สว.สำรอง ร้องศาลปกครองกลาง - สูงสุด สั่ง กกต. ระงับมติชุด 36 ตัดสินคดีฮั้ว สว.

สว.สำรอง ร้องศาลปกครองกลาง - สูงสุด สั่ง กกต. ระงับมติชุด 36 ตัดสินคดีฮั้ว สว.

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.02 น.

วันที่ 16 มีนาคม 2569 คณะสว.สำรอง นำโดยนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง และศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้มีคำสั่งห้ามมิให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำผลการสอบสวนคดีฮั้ว ของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้งคณะชุดที่ 36 ที่มีมติ 5 ต่อ 2 ว่าเห็นควรยกคำร้องเนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นสว. 138 คน คณะกรรมการบริหารพรรคการ เมือง พร้อมเครือข่าย 91 คน รวมทั้งสิ้น 229 คน กระทำผิดในคดีฮั้วสว. 

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ที่ต้องไปยื่นต่อศาลปกครองเพราะเห็นว่า การตั้งอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ของนายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธานกกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตั้งเกินกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดที่ต้องให้กกต.พิจารณาเรื่องร้องทุจริตการเลือกสว. ภายใน 1 ปี ซึ่งตนเห็นว่ากกต.มีคณะอนุวินิจฉัยอยู่แล้วถึง 35 คณะ เป็นคณะที่ประกอบไปด้วยผู้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านกฎหมาย แต่กกต. กลับไม่ให้ทำสำนวนคดีฮั้วสว. แต่มาตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้น จึงเห็นว่ามีเจตนาพิเศษที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจะปัดเป่าคดี และการพิจารณาสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งมีการไปลงพื้นที่หาพยานหลักฐานในคดีฮั้วสว.จนได้หลักฐานแน่นหนาเห็นควรที่จะให้มีการดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง 229 คน แต่ คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ไม่รู้ไปเอาข้อมูลหลักฐานอะไรมาหักล้างถึงได้มีมติ 5 ต่อ 2 ว่าสิ่งที่กรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 สอบมาไม่มีมูล ดังนั้นจึงเห็นว่ากกต.ไม่ควรที่จะนำสำนวนที่อนุวินิจฉัยชุดที่ 36 พิจารณาไปวินิจฉัย


สว.สำรอง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

"แต่ถ้ากกต.ชุดใหญ่นำสำนวนมาพิจารณาและเห็นชอบตามมติของอนุวินิจฉัย ชุดที่ 36 หมายความว่าท่านก็เข้าสู่กระบวนการเดียวกัน มีเจตนาพิเศษแบ่งงานกันทำหรือไม่อย่างไร ดังนั้นผมจึงต้องยื่นต่อศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอคุ้มครองฉุกเฉินชั่วคราวโดยด่วน จึงต้องนำเรื่องนี้มาให้นายณรงค์ กลั่นวาริน ทร์ ประธานกกต. และร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล หนึ่งในคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 เนื่องจากเราไม่ยอมรับคณะอนุชุดนี้ เนื่องจากนายอิทธิพร ได้มีการแต่งตั้งชุดดังกล่าวเลยที่กฎหมายกำหนด 1 ปี เรื่องนี้ต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณา สิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองนั้นท่านกำลังพยายามปิดดึง ยื้อเวลา แต่พอจะสปีดให้เข้ากับเกมของใครก็ไม่รู้ที่วางแผนไว้ อยากเป็นผู้นำ ทำไมถึงเร็วปรี๊ดขนาดนี้ ซึ่งมีข่าวว่ากกต.จะลงความเห็นในเรื่องนี้ในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ เพื่อให้ทันกับวันที่มีเลิกงามยามดีในวันที่ 19 มี.ค.นี้หรือไม่" 

เมื่อถามว่าจะต้องมีการยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้มีการแก้ไขไม่ให้มีการนำเอกสารแนะนำตัวเข้าไปยังสถานที่เลือกสว. หรือไม่ เนื่องจากมีการอาศัยช่องในการทำทุจริตได้ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตนมองว่ากกต.เปิดโอกาสให้ผู้สมัครเข้ารับการเลือกสว.ในรอบเช้าได้มีการเตรียมตัว เพื่อนำเอกสารเข้าไปสู่รอบการเลือกไขว้ตอนบ่ายได้ เพราะในรอบเช้ามีการจับผิดได้บ้างเช่นมีการใส่เสื้อสีเหลือง หรือใส่สูท มีผู้ควบคุมใส่สมาร์ทวอช์ แต่ไม่ถูกตัดสิทธิ ขณะที่กกต.ระบุว่าไม่ให้นำเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครสว. หรือใบสว. 3 เข้าไปในสถานที่เลือก ซึ่งบอกว่าการใช้เวลาร่วมกันเวลา 3-4 ชั่วโมง เท่ากับเป็น การบอกว่าให้ไปเตรียมตัว เพราะไม่สามารถนำเอกสารที่เตรียมมาติดตัวเข้าไปได้ หากกกต.ให้เวลาในการเตรียมตัวแค่ 30 นาที และมีการจับหมายเลขใหม่ ไม่ให้นำเอกสารไปสว. 3 เข้าไปได้จะสามารถป้องกันการฮั้วได้ และเชื่อว่าหากมีการเลือกสว.ในครั้งหน้าและห้ามนำเอกสารทุกชนิดเข้าไปในสถานที่เลือก ก็จะสามารถป้องกันการฮั้ว อีกทั้งกกต.ซึ่งเป็นผู้จัดการเลือกเป็นสารตั้งต้นเป็นตะแกรงในการคัดกรองคนดีเข้าไป รวมถึงกกต.ต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นได้

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top