วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
ฝ่ายค้านถล่มวิกฤตพลังงาน
รุมขยํ้ารัฐบาล
สบช่องเสนอญัตติเข้าสภา
ปชน.ขู่แฉไอ้โม่งตัวกักตุน
ครม.อนุทิน 2 ลงตัวแล้ว“อนุทิน” พยักหน้ารับดึง“ปกรณ์”เสียบรองนายกฯแทน“บวรศักดิ์”คาดเห็นโฉมหน้าชุดใหม่ 6-9 เมษายนนี้ ขณะที่ 5 พรรคฝ่ายค้านประชุมนัดแรก สบช่องชงญัตติด่วนรุมขย้ำรัฐบาลแก้วิกฤตพลังงาน ด้าน”ปชน.”ประกาศจัดทัพ 30 สส.พร้อมขู่เปิดข้อมูลไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน ส่วน‘ธรรมนัส’ได้ทีสั่งลูกพรรคจัดหนักภูมิใจไทย
เมื่อวันที่ 24มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) “อนุทิน 2”ที่วานนี้(23มี.ค.) ผู้ที่มีชื่อได้เริ่มทยอยส่งประวัติไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว เป็นที่ชัดเจนว่าจะมีครม.ทั้งหมด 35 คน ไม่ตั้งหมดโควตา 36 ตำแหน่ง เหลืออีก 1 ตำแหน่ง ไว้ในยามที่ประเทศต้องการบุคคลที่เหมาะสมตามสถานการณ์ รวมถึงกรณีที่อาจมีความจำเป็น ตามสมการทางการเมือง นอกจากนี้ยังเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าไม่มีสัดส่วนครม.จากพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ที่มีเสียงสนับสนุน5เสียง
ทั้งนี้ รายชื่อทั้งหมดจากทั้ง 2 พรรคการเมือง หากมีชื่อใดไม่ผ่านคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ก็เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองนั้น ที่จะส่งคนมาเปลี่ยนตัว ซึ่งแต่ละพรรคมีรายชื่อสำรองไว้แล้ว
‘อนุทิน’ลั่นครม.ชุดใหม่เรียบร้อย
เวลา 09.55 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ที่มีชื่อของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามานั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายใช่หรือไม่ นายอนุทิน พยักหน้ารับ
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าเตรียมนำรายชื่อครม. ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วหรือยัง นายกฯพยักหน้ารับอีกครั้งเมื่อถามย้ำอีกครั้งว่ารายชื่อครม.เรียบร้อยแล้วหรือไม่นายกฯกล่าวว่า ทุกอย่างเรียบร้อย
นายกฯเคลียร์‘บวรศักดิ์’จบเทอมต้องแยก
ต่อมาเวลา 13.30 น.ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์กรณีโผคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ไม่มีชื่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายได้มีการพูดคุยกับนายบวรศักดิ์แล้วหรือไม่โดยนายกฯย้อนถามว่ารู้ได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าได้มีโอกาสคุยกับนายบวรศักดิ์หรือไม่ นายกฯกล่าวว่าก็คุยๆกับท่านในฐานะที่ทำงานด้วยกัน ไม่มีอะไรหรอกครม.มันเป็นเทอมๆเพียงแต่ว่าเทอมนี้กับเทอมถัดไปดันมีนายกฯคนเดียวกันก็ถือว่าเป็นคนละคณะมันไม่ได้มีว่าใครอยู่ที่ไหนก็จะต้องต่อไป ต้องแยก ไม่มีอะไรหรอกและการตัดสินใจในการนำเสนอรายชื่อครม.ขึ้นทูลเกล้าฯมันก็มีขั้นตอนที่คนที่เป็นนายกฯในฐานะผู้พิจารณาต้องพิจารณาในทุกๆด้าน แต่มันไม่มีว่าชุดนี้แล้วจะยกไปชุดหน้ามันไม่เคยมีเรื่องแบบนี้มันคนละชุดกัน
เมื่อถามว่าที่มีการเปลี่ยนชื่อจากนายบวรศักดิ์ มาเป็นนายปกรณ์ นิลพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้มาดูกฎหมายเหมือนที่นายบวรศักดิ์ดูใช่หรือไม่ นายอนุทินไม่ตอบคำถามดังกล่าว โดยระบุเพียงว่า“ไปแล่ะ”ก่อนขึ้นรถออกจากทำเนียบฯไปทันที
‘ปกรณ์-บิ๊กดุลย์’ยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.)ทำเนียบรัฐบาล ทันทีที่เปิดทำการช่วงเช้านี้ มีรายงานว่านายเวรของพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหมได้เดินทางมายื่นเอกสารคุณสมบัติและประวัติให้กับสลค.ตรวจสอบโดยมีความคึกคักมีตั้งแต่เมื่อวานนี้(23มี.ค.)มีทีมงานของผู้ที่มีรายชื่อติดโผครม.อนุทิน2 ทยอยเดินทางมายื่นเอกสารประวัติแล้วโดยคนสุดท้ายเป็นทีมงานของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ส่วนนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งมีรายชื่อติดโผรองนายกรัฐมนตรีได้ให้ทีมมายื่นเอกสารแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าเมื่อวานนี้ (23 มี.ค.)
