วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569
ล็อกเป้าทุบทุนเทา-สแกมเมอร์
‘มาร์ค’ลุยงานฝ่ายค้าน
ยอมรับไม่ได้ถูกเชิญร่วมรบ.
‘ธรรมนัส’ขอจับมือเพื่อชาติ
พีระพันธุ์ทิ้งสส.ปาร์ตี้ลิสต์
“อภิสิทธิ์”ยันปชป.พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ไร้ปัญหาร่วมงาน “กธ.-ปชน.”คดี“กฤตย์อิชย์”เลี่ยงภาษีว่าไปตามก.ม.ราชกิจจาฯเผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภาตั้งแต่ 14 มี.ค.นี้ ด้าน “ธรรมนัส” ยันมีคุณธรรมมากพอ ไม่เป็นฝ่ายแค้น พร้อมทำทุกบทบาท ขณะที่ “พีระพันธุ์” ไขก๊อกปาร์ตี้ลิสต์ “รทสช.”
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลว่า ไม่ได้รับการทาบทามเข้าร่วมรัฐบาล และคิดว่ารัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ชัดเจนว่าเสียงที่มีอยู่ก็เพียงพอและตนก็เคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วพรรคปชป.พร้อมทำหน้าที่ วันนี้เราก็เดินหน้าทำในสิ่งที่คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ
“ยืนยันว่าวันนี้เศรษฐกิจ และสังคมเดินยาก ถ้าไม่จริงจังกับปัญหาสแกมเมอร์ทุนเทาและพรรคก็เคยเตือนแล้วว่าจะมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินแต่ปปง.และ ก.ล.ต. ไม่ได้ดำเนินการ แล้วเรื่องนี้ใครจะรับผิดชอบ และจะแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอย่างไร รวมถึงทำให้สังคมสงสัยว่าอะไรคืออุปสรรคที่ 2 หน่วยงาน จะใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา รวดเร็ว เพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชน”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามถึงการทำงานในฐานะฝ่ายค้านร่วมกับพรรคกล้าธรรม (กธ.)และพรรคประชาชน(ปชน.) จะมีปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีปัญหา เพราะการเป็นฝ่ายค้าน ไม่เหมือนกับการเป็นฝ่ายบริหาร แต่ละพรรคสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ ไม่น่ามีปัญหา
‘มาร์ค’นัดถกสส.รอโหวตประธาน
เมื่อถามถึงกรณีที่จะมีการสัมมนาสส.พรรคปชป.ในวันที่ 13 มี.ค.นี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทราบว่าจะมีการเปิดประชุมสภา ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ จึงต้องเตรียมความพร้อมในการประชุม สส.โดยมีการปฐมนิเทศ และสัมมนาเล็กๆ เพื่อให้ สส.ทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อได้พูดคุยกัน รวมถึงทิศทางโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย
เมื่อถามถึงแนวทิศทางการโหวตเลือกประธานสภา จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะรอฟังว่าขณะนี้แต่ละพรรคมีท่าทีอย่างไร ซึ่งตนได้บอกโจทย์นี้กับ สส.ของพรรคแล้ว
เมื่อถามว่ามองอย่างไร ที่จะอาจมีการเสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายรัฐบาล ที่ปกติจะเสนอชื่อคนในพรรคแกนนำอยู่แล้ว และนายโสภณ ก็ต้องถือว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์พอสมควร
คดี‘กฤตย์อิชย์’เลี่ยงภาษีว่าไปตามก.ม.
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีพนักงานสอบสวน บก.ปอศ.ออกหมายเรียกนายกฤตย์อิชย์ ภาคอิชณน์ สส.ตรัง พรรคปชป.รับทราบข้อกล่าวหาคดีเลี่ยงภาษี 7,400,000 บาทว่า เจ้าหน้าที่จะเรียกเข้าไปในวันที่ 16 มี.ค.นี้ ซึ่งนายกฤตย์อิชย์ ยืนยันกับตนว่า จะให้ความร่วมมือ ซึ่งให้ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง เพราะตนทราบคร่าวๆ ว่า เป็นเรื่องธุรกิจในครอบครัว ที่เหตุเกิดขึ้นราว 10 ปีแล้ว
“ยืนยืนว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายและได้กำชับให้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย ส่วนจะมีผลต่อพรรคฯหรือไม่ ตนเองยังไม่ทราบรายละเอียด แต่เมื่อมีหมายเรียก เจ้าตัวจะได้ไปรับทราบ เชื่อว่าเมื่อถึงเวลานั้นจะได้ทราบรายละเอียด”
นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา
ด้านเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 แล้วและมาตรา 121 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้มีการเรียกประชุมรัฐสภา ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป โดยให้ถือเป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 121 มาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป
พร้อมจัดรัฐพิธีประชุมรัฐสภา14มี.ค.
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2569 ในวันที่ 14 มี.ค.เป็นต้นไปว่า รัฐสภามีความพร้อมต่อการจัดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันดังกล่าว โดยสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะเชิญสส., สว.รวมถึงนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ทูตานุทูต ประธานองค์กรอิสระและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมรัฐพิธี ที่จะจัดที่ห้องโถงพิธี ชั้น 11 อาคารรัฐสภา ในเวลา 17.00 น. ขณะนี้สำนักงานได้จัดสถานที่ให้พร้อมต่อการจัดรัฐพิธีแล้วขณะที่การเปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ
ทั้งนี้ ได้รับประสานมาจากพรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงข้างมากว่ามีความพร้อมวันที่ 15 มี.ค. ดังนั้น สำนักงานฯจะจัดประชุมสภาฯในวันดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เพื่อให้ สส.กล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุมก่อนปฏิบัติหน้าที่และเลือกประธานสภาฯและรองประธานสภาฯ สำหรับจำนวนรองประธานสภาฯ จะมีกี่คนต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมสภาฯ จะพิจารณาและมีมติ
ขณะที่การประชุมนัดถัดเพื่อโหวตเลือกนายกฯจะเป็นเมื่อใดนั้น ต้องรอให้ประธานสภาฯและรองประธานสภาฯ ที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งก่อน จึงจะกำหนดได้ว่าจะนัดประชุมสภาฯ เพื่อโหวตเลือกนายกฯได้เมื่อใด
สำหรับการรับรายงานตัวสส. จากข้อมูลวันที่ 11 มี.ค มียอดสส.เข้ารายงานตัวแล้ว 498 คน ยังเหลือ รอเข้ารายงานตัว 1 คน จึงจะครบ 499 คนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลเลือกตั้งสำหรับ สส. 1 คนที่ยังไม่รายงานตัว คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ
‘พีระพันธุ์’ไขก๊อก-เปิดทาง‘อรรถวิชช์’
ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เมื่อวานนี้ (10 มีนาคม 2569) ผมได้หารือร่วมกับกก.บห.และมีความเห็นตรงกันว่า ปัจจุบันพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยังได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนอย่างมั่นคง ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ของพรรคก็มีศักยภาพ มีแนวคิด และมีพลังที่จะช่วยขับเคลื่อนให้พรรคเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต พรรคจึงควรเปิดพื้นที่และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านนโยบายและการสร้างเครือข่ายทางการเมืองของพรรค
ด้วยเหตุนี้ผมจึงขออาสาเป็นแกนหลักในการผลักดันและสนับสนุนการทำงานของคนรุ่นใหม่อย่างเต็มกำลัง ผมจึงเสนอให้ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรแทนผมและผมมั่นใจอย่างยิ่งว่า ท่านอรรถวิชช์เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ พร้อมจะทำหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพรรคและพี่น้องประชาชนผมจึงได้แจ้งขอลาออกจากการเป็นสส.บัญชีรายชื่อต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ท่านอรรถวิชช์เลื่อนขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ และทำงานในสภาฯผู้แทนราษฎรแทนผมต่อไป
สำหรับตัวผมเองนั้น ผมยังคงทำหน้าที่หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างเต็มกำลัง และจะยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อพรรค เพื่อประชาชน และเพื่อประเทศชาติต่อไปอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
‘ธรรมนัส’ปัดส่งสัญญาณไปหาใคร
ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องการยกระดับมาตรฐานเชื่อมโยงเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนสหกรณ์สู่ความยั่งยืน โดยช่วงหนึ่งในการมอบนโยบายแก่บุคลากรกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร้อยเอกธรรมนัสระบุว่า“ไม่ว่าตนเองจะอยู่ในสถานะใด ผมอาจจะไปแล้วไปไม่นานแล้วกลับมาอย่างที่เคยเห็น หากมีโอกาสได้กลับมาดูแลเกษตรกรหรือไม่ จะตั้งใจทำหน้าที่อย่างดีที่สุด แต่หากถึงเวลาที่ต้องมีการเปลี่ยนผ่าน ก็อยากฝากถึงข้าราชการทุกคนให้ยึดมั่นในหน้าที่ในการทำงานเพื่อประชาชน อย่างเต็มกำลังความสามารถ” ทำให้มีการคาดเดาของสื่อมวลชนว่าเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่นั้น โดยร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า เป็นเพียงการชี้ถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง
ไม่ต้องมอบงาน‘สุริยะ’หากมาคุมกษ.
ที่ผ่านมาตนเองเห็นอะไรมาเยอะ บางครั้งพรรคที่ได้อันดับ 1 ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นรัฐบาลเสมอไป หรือพรรคที่ได้อันดับ 1 จะจัดตั้งรัฐบาลอย่างยั่งยืนเสมอไป อยู่ที่การบริหารบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณอะไร เป็นไปตามธรรมชาติของการเมือง
เมื่อถามต่อไปว่า จากการคาดการณ์ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลชุดใหม่ คือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยนั้น จะต้องมีการส่งมอบงานให้กับรัฐมนตรีเกษตรฯคนใหม่หรือไม่
ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า หากเป็นนายสุริยะ คงไม่จำเป็นต้องส่งมอบงานอะไร เพราะนายสุริยะเป็นการเมืองมานาน เชื่อว่ารู้วิธีการบริหารงานได้เป็นอย่างดี
หลังให้สัมภาษณ์ร้อยเอกธรรมนัสได้ พูดคุยผู้สื่อข่าวทีเล่นทีจริงว่าจากนี้ไม่ต้องไปเฝ้ารอที่ทำข่าวที่กระทรวงเกษตรฯแล้วนะผู้สื่อข่าวตอบว่า งั้นไปรอที่สภาฯได้ไหม ร้อยเอกธรรมนัสตอบกลับมาว่า เราไม่ใช่ผู้นำฝ่ายค้านเราไม่ใช่แนวร่วมอะไร ก็ต้องกลับมาดูแลสุขภาพตัวเองและดูแลลูกพรรคให้ดีขึ้นดีกว่า
ไม่ขัดข้องเป็นฝ่ายค้าน-ร่วมมือทำเพื่อชาติ
ร้อยเอกธรรมนัสยังเปิดเผยถึงท่าทีของพรรคกธ.หลังรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาวันที่ 14 มีนาคม ว่า เรื่องดังกล่าว ภายในพรรคยังไม่มีการพูดคุยกันซึ่งเดี๋ยวจะต้องมีการ หารือและมีมติว่าจะเป็นยังไงซึ่งคาดว่าจะเป็นในช่วงเช้าวันที่ 15 มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นวันโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อถามต่อว่า ถามว่า พรรคภท.ปิดดีลการร่วมรัฐบาลแล้ว ส่วนตัวได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) บ้างแล้วหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้คุย ส่วนประเด็นพร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือไม่นั้น ร้อยเอกธรรมนัสยืนยันว่าการเป็นนักการเมืองต้องทำได้ทุกหน้าที่ ทำได้ทุกบทบาท ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ ในฐานะตัวแทนของประชาชน
เมื่อถามว่า หากเป็นฝ่ายค้านจะร่วมงานกับพรรคประชาชน (ปชน.) ได้หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า การเป็นนักการเมือง ต้องอยู่ได้ทุกสถานะ มิตรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน คนที่เคยร่วมอุดมการณ์เดียวกันวันหนึ่งแยกทางกันก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นศัตรูคนที่ไม่ถูกกันหรือทัศนคติไม่ตรงกัน ไม่ได้มาทำงานร่วมกันก็ต้องยึดถือผลประโยชน์และประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ต้องไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยว สิ่งสำคัญที่สุดแม้หากเป็นฝ่ายค้าน เราต้องมีหลักการ ไม่ใช่จะค้านทุกเรื่อง เรื่องใดที่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน ที่ฝ่ายบริหารทำก็ไม่ควรไปค้าน
ลั่น‘ไม่ใช่ฝ่ายแค้น-มีคุณธรรมพอ’
ร้อยเอกธรรมนัส ตอบถึงกระแสข่าวที่คาดการณ์ว่า รัฐบาลชุดใหม่จะไม่สานต่อนโยบายการยกระดับเอกสารสิทธิโฉนดเพื่อการเกษตร เป็นโฉนดครุฑแดง ว่า เรื่องดังกล่าวกระทรวงเกษตรฯได้เสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 39 และได้เสนอต่อครม.ไปแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องมีประโยชน์กับประชาชน จึงมั่นใจว่ารัฐบาลใหม่ไม่ว่าใครก็ตามที่จะมานั่งในตำแหน่ง รมว.เกษตรฯก็ต้องสานต่อ แต่ถ้าไม่ได้รับการไม่สานต่อ พรรคกล้าธรรมก็มีกลไกของสส.ทั้ง 58 คน ขับเคลื่อนผ่านสภา
ส่วนประเด็นที่มองถึงสายสัมพันธ์ระหว่างพรรคกล้าธรรม กับพรรคภูมิใจไทยขาดลงเพราะลงแข่งขันในพื้นที่เดียวกันใช่หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ถ้าไม่แข่ง ก็จะเป็นการฮั้วเลือกตั้งสิครับ ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนระบุว่าหากพรรคกล้าธรรม
มาเป็นฝ่ายค้าน จะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกนั้นร้อยเอกธรรมนัสกล่าวเพียงว่า “ไม่มีหรอกครับ ผมไม่ใช่ฝ่ายค้าน ไม่ใช่ฝ่ายแค้น ไม่ต้องห่วง ผมมีคุณธรรมพอ”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี