วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569
ถูกลอบโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
ถล่มเรือสินค้าไทย!
ชื่อ‘มยุรีนารี’ไฟลุกท่วม
ช่วยได้20คน-เร่งหาอีก3
ยังไม่รู้เป็นฝีมือฝ่ายไหน
สหรัฐ-อิหร่านยังรบเดือด
ทร.เผยเรือติดธงไทย MAYUREE NAREE Bangkok ถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ประสานบาห์เรน-โอมาน ช่วย 23 ลูกเรือ ยังไม่รู้ฝ่ายใดยิง เร่งสอบหาสาเหตุ ด้านเพจเรือสินค้าระหว่างประเทศ-พาณิชย์นาวีเผยแพร่ข้อมูล เหตุยิงเรือสินค้า 3 ลำซ้อนที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “เรือไทย”โดนหนักสุด ไฟลุกท่วม ส่วน เรือญี่ปุ่น-หมู่เกาะมาร์แชลล์ เสียหายบางส่วน ไร้คนเจ็บ-เสียชีวิต หน่วยงาน UKMTO ของสหราชอาณาจักรยกระดับเตือนภัยเรือทุกลำขั้นสูงสุด ด้าน “พิพัฒน์” เผยนายกฯรับทราบแล้ว ระบุทหารเรือโอมานเข้าช่วยลูกเรือไทยปลอดภัยแล้ว 20 คน ขาดอีก 3 คนอยู่ในเรือ
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯหรือเซนต์คอม เผยแพร่คลิปภาพวิดีโอที่เป็นภาพเหตุการณ์การโจมตีเรือและเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน พร้อมระบุว่ากองทัพเรือสหรัฐได้กำจัดเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน16 ลำ บริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หลังหน่วยข่าวกรองสหรัฐพบความพยายาม วางทุ่นระเบิดในเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบพลังงานสำคัญของโลก พร้อมประกาศย้ำจะไม่ยอมให้ใครคุกคามการเดินเรือในจุดยุทธศาสตร์สำคัญนี้
สหรัฐถล่มเรืออิหร่านจม16ลำ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้น เพื่อตอบโต้รายงานข่าวที่ระบุว่า อิหร่านเริ่มวางทุ่นระเบิดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมัน โดยนายทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล ว่า แม้จะยังไม่มีรายงานยืนยันขณะนี้ แต่หากอิหร่านวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซจริง สหรัฐฯต้องเก็บกู้ออกไปโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เส้นทางเดินเรือแห่งนี้ปลอดภัย พร้อมย้ำว่าหากรัฐบาลอิหร่านไม่ปฏิบัติตามต้องเผชิญกับผลลัพธ์ทางทหารตามมา นอกจากนี้ ยังระบุว่าสหรัฐฯกำลังนำเทคโนโลยีแบบเดียวกับที่ใช้ปราบปรามกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด มาใช้กำจัดเรือทุกลำที่พยายามวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านพลเอกแดน เคน นายทหารระดับสูงของสหรัฐฯเปิดเผยว่า กองทัพกำลังพิจารณาทางเลือก รวมถึงความเป็นไปได้ในการส่งเรือรบคุ้มกันเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซหากได้รับคำสั่ง แต่แหล่งข่าววงในเผยว่าจนถึงขณะนี้กองทัพเรือสหรัฐฯยังปฏิเสธคำร้องขอจากภาคอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือ ที่ต้องการให้ส่งเรือคุ้มกันระหว่างผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ขวางจับช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวประกัน
ด้านพีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯแถลงว่า ปฏิบัติการโจมตีเรือและเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านดำเนินการตามคำสั่งของประธานาธิบดี โดยกองทัพสหรัฐได้กำจัดเรือที่เกี่ยวข้องกับการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซอย่างแม่นยำและเด็ดขาด เขายังย้ำว่าสหรัฐจะไม่ยอมให้กลุ่มที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามจับช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวประกัน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก
ส่งโทมาฮอว์กถล่มกลางเตหะราน
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐกล่าวต่อว่า สหรัฐฯและอิสราเอลยกระดับโจมตีภายใต้รหัส Operation Epic Fury โดยส่งเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิดจำนวนมาก พร้อมโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กจากเรือพิฆาต เช่น แฟรงก์ อี ปีเตอร์สัน จูเนียร์ มุ่งทำลายฐานปล่อยขีปนาวุธ โรงงานผลิตโดรนและกองทัพเรืออิหร่าน เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดจากการโจมตีดังต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของกรุงเตหะราน โดยเฉพาะย่านตะวันออกและใจกลางเมือง รวมถึงบริเวณมหาวิทยาลัยอิหม่าม ฮุสเซน ที่ตั้งศูนย์วิจัยอาวุธใต้ดิน การโจมตีเป้าหมายตรงจุดเช่นนี้ เพราะหน่วยข่าวกรองได้ข้อมูลชัดเจนกว่าทุกวันที่ผ่านมา ทำให้โจมตีเป้าหมายส่วนลึกในกรุงเตหะรานและศูนย์กลางอุตสาหกรรมได้แม่นยำขึ้น
ไฟดับทั้งเมือง-เน็ตถูกตัดขาด-ฝนกรด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโจมตีของสหรัฐส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในกรุงเตหะราน ระบบการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาดเกือบทั้งหมด ขณะที่องค์การอนามัยโลกเตือนประชาชนให้หลบอยู่แต่ในอาคาร เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ฝนสีดำจากเขม่าควันของคลังน้ำมันที่ถูกโจมตีปนเปื้อนในอากาศ ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง
ทัพมะกันพุ่งเป้ายิงรง.ผลิตขีปนาวุธ
ขณะที่แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกหญิงประจำทำเนียบขาวแถลงว่า กองทัพสหรัฐฯกำลังรื้อทำลายโครงสร้างการผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน โดยเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน บี-2 ทิ้งระเบิดเจาะเกราะน้ำหนัก 2,000 ปอนด์หลายสิบลูก ใส่ฐานยิงขีปนาวุธที่ฝังลึกใต้ดินในอิหร่าน ศักยภาพการรบของสหรัฐฯรุนแรงและเหนือกว่าเพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่ความสามารถของอิหร่านในการตอบโต้ลดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมย้ำว่าเป้าหมายของปฏิบัติการ Operation Epic Fury คือ ทำลายคลังขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน ทำลายความสามารถผลิตขีปนาวุธใหม่ ลดทอนกำลังของเครือข่ายกองกำลังตัวแทนในภูมิภาค และทำให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
สงครามจบเมื่ออิหร่านจำนนไร้เงื่อนไข
สำหรับแผนการทางทหาร เดิมประเมินว่าจะใช้เวลา 4–6 สัปดาห์ แต่ขณะนี้ปฏิบัติการกำลังดำเนินไปเร็วกว่ากำหนด และจะสิ้นสุดลงเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เห็นว่าบรรลุเป้าหมายทางทหารแล้ว และอิหร่านอยู่ในสถานะยอมจำนนอย่างสมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไข จากนั้นประชาชนอเมริกันจะเห็นราคาน้ำมันและก๊าซลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อปฏิบัติการทางอากาศร่วมของสหรัฐฯ–อิสราเอล ต่ออิหร่าน บรรลุเป้าหมาย ขอให้ชาวอเมริกันมั่นใจว่า การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันและก๊าซช่วงนี้เป็นเพียงชั่วคราว และนี้นำไปสู่ราคาน้ำมันที่ถูกลงระยะยาว
อิหร่านยิงขีปนาวุธโต้กลับ
อีกด้านหนึ่ง อิหร่านไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่ง ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนเข้าใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค เช่น ฐานทัพอากาศในอิรัก เป้าหมายในอิสราเอล ทำให้โรงแรมเสียหาย สนามบินหลายแห่งต้องปิด และโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันเสียหาย แต่สหรัฐฯอ้างว่าการยิงตอบโต้ของอิหร่านลดลงต่ำสุดในรอบ 24 ชั่วโมง สะท้อนว่าแสนยานุภาพเริ่มถูกทำลายไปมาก
เรือไทยถูกยิงใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือสัญชาติไทย ชื่อ MAYUREE NAREE Bangkok ถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ บริเวณท้ายเรือ เรือลำดังกล่าวมีลูกเรือ 23 คน เบื้องต้นมีรายงานว่า มีลูกเรือสูญหาย 3 คน ทั้งนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์ marinetraffic เรือลำดังกล่าว ออกจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มุ่งหน้าไปยังอินเดีย
รายงานอ้างเดอะ ไฟแนนเชียลไทมส์ว่า เรือสินค้าไทยถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซทำให้เกิดไฟลุกไหม้ ลูกเรือสละเรือทันที ทั้งนี้ นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้น มีเรืออย่างน้อย 14 ลำ ที่ถูกโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้การสัญจรทางทะเลหยุดชะงัก
พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสธ.ทร.เปิดเผยว่า กองทัพเรือได้รับรายงานแล้วว่าเรือพาณิชย์ของไทยถูกยิงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในน่านน้ำ ประเทศโอมาน ฝ่ายทหารกองทัพเรือประจำบาห์เรนใช้ความสัมพันธ์ติดต่อประเทศโอมานให้เข้าช่วยเหลือลูกเรือทั้งหมด เบื้องต้น ทราบว่าได้รับการช่วยเหลือ 20 คน ส่วนอีก 3 คนยังอยู่ในเรือ ยืนยันว่าไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบ ว่าฝ่ายใดเป็นผู้ยิง
ประสานโอมานเร่งช่วย23ลูกเรือ
พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือแถลงเรื่องนี้ว่า วันที่ 11 มีนาคม ศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ได้รับรายงานเบื้องต้น เวลา 11.00 น. เรือบรรทุกสินค้าประเภทเทกอง สัญชาติไทย ชื่อ “มยุรี นารี” (Mayuree Naree) ขนาดระวางขับน้ำประมาณ 30,000 ตัน ของบริษัทพรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ถูกโจมตี ขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยออกเดินทางจากท่าเรือ ในเมืองคาลิฟา (Khalifa) สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เวลา 03.00 น. วันนี้
หลังได้รับรายงานเหตุการณ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือเร่งประสานขอความช่วยเหลือผ่านกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลระหว่างประเทศ ให้นายทหารประสานงานของกองทัพเรือที่ประจำอยู่ที่กองกำลังทางทะเลร่วม (Combined
Maritime Forces หรือ CMF) ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมัสกัต ประเทศโอมานเพื่อขอความช่วยเหลือทันที ปัจจุบันกองทัพเรือโอมานเข้าช่วยลูกเรือได้แล้ว20 คน และเร่งช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนที่ยังอยู่ในเรือ สำหรับลูกเรือไทย 20 คน ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว ถูกนำขึ้นฝั่งที่เมืองคาซับ(Khasab) ประเทศโอมาน ส่วนสาเหตุการถูกโจมตีอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ จะติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และเร่งช่วยลูกเรือชาวไทยทั้ง 23 คนให้เร็วที่สุด
เรือสินค้า3ลำซ้อนถูกถล่มเรือไทยหนักสุด
ต่อมา เพจเรือสินค้าระหว่างประเทศ-พาณิชย์นาวี เผยแพร่ข้อมูล หน่วยปฏิบัติการการค้าทางทะเลของ สหราชอาณาจักร(UKMTO) ออกประกาศเตือนภัยด่วน หลังได้รับรายงานว่าเรือสินค้า 3 ลำถูกโจมตีด้วยอาวุธไม่ทราบชนิดในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ทำให้สถานการณ์ความปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ตึงเครียดขึ้นทันที ซึ่งในจำนวนนี้เรือสินค้าไทยโดนหนัก ไฟลุกกลางทะเล เหตุรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.35 น. ตามเวลามาตรฐานสากล (UTC) เมื่อเรือขนส่งสินค้าลำหนึ่งถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ห่างจากชายฝั่งตอนเหนือของประเทศโอมานราว 11 ไมล์ทะเล ตรวจสอบภายหลังทราบชื่อเรือดังกล่าวคือ “มยุรี นารี” (MAYUREE NAREE) เป็นเรือของไทย แรงโจมตีทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้บนเรือ กัปตันต้องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมสั่งอพยพลูกเรือออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที เบื้องต้นไม่พบสารเคมีรั่วไหลลงสู่ทะเล และเหลือลูกเรือเพียงบางส่วนประจำการอยู่บนเรือ เพื่อควบคุมสถานการณ์
ยกระดับเตือนภัยเรือสินค้าขั้นสูงสุด
ขณะเดียวกัน ยังมีเรือสินค้าอีก 2 ลำที่ตกเป็นเป้าการโจมตี ได้แก่ 1.ONE Majesty เรือบรรทุกสินค้าติดธงชาติญี่ปุ่น 2.Star Gwyneth เรือบรรทุกสินค้าติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ ทั้งสองลำได้รับความเสียหายบางส่วนจากการโจมตี แต่ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต หลังเกิด 3 เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้
UKMTO ยกระดับเตือนภัยสูงสุด ทันที พร้อมกำชับให้เรือทุกลำที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่ใกล้เคียง เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุด เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวผิดปกติ และรายงานเหตุการณ์ต้องสงสัยโดยทันที เพื่อป้องกันเหตุซ้ำเติมในเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก
นายกฯได้รับรายงานแล้ว-20ลูกเรือปลอดภัย
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงกรณีเรือสินค้าสัญชาติไทยถูกโจมตีว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยได้รับรายงานแล้ว สำหรับการช่วยเหลือ ลูกเรือทุกคนปลอดภัย จากรายงานระบุว่า เรือสินค้าเทียบท่าที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ได้รับแจ้งจากเจ้าของท่าเรือให้ถอนสมอ และเดินทางออกมาจากท่าเรือประมาน 20 กิโลเมตร จนเกิดการระเบิดขึ้นบริเวณห้องเครื่อง อย่างไรก็ตาม ถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า เป็นการโดนยิงหรือโดนทุ่นระเบิด การข่าวยังไม่ชัดเจน หน่วยงานที่เข้าไปช่วยเหลือคือ กองทัพที่ลาดตระเวนอยู่บริเวณดังกล่าว
นายพิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ เรือ MAYUREE NAREE นั้น เป็นเรือบรรทุกสินค้าแบบเทกอง ขนาด 15,891 ตันกรอส ออกจากท่าเรือคาลิฟา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) มาถูกระเบิดที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะที่เดินทางและเกิดเหตุขึ้นนั้นในเรือไม่มีสินค้า เรานำสินค้าขึ้นเรียบร้อย และกำลังเดินทางกลับสู่ประเทศไทย ซึ่งการเคลื่อนตัวออกจากท่ามีจำนวนหลายลำ และเรามีลูกเรือทั้งหมด 23 คน ทั้งหมดเป็นคนไทย ขณะนี้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 20 คน ขาดอีก 3 คน อีก 3 คนอยู่ในเรือ ต้องขอขอบคุณทหารเรือโอมานที่เข้าช่วยทั้ง 20 คน ขึ้นมาไว้บนฝั่งเป็นที่เรียบร้อย ส่วนอีก 3 คน พยายามเข้าไปช่วย ในเรือไม่มีแสงสว่างเลย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี