‘อนุทิน’ชนะขาด  นั่งนายกฯสมัย2

‘อนุทิน’ชนะขาด นั่งนายกฯสมัย2

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘อนุทิน’ชนะขาด

นั่งนายกฯสมัย2

ลงมติท่วมท้น293:119

ปชป.-กธ.งดออกเสียง

แฉงูเห่าสีส้มโผล่หนุน

เท้งสอบปมซื้อตัว20ล.

สภาฯโหวตเลือกนายกฯ 69 “อนุทิน”ชนะขาดลอย 293 เสียง นั่งนายกฯคนที่ 32 สมัย 2 พรรคร่วมรัฐบาลเสียงไม่แตก ส่วน “เท้ง” ได้ 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง มี “ปชป.-กธ.-ไทยภักดี” ขณะที่“งูเห่า” พรรคส้ม 1 เสียง โผล่หนุน“หนู” สวนมติ ปชน. ด้าน 6 เสียง“ไทรวมพลัง” แม้ถูกเมินดึงร่วมรัฐบาล “อนุทิน” ขอบคุณสส.โหวตเป็นนายกฯ “เท้ง” พ้อกลางสภาฯอาจเป็นอภิปรายครั้งสุดท้าย

เมื่อเวลา10.00 น.ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายโสภณ ซาซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาวาระให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้อ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ที่ประชุมรับทราบ


ต่อมา ประธานฯได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎรให้ผู้มีรายชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสส.แทนตำแหน่งที่ว่าง คือ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แทน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ลาออกจากสส.รวมถึงนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ลาการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมาได้กล่าวปฏิญาณตนในการประชุมก่อนรับหน้าที่ โดยได้ให้นายไชยชนก และนายอรรถวิชช์ กล่าวปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนรับหน้าที่

เสนอ‘อนุทิน-ณัฐพงษ์’ชิงนายกฯ

จากนั้น ได้เข้าสู่วาระการเลือกนายกรัฐมนตรี ประธานฯได้แจ้งขั้นตอนการดำเนินการตาข้อบังคับการประชุม โดยนายไชยชนก ลุกขึ้นเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกฯเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบฯได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นเสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ มีผู้รับรองถูกต้องเช่นกัน

‘พรรคส้ม’เปิดหัวกระซวกเดือด

จากนั้นนายโสภณ ได้เปิดให้สมาชิกอภิปรายถึงคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยนายรังสิมันต์ อภิปรายเป็นคนแรกว่านายอนุทินที่เป็นนายกฯรักษาการคนปัจจุบันและได้รับโอกาสในการเป็นนายกฯมาก่อน พฤติกรรมในอดีตล้วนเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าสุดท้ายนายอนุทิน มีความเหมาะสมในการเป็นนายกฯจริงๆ หรือ ตนอยากให้ข้อมูลต่อสภาโดยเฉพาะวิกฤตน้ำมันในปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นในรัฐบาลรักษาการปัจจุบัน มันเป็นตัวสะท้อนที่ดี แสดงให้เห็นว่าการบริหารบ้านเมืองเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร ปัญหาน้ำมันเถื่อนมีมาอย่างยาวนาน เป็นโครงสร้างองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฝังรากลึกในประเทศไทยมาช้านาน โครงสร้างนี้ในอดีตส่วนมากจะมีการนำเข้าน้ำมันจากประเทศต่างๆเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย

ทั้งนี้นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ให้อภิปรายอยู่ในประเด็นเรื่องคุณสมบัตินายกฯไม่ใช่อภิปรายปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องปัญหาน้ำมัน ขอให้เสนอเป็นญัตติเข้ามาเพื่อให้มีการอภิปรายกันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน นายโสภณวินิจฉัยให้นายรังสิมันต์อภิปรายเรื่องคุณสมบัติ ความเหมาะสมหรือการทำงานของนายกฯจะต้องไม่อภิปรายข้ามไปถึงรายละเอียดเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ซัด‘อนุทิน’ขาดคุณสมบัติซื่อสัตย์สุจริต

นายรังสิมันต์อภิปรายยืนยันว่าสิ่งที่ตนอภิปราย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ในเรื่องคุณสมบัติความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตนกำลังกังขาในความซื่อสัตย์สุจริตของนายอนุทิน การพิจารณาคุณสมบัติว่าท่านใดเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เราไม่จำเป็นต้องพิจารณาจากสิ่งที่เขาทำในอดีตหรือเราจะคิดไปข้างหน้าโดยมองและประเมินเอาว่าตัวเขาจะต้องซื่อสัตย์สุจริตแน่ๆ ทั้งๆที่วันนี้ท่านมีอำนาจ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นท่านแถลงออกมาตลอดเวลาว่าน้ำมันต้นทางมีพอ แล้วมันหายไปไหน ถ้าไม่ใช่การทำนโยบายเชิงทุจริตแบบที่ผ่านมา แล้วประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนแบบนี้ได้อย่างไร สิ่งที่ตนกำลังอภิปราย มันคือการตั้งประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต และสิ่งที่ตนกำลังโน้มน้าวต่อสภาฯแห่งนี้เพื่อบอกว่านายอนุทินขาดคุณสมบัติข้อนี้

“สิ่งที่ผมต้องโน้มน้าวต่อสภาฯแห่งนี้คือถ้านายอนุทิน ยังเป็นนายกฯต่อไป ผมเป็นห่วงจริงๆว่าท่านอาจไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในด้านความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา160” นายรังสิมันต์ กล่าว

จวกเลือกตั้ง69สุดสกปรก-ฮั้วสว.

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า เราผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนมั่นใจได้เลยว่าเป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตนไม่ได้กำลังบอกว่ามีแค่เฉพาะซื้อเสียง หรือโกงการเลือกตั้ง แน่นอนว่าเราอาจชี้นิ้วไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้งว่ากำลังทำหน้าที่ไม่ดี มีปัญหา แต่นายอนุทิน เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถจัดได้อย่างสุจริตยุติธรรมได้

ทำให้ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ทันทีว่า การกล่าวหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สกปรกที่สุด เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในฐานะที่ตนมีส่วนได้เสีย สส.ที่เข้ามามีเกียรติมีศักดิ์ศรี เรามาด้วยข้อกฎหมายข้อบังคับเดียวกัน ถ้าสกปรกที่สุด มันก็เป็นทั้งหมด ไม่ใช่จะดีเฉพาะผู้อภิปรายคนเดียว ทำให้นายโสภณ วินิจฉัยว่า เป็นคำกล่าวที่ไม่เหมาะสม แต่คงไม่ถึงขั้นต้องถอนคำพูด

นายรังสิมันต์ ยังอภิปรายว่าขณะที่เรื่องฮั้ว สว.ที่เป็นองค์กรสำคัญในการเลือกองค์กรอิสระเข้าไปเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระที่เขาว่ากันว่าเป็นการฮั้วสว.สีน้ำเงิน ตกลงแล้วนายอนุทิน ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาจากเรื่องนี้ มันยังไม่ชัดเจนหรือว่า นายอนุทิน มีข้อกังขาในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตฯมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นการบ่อนทำลายการเลือกสว.ทำให้ประชาชนสิ้นศรัทธา

‘อภิสิทธิ์’แจงชัดปชป.งดออกเสียง

เวลา 11.05 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)อภิปรายถึงเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถให้ความเห็นชอบกับการเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯว่าตามหลักการประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้อ16 ที่ระบุให้สมาชิกต้องพิจารณาและให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งโดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้นๆประกอบกับรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงซึ่งสำคัญกว่าคุณสมบัติทางกฎหมาย ที่จริงกรณีของนายกฯอนุทินตนก็เสียดายว่าช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ไม่ได้มีโอกาสได้ฟังวิสัยทัศน์จากท่านเลย ได้ฟังนายณัฐพงษ์มากพอสมควร และวันนั้นค่อนข้างจะเคลิ้ม

ชี้‘อนุทิน’ติดคดีฮั้วสว.-เท้งปมแก้ม.112

“ประเด็นหลักที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถสนับสนุนนายอนุทินได้ เพราะมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา(ฮั้วสว.)ซึ่งมีผลร้ายแรงถึงขั้นทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หาก สว.ขาดความเป็นกลางทางการเมือง และตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคการเมืองจะส่งผลให้องค์กรอิสระขาดความเป็นกลาง และไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ปัจจุบันตกอยู่ในสถานะของผู้ถูกกล่าวหาในการดำเนินการของสองหน่วยงานหลักคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)”นายอภิสิทธิ์ ย้ำ

พร้อมระบุว่าทั้งนี้ด้วยหลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกันนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่สามารถสนับสนุนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนได้เช่นกัน เมื่อด้ตกเป็นผู้ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลเรื่องแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเรื่องได้ถูกส่งเข้าสู่ศาลฎีกา และอาจทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันถึงมติพรรคถึงการงดออกเสียงในกรณีนี้ ไม่ใช่เรื่องของการรอร่วมรัฐบาล

“เท้ง”ยันไม่เคยคิดตั้งรัฐบาลแข่ง

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชนได้อภิปรายว่าพวกเราไม่ได้ต้องการที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่งแต่อย่างใด เพราะประชาชนทั่วทั้งประเทศต่างรู้ดีว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้วันนี้ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันที่ 8 ก.พ.จนถึงวันก่อนโหวตนายกรัฐมนตรี ตนก็ยืนยันว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา พรรคประชาชนไม่เคยดำเนินการหรือมีความพยายามใดๆที่จะดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง อยากให้ทุกคนยึดถือหลักการนี้ไว้ร่วมกัน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พวกเราควรจะต้องทำในระบบการเมืองรัฐสภา พรรคใดชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง ควรจะต้องได้รับสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เวทีนี้จึงเวทีที่ไม่ใช่การแสดงวิสัยทัศน์ แต่มาแสดงความห่วงใยต่อประเทศชาติของเรา ข้อห่วงใยนี้ จะสำเร็จได้ต้องมีรัฐบาลที่มีความชอบธรรม ประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าตาที่เหมาะสม ในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ

เพ้อไม่รู้จะเป็นอภิปรายครั้งสุดท้าย

“สิ่งหนึ่งที่ว่าที่นายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยดำเนินการได้ คือตรวจสอบคนของท่านเองอย่างเข้มงวด และถ้ามีส่วนผูกพันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่สังคมคาดหวังคือการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ในการจัดการคนของตัวเอง พอที่จะกอบกู้ศรัทธาความเชื่อมั่นในบางส่วน ถ้าท่านดำเนินการแบบนี้ สำหรับพวกผมในวันนี้ก็คงจะขอเดินหน้าทำหน้าที่ของพวกเราอย่างเต็มที่ต่อไป” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่าตนอยากจะฝากฝังไปยังเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชนจงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทุกท่านทำอยู่ตนเชื่อว่าสิ่งที่ทุกท่านทำมีความหมาย ปัจจุบันวันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่จะโดนสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่แต่ตนก็คงเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้ เคียงข้างกับทุกท่านต่อไป จนกว่าอำนาจจะส่งต่อประชาชน

‘อนุทิน’ให้คำมั่น พร้อมจับมือสส.ทำงาน

เวลา12.00 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่าขอบคุณที่เสนอชื่อตนเป็นนายกฯ ขอยืนยันไม่ว่าสส.จากพรรคใดจะลงคะแนนสนับสนุนหรือไม่แต่ในหัวใจ สส.ทุกคนคือผู้แทนปวงชนชาวไทย เสียงทุกคนดังเท่ากัน พร้อมรับคำแนะนำ คำวิจารณ์ ไปปฏิบัติหากมีโอกาสบริหารประเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ขอยืนยันจะเป็นนายกฯที่ทำงานร่วมกับสส.อย่างสุดความสามารถ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน น้อมรับกระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานคราวเปิดประชุมรัฐสภาวันที่14มี.ค.ว่าขอให้ยึดความถูกต้อง ประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ทุกคนทราบดีว่าตั้งแต่เราพบกันในสภาฯทุกคนเป็นเพื่อนที่ดีมีเป้าหมายร่วมกันในประโยชน์ประเทศและประชาชน หากได้รับความไว้วางใจเป็นนายกฯ จะสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติเต็มที่ และพร้อมรับการตัดสินของ สส.ทุกคน

“โอกาสนี้ขอบคุณทุกเสียงที่เคยมอบให้เป็นนายกฯขอบคุณข้าราชการ ประชาชน ช่วยให้รัฐบาลบริหารราชการได้ แม้เป็นเสียงข้างน้อยแต่ไม่เป็นอุปสรรคให้ประเทศบรรลุเป้าหมายหลายอย่างขณะนี้แม้มีปัญหาหลายอย่าง แต่ด้วยความร่วมมือของทุกคน รัฐบาลจะบริหารประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป” นายอนุทิน

ภายหลังเปิดให้สมาชิกอภิปรายคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ กันอย่างกว้างขวางแล้ว

โหวต‘อนุทิน’นายกฯฉลุย293เสียง

จากนั้น เวลา 12.15 น.ประธานสภาได้เปิดให้สมาชิกลงคะแนนออกเสียงโหวตให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีโดยการขานชื่อ สส.เป็นรายบุคคล เรียงตามลำดับอักษร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ภายหลังการลงคะแนนออกเสียงเสร็จสิ้น

กระทั่งเวลา 13.20 น.นายโสภณ ได้แจ้งผลการนับคะแนนการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการดำรงตำแหน่งนายกฯจากสมาชิกผู้ลงคะแนนทั้งหมด 498คน ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้คะแนนเสียงสนับสนุน 293 เสียง ขณะที่นายณัฐพงษ์ ได้คะแนนเสียง 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง ถือว่านายอนุทินได้รับความเห็นชอบ เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ในขณะนี้ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 33 สมัยที่ 2 พร้อมได้สั่งปิดประชุมในเวลา12.21น.

กางเสียงโหวตดัน‘หนู’นายกฯสมัย2

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในจำนวน 293 เสียง ที่สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี มีเสียงงูเห่า 1 เสียง จากพรรคประชาชน คือ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี ร่วมโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกฯ

ขณะที่ผลการลงคะแนนส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือพรรคร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคเล็กต่างเห็นชอบนายอนุทิน เป็นนายกฯสมัยที่2 ขณะที่พรรคไทยสร้างไทยซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลสส.ทั้ง2คน โดย นายอุดมเดช รัตนเสถียร สส.บัญชีรายชื่อโหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน เป็นนายกฯ แต่นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด โหวตงดออกเสียง

‘ปชป.-กธ.-ไทยภักดี‘พรึ่บงดออกเสียง

ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน มีเพียงพรรคประชาชน และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เท่านั้น ที่โหวตสนับสนุนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นนายกฯ

ด้านพรรคฝ่ายค้านอื่นอย่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยภักดี ต่างโหวตงดออกเสียง รวมถึง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯคนที่1 และ2 ต่างลงมติงดออกเสียงเช่นกัน

ส่วนพรรคไทรวมพลัง จำนวน 6 เสียง แม้จะไม่ถูกเชิญร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่สส.ทั้ง 6 คนพร้อมใจโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกฯ

‘งูเห่าสีส้ม”โผล่หนุน‘หนู’นายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการโหวตเลือกนายกฯด้วยการขานชื่อปรากฎว่านายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7พรรคประชาชน ได้โหวต นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ สวนทางมติของพรรคประชาชนที่โหวตนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สำหรับนายสุริยานั้นนับเป็น”งูเห่าสีส้ม”รายแรกในพรรคนับตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง 69ก่อนหน้านี้นายสุริยายังฝืนมติพรรคมาเอาหนังสือรับรองสส.จากคณะกรรมการการเลือกตั้งและมารายงานตัวต่อสภาฯ เป็นคนแรกของพรรคเมื่อวันที่2มี.ค.2569ทั้งที่พรรคประชาชนนัดมารายงานตัวพร้อมกันวันที่9มี.ค.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวนายสุริยา หลังโหวตสวนมติพรรคประชาชน โดยโหวตให้ นายอนุทิน เป็นนายกฯแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เพจเฟซบุ๊กนายสุริยา ไม่สามารถเข้าชมได้แล้ว

“เท้ง”ซัดมีผลประโยชน์แน่นอน

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ตนพูดได้อย่างชัดเจนว่าการตัดสินใจเป็นการตัดสินใจของนายสุริยาเอง โดยมีผลประโยชน์อย่างอื่นอย่างแน่นอน บุคคลที่กระทำการแบบนี้ไม่ได้มาจากพรรคฝ่ายค้านอย่างแน่นอน ขอให้ไปตั้งคำถามกับเขาว่าคุณอยากเห็นการเมืองเป็นแบบนี้จริงๆ หรือ ต้องไปถามฝ่ายที่ซื้อว่าทำไปเพื่ออะไร

“ผมมองไม่เห็นความจำเป็นใดในสถานการณ์การเมืองที่มีเสียงข้างมากเสถียรภาพอยู่แล้ว นอกจากมุ่งทำลายล้างระบบความเชื่อมั่นของพรรคประชาชน ซึ่งพรรคประชาชนเองจะไม่เสียสมาธิและจะดำเนินการเรื่องนี้ภายในอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต”นายณัฐพงษ์ กล่าว

