วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
ในแวดวงการเมืองไทย ชื่อของ "อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" มักจะถูกพูดถึงในฐานะนักการเมือง "สายเทคโนแครต" ที่หยิบจับเรื่องข้อกฎหมายและตัวเลขเศรษฐกิจมาทำให้เข้าใจง่าย ด้วยบุคลิกที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา และมีผลงานเป็นรูปธรรม ทำให้เขายังคงเป็นหนึ่งในตัวแสดงสำคัญของการเมืองไทย
- ภูมิหลังและการศึกษา
อรรถวิชช์ ชื่อเล่น เอ๋ เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2521 เป็นบุตรของ นายสมพงศ์ สุวรรณภักดี และ นางภคินี สุวรรณภักดี อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัย
ปริญญาตรี : คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปริญญาโท : ด้านกฎหมายการเงินและธนาคาร (Banking and Finance Law) จาก Boston University สหรัฐอเมริกา
ประสบการณ์การทำงาน : ก่อนเข้าสู่วงการเมือง เขาเคยรับราชการที่สำนักงานผู้อำนวยการเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง โดยมีบทบาทสำคัญในการร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงินหลายฉบับ
- ก้าวแรกสู่สนามการเมือง : "ดาวรุ่ง" ประชาธิปัตย์
อรรถวิชช์เริ่มงานการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ และสร้างชื่อจากการเป็น สส.กรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร ในปี 2550 โดยได้รับฉายาว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ (Young Blood) ที่มีทักษะการอภิปรายโดดเด่น โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณและภาษี
- จุดเปลี่ยนและการก่อตั้ง "พรรคกล้า"
ในปี 2563 อรรถวิชช์ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับ กรณ์ จาติกวณิช เพื่อร่วมกันก่อตั้ง "พรรคกล้า" โดยชูธงเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยวิธี "ลงมือทำ" (Pragmatism) และพยายามนำเสนอการเมืองรูปแบบใหม่ที่ก้าวข้ามความขัดแย้ง
- บทบาทและการควบรวมสู่ "ชาติพัฒนากล้า"
ภายหลังการปรับทัพทางการเมือง พรรคกล้าได้ควบรวมกับพรรคชาติพัฒนา กลายเป็น "พรรคชาติพัฒนากล้า" ซึ่งอรรถวิชช์ยังคงทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเชิงโครงสร้าง เช่น การปฏิรูปเครดิตบูโร : นำเสนอระบบ "Credit Score" แทนการติดแบล็กลิสต์แบบเดิม , กฎหมายเศรษฐกิจสีเทา : การผลักดันให้ธุรกิจนอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบเพื่อเพิ่มรายได้รัฐ และการต่อสู้เรื่องราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้า : อภิปรายและตรวจสอบต้นทุนพลังงานอย่างต่อเนื่อง
- บทบาทล่าสุด : สส.บัญชีรายชื่อ "พรรครวมไทยสร้างชาติ"
อรรถวิชช์ได้เปิดตัวเข้าร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 โดยเขามีบทบาทสำคัญในพรรค ดังนี้
ทีมกฎหมาย : เริ่มต้นจากการเข้ามาช่วยเสริมทัพทีมกฎหมายของพรรค โดยเฉพาะงานด้านการปฏิรูปกฎหมายและเครดิตบูโร ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญส่วนตัว
รักษาการโฆษกพรรค : ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรักษาการโฆษกพรรค เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568
รองหัวหน้าพรรค : ต่อมาได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี : ในการเตรียมพร้อมเลือกตั้งปี 2569 เขาได้รับการวางตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ของพรรคอีกด้วย
ล่าสุดวันนี้ (11 มีนาคม 2569) นายอรรถวิชช์ได้ขยับขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ หลังจากที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช.ได้ลาออกจากตำแหน่ง สส.เพื่อเปิดทางให้นายอรรถวิชช์ ได้เข้าไปทำงานในสภาฯ แทน (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน! พีระพันธุ์ ลาออก สส. เปิดทาง อรรถวิชช์ เข้าสภาฯ ทำหน้าที่แทน)


- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี