วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569
ดีเอสไอ ยุติการสืบสวนคดีรุกที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ หลุดคดีพิเศษ ภายหลังสืบสวนนาน 7 เดือน เหตุตำรวจปปป.สอบเรื่องเดียวกัน ส่งป.ป.ช.รับไม้ต่อตามกฎหมาย พิจารณาดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สืบสวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการครอบครองและการออกเอกสารสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ อันอาจเป็นที่ดินของรัฐและเกี่ยวข้องกับกลุ่มคณะบุคคลหลายฝ่าย เป็นเรื่องสืบสวนที่ 97/2568 พร้อมให้สอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐาน ประสานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน สำนักงานที่ดิน จ.บุรีรัมย์ การรถไฟแห่งประเทศไทย แขวงการทางรถไฟลำปลายมาศ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่บุรีรัมย์ และศูนย์ดำรงธรรม จ.บุรีรัมย์
ต่อมา การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานอาณาบาล หรือฝ่ายกฎหมายของรฟท.เป็นผู้รับมอบอำนาจเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในวันที่ 5 กันยายน 2568 เพื่อขอให้ดำเนินการสอบสวนตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งความประสงค์ดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่รฟท.และเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรฟท.บริเวณพื้นที่เขากระโดง ต.เสม็ดและต.อิสาณ อ.เมืองจ.บุรีรัมย์
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อาณาบาล รฟท.ได้เข้าพบคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอ โดยประสงค์ขอให้ดีเอสไอดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มบุคคลที่ได้มีการบุกรุก ยึดถือ ครอบครองที่ดินบริเวณเขากระโดงทั้งหมด 4,414 ไร่ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ตามประมวลกฎหมายอาญาตามที่ได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
วันเดียวกันนี้ หลังจากมีรายงานข่าวภายในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้รับสำนวนการสอบสวนคดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดงพื้นที่ ต.อิสาณและ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ภายหลังก่อนหน้านี้ มีตัวแทนรฟท.เข้าร้องทุกข์ขอให้ดีเอสไอตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เข้าไปบุกรุกครอบครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งมีแนวเขตอยู่ในที่ดินของรฟท.4,414 ไร่ แต่ปรากฏว่าในส่วนของดีเอสไอที่ได้สืบสวนมานาน 7 เดือน (นับแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568) ได้มีมติไม่รับเรื่องบุกรุกที่ดินเขากระโดงเป็นคดีพิเศษ
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอ ชี้แจงว่ากรณีที่ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้รับดำเนินการสืบสวนคดีดังกล่าว เนื่องด้วยมีบุคคลมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องจากการไปออกเอกสารสิทธิที่ดินและในส่วนของคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินตามคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ดีเอสไอได้สืบสวนอยู่นั้น ได้สอบถามไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงทราบว่าทางตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้สืบสวนในเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน ประเด็นเดียวกัน จากที่มีผู้ไปร้องทุกข์ไว้เหมือนกัน และทางตำรวจ ปปป.ก็ได้ส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว จึงทำให้ภายใต้กฎหมายที่บัญญัติไว้อย่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 เป็นเหตุจำเป็นที่เรื่องใดก็ตามที่ดีเอสไอสืบสวนในประเด็นเดียวกันอยู่จะต้องส่งไปประกอบสำนวนด้วยเช่นกัน เพื่อให้ ป.ป.ช.ได้พิจารณา
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า สำหรับสำนวนสืบสวนของดีเอสไอที่ส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาร่วมกับสำนวนของตำรวจ บก.ปปป. ได้มีการระบุข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ในสำนวน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นการกล่าวหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐตามที่มีผู้ร้องทุกข์ไว้ ทั้งนี้ สถานะคดีล่าสุด ดีเอสไอได้ยุติเรื่องสืบสวนดังกล่าวเนื่องจากเหตุผลทางข้อกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญว่าการดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐใด กฎหมายระบุชัดเจนว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.
โฆษกดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องทางปกครองและทางแพ่งที่ยังเป็นเรื่องดำเนินคดีคงค้างอยู่นั้นทราบว่า อธิบดีกรมที่ดินได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา61แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เนื่องด้วยมีการฟ้องแพ่งเรื่องเพิกถอนที่ดินระหว่างกรมที่ดินและรฟท.จึงเป็นสาเหตุให้ศาลมีคำพิพากษาให้กรมที่ดินแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินว่าจะเพิกถอนที่ดินหรือไม่ แต่เมื่อตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมาแล้ว ก็ปรากฏตามที่เป็นข่าว ว่ามีมติไม่เพิกถอนที่ดิน จึงมีการฟ้องขอให้เพิกถอนมติเดิมนี้ ทำให้ยังคงมีคดีในศาลปกครองอยู่ และมีคดีแพ่งที่ค้างอยู่ระหว่างราษฎรและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ดีเอสไอจึงเห็นว่าข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์เห็นควรส่งไปยัง ผวจ.บุรีรัมย์ และหน่วยงานท้องที่เพื่อนำไปใช้ดำเนินการต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี