สธ.สั่งจับตาสต็อกยา ป้องกันฉวยโอกาสกักตุนช่วงวิกฤตราคาพุ่ง

สธ.สั่งจับตาสต็อกยา ป้องกันฉวยโอกาสกักตุนช่วงวิกฤตราคาพุ่ง

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.21 น.

สธ.คลอดแผนจัดการยา เวชภัณฑ์ ชี้ราคาสูงขึ้นแน่ ห่วง“ยาต้านการแข็งตัวของเลือด”ต้องนำเข้าจากอิสราเอล มอบ อย.ขึ้นทะเบียนยาสำรอง พร้อมวางระบบสกัดการกักตุน คาดสงกรานต์คนอาจเดินทางน้อย ปัญหาสุขภาพอาจลดลง

23 มีนาคม 2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคายา เวชภัณฑ์ และระบบบริการในสถานพยาบาลว่า สธ.ได้ประเมินผลกระทบระยะกลาง เรื่องยาและเวชภัณฑ์ ในภาพรวมสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้หารือกับบริษัทยา ยืนยันว่ามีสต็อกที่เพียงพอใช้ได้ 3 - 4 เดือน ส่วนผลกระทบที่คาดว่าเกิดขึ้นแน่นอนคือ ราคายาที่ปรับสูงขึ้น ส่วนยาที่คาดว่าอาจจะเป็นปัญหา ได้แก่ 1.กลุ่มยาวาร์ฟารีน ใช้สำหรับการต้านการแข็งตัวของเลือด ซึ่งมีการนำเข้าจากประเทศอิสราเอล ขณะนี้ยังไม่ขาด แต่หากการสู้รบยืดเยื้อก็ต้องสำรองการนำเข้าจากประเทศอื่น เช่น อินเดีย จีน ยุโรป เป็นต้น โดยจะมีการปรับการขึ้นทะเบียนยาจากประเทศที่สำรองให้รวดเร็วขึ้น


2.น้ำยาล้างไตทางช่องท้อง ที่ต้องใช้พลาสติกเกรดพิเศษในการทำภาชนะซึ่งต้องนำเข้านั้น ทาง อย.ได้ไปประสานเรื่องการนำเข้าแล้ว และ 3. น้ำยาล้างฟอกไต แบบแกลลอน อยู่ระหว่างหารือว่าจะนำแกลลอนกลับมาใช้หมุนเวียนได้หรือไม่ รวมถึงเวชภัณฑ์อื่นๆ ที่อาจต้องใช้บรรจุภัณฑ์อื่นมาทดแทน ส่วนด้านระบบริการผู้ป่วยนั้น จะกระตุ้นให้โรงพยาบาลเพิ่มการใช้ระบบแพทย์ทางไกล (เทเลเมดิซีน) ในกลุ่มผู้ป่วยนอกให้มากขึ้น ปรับการจ่ายยาจาก 4 เดือน ให้เหลือ 1 - 2 เดือน และใช้บริการจัดส่งยาแทน ส่วนสถานบริการต่างๆ จะเน้นการลดการใช้พลังงาน ติดตั้งโซล่าร์เซลล์ให้มากขึ้น ลดการใช้กระดาษ

นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อกังวลผลกระทบระบบสุขภาพในช่วงสงกรานต์นั้น ตนมองว่า ด้วยสถานการณ์ช่วงนี้อาจจะทำให้มีการลดการเดินทางลง ดังนั้น ปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ปัญหาสุขภาพในช่วงดังกล่าวก็อาจจะลดลงด้วย อย่างไรก็ตามก็ต้องมีการติดตามต่อเนื่อง

นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประมาณ 1 - 2 วันนี้ จะมีมาตรการเกี่ยวกับการบริหารจัดการยา เรื่องพลังงาน เรื่องระบบบริการ และระบบเทเลเมดิซีน เพิ่มเติมออกมา โดยในส่วนของการบริหารจัดการยานั้น ตนได้มีการพูดคุยกับ อย.ได้รับรายงานว่า ขณะที่อยู่ระหว่างร่างมาตรการรับมือสถานากรณ์ที่ยาจะขาด หรือยามีราคาแพง เพื่อให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขลงนาม โดยในระยะสั้นคือ ราวๆ 3 - 4 เดือน การควบคุมการใช้ยาสมเหตุผล เรื่องการเจรจาราคากลางก็ได้มีการคุยในที่ประชุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่าจะมีการใช้อำนาจต่อรองราคาซื้อในระดับเขต หรือแม้กระทั้งระดับประเทศ หากมีความจำเป็น เรื่องการควบคุมราคาไม่ให้แพงเกินไป และให้มีการใช้ยาในบัญชียาหลักที่มีข้อมูลบ่งชี้ ลดการใช้ยานอกบัญชียาหลักที่มาราคาแพงเกินไป รวมถึงการใช้ยาทดแทน

ส่วนระยะกลาง 6 เดือนขึ้นไป คือโครงการหนึ่งเขตสุขภาพ หนึ่งจังหวัด หนึ่งโรงพยาบาล (One Province one hospital) ถ้าได้ผลดีก็จะสามารถแบ่งปันทรัพยากรในจังหวัดและเขตสุขภาพได้ เรื่องเทเลเมดิซีนที่สามารถเอามาใช้ในการจัดการยา การบริหารสต็อกยา และระยะยาว 12 เดือนขึ้นไป ทาง อย.จะมีการสนับสนุนการผลิตยาในประเทศ ไม่ต้องพึ่งพายานำเข้า การทำสัญญาในระยะยาว ลดความผันผวนของราคายา นอกจากนี้ มีการจัดทำแดชบอร์ดติดตามราคายา สต็อกยา เพื่อให้ผู้บริหารตัดสินใจ เพื่อป้องกันการกักตุนยา ซึ่งเราหวังว่าจะไม่เกิดการกักตุนในในระยะยาวขึ้น ยืนยันว่า ทั้งหมดไม่ได้เป็นการลดคุณภาพการบริหารประชาชน แต่เป็นการรักษาทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top