รู้ข้อเท็จจริงก่อนปมซื้องูเห่า20ล้าน

ส่วนกระแสข่าวมีการซื้องูเห่าในราคา 20 ล้านบาท พร้อมกับเงินอุดหนุนรายเดือนหลักแสนบาทนั้น ตนยอมรับว่า ทราบข้อมูลมาก่อนหน้านี้ ซึ่งถ้ายังไม่ปรากฏข้อเท็จจริง ตนในฐานะหัวหน้าพรรค ก็ไม่สามารถบอกได้ จะกลายเป็นการกล่าวหาเพื่อน แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนก็ทราบข้อเท็จจริงมาบ้างแล้ว ส่วนในการสืบสวนทางวินัยจะดำเนินการภายในพรรคจะเป็นอย่างไรจะมาแจ้งให้รับทราบอีกครั้ง

ส่วนจะมีการ “ดองงู” หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ ตอบว่า ขอดำเนินการภายในก่อน ส่วนตัวยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายสุริยาโดยตรงหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม แต่การกระทำสวนมติพรรคเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ มีข่าวอ้างว่า แกนนำพรรคประชาชนได้ตรวจสอบจนทราบแล้วว่า ผู้ที่เตรียมทรยศเจตจำนงประชาชนคือใคร โดยทราบแน่ชัด ตั้งแต่คืนวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา และยังสืบจนทราบรายละเอียดของแรงจูงใจว่ามีการเสนอตัวเลขสูงถึง 20 ล้านบาท พร้อมเงินรายเดือนอีก เดือนละ 4 แสนบาท รวมถึงจะอัดงบฯ ให้ลงพื้นที่ให้อีกต่างหาก นอกจากนี้ยังทราบว่า ผู้ที่เปิดดีลดูดรอบนี้ เป็น สส.พรรคหนึ่ง ซึ่งในอดีตก็เคยมีพฤติกรรมเป็นงูเห่าเช่นกัน

“อนุทิน”ขอบคุณสส.โหวตเป็นนายกฯ

เวลา13.43น. นายอนุทิน ชาญวีกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการได้รับการโหวตเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2ว่าขอบคุณสส.ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ซึ่งทุกคนก็ได้ให้ข้อคิดและแสดงท่าทีของตัวเองอย่างเต็มที่เมื่อถามว่ามีสส.พรรคประชาชนเป็นงูเห่าโหวตให้1เสียง นายอนุทิน ปฏิเสธตอบคำถาม โดยได้เดินเข้าห้องประชุมเพื่อเป็นประธานประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)

‘ยศชนัน’มั่นใจจับมือภท.อยู่ครบเทอม

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงการเตรียมนโยบายที่จะไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยว่า มีการเตรียมทีมเรียบร้อยแล้ว และภายในต้นสัปดาห์หน้า จะมีการเข้าไปพูดคุยกัน ส่วนนโยบายซึ่งเราพูดมาโดยตลอด อย่างนโยบายการแก้ไขปัญหาปากท้อง นโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาท้องถิ่นและชุมชนให้ดีขึ้น ต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทย มีนโยบายหลายส่วนที่คล้ายคลึงกันก็น่าจะต้องมีการพูดคุยและตัวบริบทเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ค่อนข้างที่จะชัดเจนว่าทำไม่ได้ ซึ่งทุกคนก็เห็นตรงกันจึงมองว่าไม่น่าจะมีประเด็นปัญหาอะไร

เมื่อถามว่าในด้านการเมืองจะสามารถให้ความมั่นใจได้ใช่หรือไม่ว่าจะจับมือกันไปตลอดรอดฝั่งให้ครบ 4 ปี นายยศชนัน กล่าวว่า แน่นอนว่าความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เป็นสิ่งสำคัญในการทำงานร่วมกัน

‘จุลพันธ์’ส่งรายชื่อรมต.ไปหมดแล้ว

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือพรรคร่วมรัฐบาลภายหลังจากการโหวตนายกฯว่าได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้วคงไม่มีการพูดคุยอะไรกันเพิ่มเติมแล้ว เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยให้กับนายอนุทินโดยนายจุลพันธ์พยักหน้าพร้อมกล่าวว่า”ครับ”เมื่อถามว่ารวมถึงในสัดส่วนของรัฐมนตรีช่วยฯด้วยหรือไม่ที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่ายังไม่ลงตัว นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ได้ส่งไปหมดแล้ว เรียบร้อยแล้ว พูดมากกว่านี้ไม่ได้ เป็นอำนาจของนายกฯ

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top