คาดเห็นโฉมครม.ใหม่6-9เม.ย.นี้
ทั้งนี้มีรายงานว่าขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีแม้จะมี 8 หน่วยงานหลักแต่หากเป็นคนเดิม คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ยกเว้นรัฐมนตรีหน้าใหม่ ที่อาจมีขั้นตอนในการตรวจสอบดังนั้นจึงมีการคาดการณ์ว่าจะได้โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ช่วงวันที่ 6-9 เมษายนนี้
ประชุมสัมมนา‘พรรคเพื่อไทย’
ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมโครงการเสริมศักยภาพ สส.และบุคลากรทางการเมือง อบรมสัมนาสส.พรรคเพื่อไทย โดยมีแกนนำพรรคและสส.ทยอยเดินทางเข้าเพื่อร่วมกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเช้า นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางร่วมกิจกรรมด้วย
ปลุกสามัคคีสมัยหน้าให้ได้150คน
โดยนายจุลพันธ์ได้บรรยายพิเศษหัวข้อ“ความคาดหวังของประชาชนต่อพรรคการเมือง”ว่าตนอยากให้ทุกท่าน โดยเฉพาะ สส.ใหม่ เริ่มคิดถึงเส้นทางการเมืองว่าจะก้าวไปทางไหน เติบโตไป ณ จุดใดเติบโตไปเป็นกรรมาธิการอะไรแล้วจะไปเป็นรัฐมนตรีจุดไหนหรืออยู่ในเส้นทางของสภาทั้งหมดสามารถเลือกได้สามารถสร้างขึ้นมาได้ ทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์กับทุกคน มีการพูดคุยในเรื่องที่ค้างคาที่มีการเสนอในการประชุม โดยเฉพาะเรื่องของคุณสมบัติการเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ทั้งวิธีการสรรหา และการจัดสรรตำแหน่ง
“ในช่วงบ่ายนี้คงเป็นกิจกรรมที่ละลายพฤติกรรม เพื่อให้พวกเรามีความรักความสามัคคีกัน เพราะเราอีก 4 ปีข้างหน้า 74 คนของเรา คงต้องทำงานกันอย่างเข้มแข็ง และมีความสามัคคีเพื่อที่จะขับเคลื่อนพรรค และหวังว่าครั้งถัดไป จาก 74 คนจะได้เป็น 150 คน เป็นสิ่งที่พวกเราตั้งความหวัง และพาเพื่อนของพวกเรากลับมาสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง”นายจุลพันธ์ ย้ำทิ้งท้าย
พท.ติวเข้มสส.ใหม่รับเปิดสภา
เวลา 12.00 น. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดสัมนาโครงการเสริมศักยภาพ สส.และบุคลากรทางการเมืองพรรคเพื่อไทย บรรยายความรู้ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สส. พรรคเพื่อไทยว่า การสัมมนาวันนี้เป็นการอบรมสัมมนาตามกลไกปกติของพรรคที่ทำเป็นประจำก่อนจะมีการเปิดสมัยประชุมสภา เพื่อเตรียมความพร้อมในวาระการประชุมสภาที่กำลังจะมาถึงเนื่องจากทุกครั้งจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหน้าใหม่เข้ามาหลายคน
โดยพรรคได้เชิญเจ้าหน้าที่จากสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านมาให้ความรู้ทั้งเรื่องการเสนอญัตติ เรื่องกระทู้ถาม การอภิปราย รวมถึงเรื่องสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆซึ่งเป็นเรื่องที่ สส.ต้องรู้ โดยพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าจะทำหน้าที่นิติบัญญัติให้ดีและทำงานในส่วนของสภาอย่างเข้มแข็งในการตรวจสอบการทำงานและผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ รวมถึงการเดินหน้าแก้ไขกฎหมายเพื่อพี่น้องประชาชน
พร้อมเตรียมดันกฎหมาย47ฉบับ
นายจุลพันธ์ย้ำว่าในเรื่องของกฎหมายตอนนี้พรรคมีความพร้อมและได้ยื่นเข้าสภาไปแล้วประมาณ 10 กว่าฉบับ และยังมีที่จ่ออยู่ในคิวของสมัยประชุมนี้อีก 40 กว่าฉบับ รวมทั้งสิ้นคือ 47 ฉบับ ล้วนเป็นกฎหมายที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชน รวมถึงทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีมูลค่าสูงขึ้น จุดนี้คือสิ่งที่พยายามผลักดันเพื่อให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น การใช้ชีวิตของประชาชนสะดวกขึ้น และพยายามลดอุปสรรคของความเป็นรัฐลง ซึ่งกฎหมายเหล่านี้ได้เข้าไปจ่ออยู่ในสภาเรียบร้อยแล้ว
สส.เพื่อไทยถกชงญัตติด่วนแก้น้ำมัน
ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงปัญหาราคาน้ำมันแพงที่ส่งผลกระทบกับประชาชนว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอญัตติเพื่อหารือในการประชุมสภาวันพรุ่งนี้(25มี.ค.)ซึ่งเราเตรียมไว้ตั้งแต่ในการประชุมสภาฯครั้งที่แล้ว เราก็สามารถดำเนินการได้เลย ขณะเดียวกัน ได้มีการสำรวจความเดือดร้อนในพื้นที่ที่มีสส.พรรคเพื่อไทยดูแลอยู่ ส่วนการปรับราคาน้ำมันล่าสุดรวดเดียวถึงลิตรละ 2 บาท ทำให้มีความเดือดร้อนกันถ้วนหน้าซึ่งในที่ประชุม สส.วันนี้ จะให้มีการแลกเปลี่ยนความเดือดร้อนจากวิกฤตที่เกิดขึ้นคาดว่าน่าจะใช้เวลาทั้งวันในการพูดคุยกันและจะต้องติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน
5พรรคฝ่ายค้านประชุมนัดแรก
เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) อย่างไม่เป็นทางการ นัดแรก มีตัวแทน 5 พรรคการเมืองเข้าร่วมประชุม คือ พรรคประชาชน นำโดย นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายพริษฐ์วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง รวมถึงนายอรรถกร ศิริลัทธยากรสส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี และตัวแทนจากพรรคเสรีรวมไทย
โดยนายพริษฐ์แจ้งต่อที่ประชุมว่าวันนี้ถือเป็นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของฝ่ายค้านซึ่งมี5พรรคการเมืองไม่ได้โหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯโดยการประชุมไม่เป็นทางการจะประชุมจนกว่าจะมีการตั้ง ครม.เสร็จสิ้นและมีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจึงจะสามารถประธานวิปฝ่ายค้านได้ แต่ระหว่างนี้อยากให้มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการลักษณะนี้เพื่อหารือวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นประจำทุกสัปดาห์ไปก่อน
ฝ่ายค้านยื่นญัตติด่วนถกวิกฤตน้ำมัน
จากนั้นเวลา11.00 น.นายพริษฐ์ แถลงผลการประชุมว่า 5 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เห็นตรงกันที่จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุม ในวันที่ 25 มี.ค.เพื่อให้ สส. มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลถึงวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เบื้องต้นได้ประสานกับนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ไว้แล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะได้พิจารณาญัตติดังกล่าว โดยไม่กังวลว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา จะไม่ให้พิจารณาเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่พบว่ามีการปิดประชุมไปก่อน ทั้งนี้ในส่วนของพรรคประชาชนได้เตรียม สส. ที่จะอภิปรายในญัตติดังกล่าวไว้แล้ว และเตรียมประเด็นที่จะอภิปราย อาทิ สถานการณ์น้ำมันของโลกและในประเทศ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน การตรึงราคา รวมถึงการปรับเพดานราคาน้ำมันภายในประเทศ ที่ตนมองว่ารัฐบาลควรมีนโยบายหรือมีมาตรการที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีกระทบกับเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มอาชีพที่ใช้น้ำมัน และกลุ่มขนส่ง เป็นต้น
“ในปัญหาวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น ผมมองว่าหากรัฐบาลบริหารด้วยความโปร่งใส ไม่จำเป็นต้องกลัวการตอบคำถามของพรรคฝ่ายค้าน กระดุมเม็ดแรกที่ย้ำมาตลอดคือ พูดความจริงกับประชาชน เพราะเห็นว่ามีหลายกรณีที่คำพูดของนายกฯ สวนทางกับความจริง เช่น สาเหตุที่น้ำมันขาดแคลนเพราะประชาชนเติมมากขึ้น แต่ข้อเท็จจริงพบว่านอกจากประเด็นดังกล่าว ยังมีการส่งน้ำมันให้ปั๊มน้อยลง หรือกรณีไม่มีไอ้โม่งกักตุน แต่ข้อเท็จจริงพบการกักตุนน้ำมันจำนวนมากที่ จ.อ่างทอง และพบการขายเกินราคา” นายพริษฐ์ กล่าว
ปชน.จัด30สส.ถกญัตติด่วนน้ำมัน
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคปชน.กล่าวถึงวิกฤตน้ำมัน จากสถานการณ์การสู้รบของตะวันออกกลางว่าตอนนี้เป็นเรื่องใหญ่และเรื่องด่วนที่พรรคประชาชนติดตามอย่างต่อเนื่องพรุ่งนี้(25มี.ค.)เราจะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่ออภิปรายเรื่องนี้และส่งผ่านข้อเสนอไปยังรัฐบาลซึ่งได้เตรียมสส.ร่วมอภิปรายกว่า 30 คน เพื่อสะท้อนปัญหาแต่ละภาคส่วน ตอนนี้รัฐบาลพูดเรื่องเอาน้ำมันสำรองออกมาหรือปริมาณน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในระบบแต่ยังเป็นปัญหาเฉพาะจุดสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อยที่เสียงยังไปไม่ถึงเช่นชาวนาชาวประมง หรือพี่น้องไรเดอร์เพราะมีต้นทุนรายวันการที่หาน้ำมันรายวันไม่ได้ถือว่าขาดเครื่องมือทำมาหากิน เราจึงอยากรวบรวมปัญหาในทุกภาคมาหารือในสภาเพื่อส่งผ่านข้อเสนอไปยังรัฐบาล
“ตอนนี้ความช่วยเหลือเราอยากให้ไปเฉพาะจุดมากขึ้น แทนที่จะเป็นการช่วยเหลือแบบกวาดตรึงราคาแต่อยากให้ลงเฉพาะจุดหลัก เพราะเราเห็นแล้วว่าจุดที่เดือดร้อนอยู่ที่ไหนกันบ้าง” นายวีระยุทธ กล่าว
ชี้รัฐเปิดข้อมูลให้ปชช.รู้แนะแก้เฉพาะจุด
เมื่อถามว่าได้คุยฝั่งรัฐบาลแล้วหรือไม่ที่จะมีการเสนอญัตติในวันพรุ่งนี้ นายวีระยุทธ กล่าวว่า ถือว่าช้าไปนิดนึงเพราะเราเสนอไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่เลื่อนมาสัปดาห์นี้เท่าที่ได้รับสัญญาณฝ่ายรัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟังและจะมีคนร่วมอภิปรายด้วยจะอยากชวนชวนให้ติดตาม เพราะจะได้เห็นมุมมองจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ส่วนที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคมแถลงว่าสัปดาห์หน้าจะต้องมีน้ำมันทุกปั๊มนั้นนายวีระยุทธกล่าวว่า เรื่องข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่เราเรียกร้องมาตลอด สิ่งที่จะทำให้ประชาชนคลายความตื่นตระหนกได้คือการเปิดเผยข้อมูลว่าจะเติมน้ำมันได้ที่ปั๊มไหนเพื่อวางแผนชีวิต เมื่อ 2วันก่อนกรมพัฒนาธุรกิจพลังงานประกาศจะทำแอพพลิเคชั่น Fuel Now(เชื้อเพลิงเดี๋ยวนี้)เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนแต่ถึงวันนี้ยังไม่เห็น จึงอยากให้เร่งรัดตรงนี้เหมืนกัน
นายวีระยุทธยังกล่าวว่าที่กังวลต่อมาคือในเรื่องของภาคการเกษตรโดยเฉพาะเรื่องปุ๋ยซึ่งเป็นปัญหาต้นตอที่ทำให้เกษตรกรเพาะปลูกไม่ได้ แม้จะมีโครงการธงฟ้าธงเขียวซึ่งพรุ่งนี้ก็จะเป็นหนึ่งในเรื่องที่อภิปราย ต่อให้มีความช่วยเหลือไปถึงเกษตรกร แต่ก็ไปถึงในสัดส่วนที่จำกัดโครงการธงเขียวที่ผ่านมาช่วยไปได้5ล้านกิโลกรัมแต่ปุ๋ยที่เราต้องใช้ทั้งประเทศคือ5ล้านตันต่อปี โครงการนี้ช่วยได้แค่ 0.1% เท่านั้น จึงคิดว่าเป็นโครงการที่ไม่ตอบโจทย์ไม่ถึงเกษตรกรวงกว้าง
จ่อแฉข้อมูล’ไอ้โม่ง’กักตุนน้ำมัน
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนมองทางรอดเรื่องนี้และมีข้อเสนอแนะอย่างไร หลังมีรายงานตะวันออกกลางเตรียมงดส่งน้ำมันให้เอเชีย นายวีระยุทธกล่าวว่า ถ้าระยะสั้นเฉพาะหน้าคือการกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง หากมีน้ำมันสำรองร้อยกว่าวันตามที่รัฐบาลยืนยันคิดว่าจะผ่านช่วงเวลาวิกฤตนี้ไปได้ แต่เรื่องการกระจายน้ำมันและเปิดเผยข้อมูลจะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่น
“ทุกวันนี้ประชาชนยังถามคำถามที่รัฐบาลไม่ได้ตอบว่าจะเติมน้ำมันได้ที่ไหน การเปิดเผยข้อมูลมีประโยชน์2อย่าง คือทำให้ประชาชนมั่นใจในชีวิตประจำวันและจะเป็นความโปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้ว่าช่องโหว่และจุดที่หายไปหรือโม่งมีจริงหรือไม่”นายวีระยุทธ กล่าว
เมื่อถามว่าได้รับร้องเรียนเรื่องไอ้โม่งมาที่พรรคประชาชนบ้างหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า ตอนนี้มีหลายจุดที่เราได้รับข้อมูลมา ขอให้รอดูในการอภิปรายพรุ่งนี้ ซึ่งเราจะนำมาเปิดเผย
กธ.ร่วมชงญัตติด่วนวิกฤติพลังงาน
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรมกล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างไม่เป็นทางการนัดแรกว่าในส่วนของพรรคกล้าธรรม นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์จะร่วมยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุมในวันที่ 25 มี.ค.เพื่อให้ ส.ส.ได้ร่วมกันเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤติพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันที่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างทั้งประเทศ
นายอรรถกร กล่าวต่อว่า พรรคกล้าธรรม มีความตั้งใจจะเสนอญัตติดังกล่าวมาตั้งแต่การประชุมสภาเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากประธานสภาฯ สั่งปิดการประชุมก่อน โดยในวันพรุ่งนี้ สส.ของพรรคจำนวนมากมีความประสงค์จะอภิปรายในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากเป็นปัญหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง
ธรรมนัสกำชับ58สส.ทำหน้าที่เต็ม
“ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้กำชับ สส.ในพรรคให้ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ โดยย้ำว่าพรรคกล้าธรรมมี สส.ถึง 58คน ไม่ใช่พรรคขนาดเล็กจึงต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะฝ่ายค้าน ไม่ใช่ฝ่ายแค้น โดยการเป็นสส.ฝ่ายค้านก็หล่อและสวยได้เพราะเราจะทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างจริงจัง ดังนั้น เนื้อหาที่จะอภิปรายในสภาจะต้องเป็นข้อเท็จจริง และสะท้อนปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง”นายอรรถกร ย้ำ
ภท.เตรียมชงญัตติด่วนปมร้อนน้ำมัน
เวลา16.30น.ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.)น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมสส.ของพรรคฯว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพรุ่งนี้(25 มี.ค.)ได้รับการประสานว่าจะเป็นการหารือเพื่อกำหนดกรอบการทำงาน วันประชุม และเทอมการประชุมสภาฯ จากนั้นจะมีการยื่นญัตติด่วนเพื่อพูดคุยในประเด็นเรื่องของน้ำมัน ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะยื่นญัตติด่วนเรื่องนี้เช่นกัน รวมถึงจะมีตัวแทนสส.ของพรรคอภิปรายในเรื่องนี้ด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี