพูชาต้องดำเนินการอยู่แล้ว เนื่องจากผลการประชุมช่วงหยุดยิง เรื่องเก็บกู้ทุ่นระเบิดหากฝ่ายกัมพูชายังไม่พร้อมแต่ฝ่ายไทยพร้อม ฝ่ายกัมพูชาต้องให้ความร่วมมือกับเรา

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า เช่นเดียวกับสแกมเมอร์ ที่เกี่ยวข้องกับทั่วโลก ไม่เฉพาะไทยกับกัมพูชา ดังนั้นฝ่ายกัมพูชาต้องจริงจังกับเรื่องนี้ด้วยเพราะรู้ว่ากระบวนการเหล่านี้อยู่ฝั่งไหน หากกัมพูชาต้องการให้มีประชุมเจบีซี และเดินหน้าปักปันเขตแดน ต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อทำพื้นที่ให้ปลอดภัย ไม่ใช่เปิดประชุมแล้วพูดคุยในประเด็นที่กัมพูชาต้องการจะคุย เพราะยังมีประเด็นอื่นที่ต้องพูดคุยกัน

“หน้าที่ของคณะกรรมการเจบีซีคือเรื่องของการปักปันเขตแดนตามกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่ความคืบหน้าในการยกเลิกเอ็มโอยู 44 ให้รอดูการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยมีการพูดคุยในระดับหนึ่งว่าควรเป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่” นายสีหศักดิ์ กล่าว

ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่ากองทัพบก ได้ติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างใกล้ชิด มีการวางกำลังทหารดูแลเข้มแข็ง จากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณของการยกระดับความขัดแย้งในระยะใกล้ ส่วนพื้นที่ช่องซำแต จ.ศรีสะเกษ หน่วยทหารตรวจพบความเคลื่อนไหวทหารกัมพูชา ลักษณะเข้าไปใกล้แนวรั้วลวดหนาม มีพฤติกรรมก่อกวนและถ่ายทำคอนเทนต์ยั่วยุบ่อยครั้ง ซึ่งฝ่ายไทยได้พูดคุยตักเตือน โดยเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ทหารไทยได้ยิงขึ้นฟ้า เป็นการเตือน เพื่อป้องกันการรุกล้ำและควบคุมสถานการณ์ตามกฎการใช้กำลัง และหน่วยทหารในพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีรายงานว่าทหารกัมพูชา เข้ามาขุดคูเลต หรือสร้างฐานที่กำบัง ถือเป็นการจัดตั้งที่มั่นทางทหารตามหลักยุทธวิธีทั่วไป เนื่องจากภายหลังทหารกัมพูชา ถูกผลักดันกลับไปอยู่ในพื้นที่ตนเอง การจัดสร้างที่กำบังหรือสถานที่ปฏิบัติการต่างๆ ในเขตพื้นที่ของตนถือเป็นการสถาปนาความมั่นคงของหน่วยทหารเป็นหลักปฏิบัติโดยทั่วไป และยังไม่มีประเด็นที่น่ากังวล

ในส่วนที่บางคนมองว่ากัมพูชาน่าจะต้องการเอาพื้นที่คืนพล.ต.วินธัย กล่าวว่า หากเกิดขึ้นก็น่าจะเป็นในลักษณะการใช้มิติทางการทูตหรือกลไกทวิภาคีเป็นหลัก โดยมิติทางการทหารยังไม่พบสัญญาณหรือสิ่งบอกเหตุที่ชัดเจน ฝ่ายไทยยังคงยึดหลักการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (เจบีซี) โดยปัจจุบันยังยึดตามถ้อยแถลงร่วมจากการประชุมจีบีซี คือฝ่ายใดวางกำลังอยู่ที่ใดก็ให้คงกำลังในพื้นที่นั้นไว้ จนกว่าจะมีการหารือผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องในอนาคต

โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการปรับลดกำลังในบางพื้นที่ชายแดน ว่าเป็นการปรับวางกำลังตามสถานการณ์และวงรอบการปฏิบัติราชการของหน่วย เพื่อให้กำลังพลบางส่วนได้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจปกติซึ่งในพื้นที่ยังคงมีการวางกำลังทหารเพื่อดูแลและเฝ้าระวังพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

“จากข้อมูลด้านการข่าว ยังไม่พบสัญญาณสิ่งบอกเหตุที่อาจจะนำไปสู่การปะทะขนาดใหญ่อย่างที่บางคนคาดเดา ในมุมมองทางทหารเชื่อว่า ณ ปัจจุบัน กัมพูชายังไม่มีความได้เปรียบเพียงพอที่ใช้กำลังทางทหารต่อฝ่ายไทย เนื่องจากการเตรียมความพร้อมฝ่ายไทยไม่ได้อยู่เพียงเฉพาะหน่วยที่ประจำบริเวณแนวชายแดนเท่านั้น จึงเชื่อว่าหากกัมพูชาตัดสินใจใช้กำลังจะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อกัมพูชามากกว่าฝ่ายไทยอย่างแน่นอน ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่น่ากังวล” พล.ต.วินธัย กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับบัญชา เน้นย้ำให้ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนยังอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และฝ่ายไทยยังยึดแนวทางแก้ไขปัญหาผ่านกลไกความร่วมมือและการหารือระหว่าง2 ประเทศ ควบคู่กับการรักษาความพร้อมของกำลังทหารในการดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top