542.jpg
สว.นพดล โวลั่น ไทย เหนือชั้นกว่า เขมร ได้ 2 มือดีระดับโลกด้านศาลกฎหมายทะเลช่วยสู้

สว.นพดล โวลั่น ไทย เหนือชั้นกว่า เขมร ได้ 2 มือดีระดับโลกด้านศาลกฎหมายทะเลช่วยสู้

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.34 น.

สว.นพดล โวลั่น ไทย เหนือชั้นกว่า เขมร ได้ 2 มือดีระดับโลกด้านศาลกฎหมายทะเลช่วยสู้ ยกเคสเคยชนะคดี ติมอร์เลสเต-ออสเตรเลีย มาแล้ว ประสบการณ์-ต้นทุนสังคมสูง โต้เป็นไปได้ยาก แบ่งเค้กก่อนลากเส้นเขตแดน ยันไม่ยอมแล้ว สภาสูง ปรับหมากลุยเชิงรุก หาก ฮุนเซน โพล่งอะไรอีก พร้อมโต้ทันที

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต เป็นรองหัวหน้าคณะ เพื่อเข้าร่วมกระบวนกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ในกรณีข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชาว่า มีความเหมาะสมมากที่นายสีหศักดิ์เป็นหัวหน้าคณะ และเอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต ซึ่งเคยเป็นอดีตรองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เพราะฉะนั้น น่าจะมีข้อมูลครบถ้วนที่จะไปสนับสนุนนายสีหศักดิ์ คงจะทำงานเป็นทีมกันได้ด้วยดี ส่วนทางฝั่งกัมพูชาก็ได้ตั้งนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เป็นหัวหน้าคณะเหมือนกัน และมีรัฐมนตรีกิจการชายแดนเข้ามาเป็นรองหัวหน้าคณะ ซึ่งตนมองว่าฝ่ายไทยดำเนินการตามขั้นตอนได้ดี 


นายนพดล กล่าวต่อว่า ในส่วนกรรมาธิการทั้ง 2 คน ที่ฝ่ายไทยเสนอ ได้แก่ Judge Albert Hoffmann ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศจากแอฟริกาใต้ และ Judge Rudiger Wolfrum นักกฎหมายชาวเยอรมัน ต้องยอมรับว่ามีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์และอาวุโสทั้งคู่  เพราะทั้งคู่เป็นประธานศาลกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ 

 "นานๆจะเสนอประธานทั้งคู่ ซึ่งก็จะมีความเชี่ยวชาญทางทะเลเป็นอย่างมาก ท่านหนึ่งเคยเป็นผู้ประนอมภาคบังคับของติมอร์เลสเตและออสเตรเลียเช่นเดียวกัน เป็นที่น่าสังเกตว่าทางติมอร์เลสเตในอดีตเคยเสนอท่านนี้เป็นผู้ประนอม แสดงว่าท่านนี้ต้องมีความโดดเด่นมากทีเดียว และอย่าลืมว่ากรณีติมอร์เลสเตและออสเตรเลีย ติมอร์เลสเตได้เปรียบในเรื่องนี้" นายนพดล กล่าว 
   
นายนพดล กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าฝั่งไทยจะไม่เสียเปรียบ เผลอๆจะมีความเหนือชั้นกว่าด้วยซ้ำไป แต่อย่างที่ตนเรียนมาโดยตลอด คณะกรรมาธิการทั้งหมดก็มีหน้าที่เสนอแนะ และรับฟังข้อคิดเห็นจากทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ทั้งหมดนี้อยากให้มั่นใจได้ว่าบุคคลที่ถูกเสนอมาทั้งหมดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และมีต้นทุนทางสังคมระดับโลกสูง คงไม่ทำอะไรที่ผิดกติกาของ UNCLOS โดยต้องลากเส้นตามหลักคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ชัดเจนมาก จะไปทำอะไรนอกเหนือจากนี้คงไม่ได้ และตนคิดว่าท่านเหล่านั้นคงไม่ไปทำเพราะต้นทุนสูง และประสบการณ์ที่ท่านสะสมมา จนมาถึงวันนี้ก็ไม่ใช่ง่าย ดังนั้น จึงไม่น่าวิตกมากนัก

เมื่อถามว่ามองว่าต่อไปแผนของประเทศกัมพูชาจะมีการคุยเรื่องผลประโยชน์ก่อนที่จะมีการแบ่งเขตแดน และต้องเจรจาอย่างไรให้เหนือกว่าประเทศกัมพูชา นายนพดล กล่าวว่า ตนคิดว่ากระทรวงการต่างประเทศของเรารับทราบข่าวเบื้องต้นแล้ว และพยายามที่จะแย้งเรื่องนี้ ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว เพราะกรรมาธิการทั้ง 5 คน เขามีแค่ข้อเสนอแนะเท่านั้นเอง ที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งการที่จะไปดำเนินการตามฝั่งกัมพูชาเสนอว่าหากขีดเส้น ลากเส้น หรือแบ่งเขตทางทะเลไม่สำเร็จ ก็ให้ทำเรื่องผลประโยชน์ไปพลางก่อน ซึ่งคงจะทำยาก เพราะเราไม่รู้ว่าหากไม่ลากเส้น ก็จะไม่รู้ว่ามีเขตที่ทับซ้อนอยู่ตรงไหน ฉะนั้น คิดว่าฝ่ายไทยคงแย้งเรื่องนี้ไป เป็นไปตามหลักกติกาสากล

เมื่อถามถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาตอบโต้เมื่อมีประเด็นเหล่านี้ ทางฝั่งวุฒิสภาของประเทศไทยในฐานะสภาสูงเช่นกันจะมีการตอบโต้อย่างไร นายนพดล กล่าวว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาของไทย ได้ลงนามแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของวุฒิสภาขึ้นมา โดยได้มอบหมายให้ตนเป็นประธาน หากมีกรณีใดที่ต่างประเทศโดยเฉพาะกัมพูชา หรือในอนาคตอาจมีประเทศอื่นซึ่งเรายังไม่ทราบ ทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะวุฒิสภา ของประเทศไทยในภาพรวมเสียหาย จากการปล่อยข่าวปลอม เราก็จะขอตอบโต้ ในทุกประเด็น เพื่อให้สังคมไทยและสังคมโลกได้เข้าใจ ซึ่งเราได้เชิญทูตอาเซียนบวกสาม จำนวน 12 ประเทศ มาทำความเข้าใจเรื่องการยกเลิก MOU 43 44 ที่ผ่านมาทูตจำนวนทั้ง 12 ประเทศนั้น เข้าใจดี โดยจะนำไปขยายความให้กับประเทศที่ไม่ได้มาร่วมประชุมด้วย ซึ่งจะเป็นนโยบายหนึ่งของวุฒิสภาในการทำทูตเชิงรุก

เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินว่าจะได้ข้อยุติเรื่องพื้นที่ทับซ้อนหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมา MOU 44 ไม่ได้มีการขยับไปไหน และไม่ได้มีความก้าวหน้าเลย แต่กรรมาธิการฯ ของเราได้มีมติเอกฉันท์ที่จะยกเลิก ดังนั้น นี่จะเป็นกติกาสากลช่องทางหนึ่งที่จะทำให้สามารถหาข้อยุติโดยใช้กติกาสากล และมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ เพราะส่วนหนึ่งที่ MOU 44 ไม่ประสบความสำเร็จเพราะการลากเส้นของกัมพูชา ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เมื่อเทียบกับประเทศไทย ดังนั้นเมื่อเราดึงทุกอย่างเข้าสู่กติกาสากล คิดว่าหลายเรื่องน่าจะสามารถหาข้อยุติได้

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top