วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569
ตัดสิทธิพิเศษ สส. หมอวรงค์จุดประเด็น โดนใจคน

ตัดสิทธิพิเศษ สส. หมอวรงค์จุดประเด็น โดนใจคน

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.24 น.

ในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ราคาพลังงานผันผวนจากสถานการณ์โลก รายจ่ายของคนจำนวนมากเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่รายได้แทบไม่ขยับ หลายครอบครัวต้องปรับตัวและใช้เงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น ในจังหวะแบบนี้ ทุกการใช้จ่ายของรัฐย่อมถูกมองละเอียดขึ้น และความคาดหวังก็ชัดขึ้นว่าผู้ใช้งบประมาณควรเดินไปในทิศทางเดียวกับประชาชน

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกที่ควรเป็นเพียงขั้นตอนเลือกประธานและรองประธาน กลับกลายเป็นจุดเริ่มของประเด็นร้อน เมื่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ลุกขึ้นอภิปรายช่วงสั้นๆ แต่เลือกพูดเรื่องที่ไม่อยู่ในวาระ ทั้งค่าอาหาร สส. จำนวนผู้ช่วย และกองทุนบำนาญ


ในทางข้อเท็จจริง การอภิปรายดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่สภากำลังดำเนินการตามวาระเฉพาะ จึงมีเสียงทักท้วงจาก สส.บางคน ว่าเป็นการพูดนอกประเด็น ไม่เป็นไปตามลำดับการประชุม หรือพูดง่ายๆ ว่าหมอวรงค์ “ผิดคิว”

แต่ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งที่ถูกพูดกลับเป็นเรื่องที่สังคมค้างคามานาน คลิปการอภิปรายถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว และได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง

คำว่า “ตลก” จาก “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีคำอธิบายว่า หมายถึงความไม่ตรงวาระของการอภิปราย ยิ่งทำให้ประเด็นขยายตัว เพราะเมื่อคำดังกล่าวไปเชื่อมกับเรื่องค่าใช้จ่ายของผู้แทน ความหมายในสายตาของสังคมจึงเปลี่ยนไปทันที

ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องขั้นตอน แต่เป็นการปะทะกันระหว่างระเบียบ กับความรู้สึกของคนจำนวนมากที่มองว่า เรื่องนี้ควรถูกพูดในเวลานี้

ข้อเสนอของ นพ.วรงค์ มี 3 ประเด็นหลัก คือ ยกเลิกค่าอาหาร สส. ลดจำนวนผู้ช่วยจาก 8 คน และตั้งคำถามต่อบำนาญของผู้แทน ในรายละเอียด แต่ละเรื่องยังมีพื้นที่ให้ถกเถียง แต่สิ่งที่เห็นชัดคือสังคมจำนวนมากเห็นด้วยกับทิศทางของข้อเสนอ

ค่าอาหารของ สส. ซึ่งเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณคนละหนึ่งพันบาทต่อวัน เมื่อรวมทั้งสภาเป็นตัวเลขระดับหลายแสนบาทต่อวัน ตัวเลขนี้จึงถูกนำไปเทียบกับรายได้ของคนทั่วไปทันที ขณะที่จำนวนผู้ช่วยที่สูง ถูกตั้งคำถามเรื่องความจำเป็น และบำนาญก็ถูกพูดถึงในแง่ความเหมาะสม

เมื่อสามเรื่องนี้ถูกมองรวมกัน งบประมาณจึงไม่ใช่แค่ตัวเลขในเอกสาร แต่กลายเป็นภาพของสิทธิพิเศษในสายตาของคนจำนวนมาก

กระแสที่เกิดขึ้นจึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในสภา แต่ไหลออกไปสู่สังคมวงกว้าง พร้อมเสียงสนับสนุนที่ไปในทิศทางเดียวกัน

ภาพนี้สะท้อนชัดว่า ประเด็นงบประมาณของผู้แทน ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เชื่อมโยงกับความรู้สึกของผู้จ่ายภาษีโดยตรง

การถกเถียงที่ตามมา หากมองให้ตรง คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าจะ “ตัดงบหรือไม่” เพราะหากตัดได้และช่วยลดภาระของรัฐ ก็เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายพร้อมสนับสนุน

แต่หากไม่ตัด งบประมาณเหล่านี้ก็ต้องอธิบายให้ได้ว่ามีความจำเป็น และให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าจริง

งบประมาณไม่ใช่ปัญหา หากผู้แทนทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำงานให้เห็นผล และทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเงินภาษีถูกใช้ไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างชัดเจน

สิ่งที่สังคมตั้งคำถามจึงไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นเรื่องความคุ้มค่า และความรับผิดชอบ

เมื่อมองย้อนกลับไป จะเห็นว่าประเด็นเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งถูกพูดถึง มีการเสนอ มีการอภิปราย ทั้งจากภายนอกและจากผู้แทนในสภาเอง แต่ไม่เคยไปถึงการปรับแก้อย่างเป็นรูปธรรม

ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเอง การเปลี่ยนแปลงก็ยิ่งไม่เกิดขึ้น

ภาพที่เกิดขึ้นซ้ำๆ คือ มีคนพูด มีคนเสนอ แต่สุดท้ายก็เงียบ และกลับมาเหมือนเดิม

จุดนี้ทำให้ความไม่พอใจไม่ได้เพิ่งเกิด แต่สะสมมาเป็นเวลานาน

ในสถานการณ์ที่ประชาชนต้องระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยกันประหยัดงบประมาณเป็นเรื่องปกติ ข้อเสนอให้ตัดงบค่าอาหาร ลดจำนวนผู้ช่วย หรือทบทวนบำนาญ จึงได้รับเสียงสนับสนุนอย่างกว้างขวาง

แต่ไม่ว่าจะเลือกทางใด ระหว่าง “ตัด” หรือ “คงไว้” สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ผู้แทนต้องทำให้เห็นว่า งบประมาณที่ใช้นั้นให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

ถ้าจะตัด ก็เป็นการแบ่งเบาภาระของประเทศ แต่ถ้าไม่ตัด ก็ต้องทำงานให้หนักขึ้น ทำให้เห็นผลชัดขึ้น และทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเงินภาษีที่จ่ายไปไม่สูญเปล่า

ประเด็นค่าอาหาร ผู้ช่วย และบำนาญ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเลขงบประมาณ แต่เป็นคำถามเรื่องความรับผิดชอบ ระหว่างสิทธิของผู้แทน กับความรู้สึกของคนจ่ายภาษี

หากสองด้านนี้ยังไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ปัญหานี้จะไม่จบที่งบค่าอาหาร หรือจำนวนผู้ช่วย แต่จะขยับไปเป็นคำถามที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ว่าผู้แทนกำลังทำหน้าที่คุ้มค่ากับความไว้วางใจและเงินภาษีของประชาชนหรือไม่

- ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top