วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
กองทุนน้ำมันเอาไม่อยู่
เลิกอุ้มดีเซล
ปล่อยตามกลไกตลาด
‘เอกนิติ’ชี้ไม่อยากฝืน
ตรึงต่อไปมีแต่จะแพ้
คาดราคาพุ่งเกิน33บ.
“เอกนิติ”แนะยอมรับความจริงของโลก ศึกสหรัฐ-อิหร่าน อีกนานกว่าจะจบ แจงสาเหตุขึ้นดีเซล 1.80 บาท เพราะไม่ตรึงราคา หวั่นกองทุนแบกหนักภาระชดเชย จำใจต้องปล่อยไปตามกลไกตลาด เข้าแทรกแซงไปก็มีแต่แพ้ คาดพุ่งเกิน 33 บาทแน่ ด้าน“พิพัฒน์”อ้างดีเซลไทยยังถูกกว่าเพื่อนบ้านที่ทะลุไปถึง 38 บาทแล้ว พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ นายกฯย้ำแก้ปั๊มแห้งได้ใน 1 สัปดาห์
เมื่อวันที่ 24มี.ค.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง กล่าวในรายการ’กรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงเรื่องปัญหาน้ำมันว่า’ ตอนแรกที่รัฐบาลสั่งตรึงราคาดีเซล 15วัน เพื่อรอดูสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางจะจบเร็วหรือไม่ แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าเป็นเรื่องยืดเยื้อ ไม่จบเร็วแน่ และโลกเข้าสู่วิกฤตพลังงานอย่างแท้จริง ตอนนี้รู้แล้วว่าถ้าตรึงต่อไป จะเจอปัญหากักตุนแน่นอน จึงต้องปล่อยตามกลไกตลาด แต่ต้องบริหารจัดการไม่ให้กระทบกลุ่มเปราะบาง ถ้าวันนี้เราตรึง เราฝืนตลาดไม่ได้ แต่ต้องใช้กองทุนน้ำมันช่วยไม่ให้ปรับเร็วเกินไป และเราต้องช่วยกันปรับตัว ต้องประหยัดการใช้พลังงาน ถ้าฝืนตลาดสู้ยังไงก็แพ้ และการปรับเป็นขยักก็ไม่เวิร์ก เมื่อเกิดวิกฤตพลังงานที่หนักมาก เราต้องปรับตัว และปรับทุกภาคส่วน ชะลอผลกระทบกับประชาชน โดยเฉพาะคนที่เดือดร้อนมากๆ น้ำมันจำเป็นต้องปล่อยเป็นไปตามกลไกราคา แต่เราบริหารจัดการไม่ให้กระทบเกินไปมาก ฝืนไม่ได้ ยังไงก็แพ้ ถ้าตรึงต่อไปก็จะเกิดน้ำมันเถื่อนไปขายมาเลย์ แล้วน้ำมันก็จะยิ่งขาดแคลน
ปล่อยราคาตามกลไกลตลาด
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า เราประเมินสถานการณ์ให้เร็ว เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ก็ต้องปรับ ประเทศที่ผลิตน้ำมันเอง ยังปล่อยลอยเลย เมื่อถามว่า ความจริงจะปล่อย 90 สตางค์ เลยให้ปรับ 1.80 บาท นายเอกนิติ กล่าวว่า ใช่ เราก็บอกปล่อยเลย ไม่งั้นต้องเจอปัญหาไม่มีน้ำมัน เพราะขึ้นเป็นทีละขยัก นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น จึงต้องปล่อยเลย แล้วมาบริหารจัดการ ไม่ให้ผลกระทบรุนแรง บอกความจริงกับประชาชน สถานการณ์คือวิกฤตที่ทั้งโลกเจอ ไม่ใช่แค่เราที่เจอ แล้วไม่ใช่แค่รบกันกับทหาร แต่นี่คือทำลายโครงสร้างพื้นฐาน แม้สงครามจบ ก็ต้องมีเวลาฟื้นฟู
เมื่อถามว่า แนวทางกลไกราคาต้องทำงาน แสดงว่าดีเซลจะเกิน 33 บาท นายเอกนิติ กล่าวว่า ใช่ครับ ตลาดโลกเป็นยังงั้น ก็ต้องปล่อยไป แต่เราต้องดูแลน้ำมันจากภาคเกษตร ที่เรามี เปลี่ยนจาก B10 เป็น B20 ก็ต้องปรับตัว เมื่อถามว่า ตอนแรกบอกจะตรึง อย่างนี้ตระบัดสัตย์ไหม นายเอกนิติ กล่าวว่า สถานการณ์เปลี่ยน เราก็ต้องยอมรับความเป็นจริงของโลก
ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม กล่าวถึงการปรับขึ้นราคาน้ำมันในวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาที่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 1.8 บาทต่อลิตร และเบนซิน 2 บาทต่อลิตร ว่าเนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นสูงมาก รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาน้ำมันในประเทศเพื่อสะท้อนความเป็นจริงของตลาดโลกและเพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันมีสถานะติดลบมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งในแต่ละวันกองทุนฯ ต้องแบกรับภาระชดเชยราคาน้ำมันอยู่วันละประมาณ 2,300 ล้านบาท แม้จะมีการปรับขึ้นราคาไปบ้างแล้วก็ตาม
ทั้งนี้หากไม่มีการขยับราคาขึ้นเลย กองทุนน้ำมันฯ จะไม่สามารถรับภาระต่อไปได้ไหวเนื่องจากข้อจำกัดด้านสถานะทางการคลัง อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังไม่ได้โยนภาระทั้งหมดให้ประชาชน โดยกองทุนฯ ยังคงสนับสนุนราคาอยู่กว่า 24 บาทต่อลิตรสำหรับน้ำมันดีเซล ซึ่งในระยะต่อไปก็ต้องดูราคาน้ำมันในตลาดโลกเพื่อประเมินสถานการณ์ที่จะกำหนดเพดานราคาดีเซลอีกครั้งหากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น
ดีเซลเพื่อนบ้านลิตรละ38บาท
นอกจากนี้การปรับขึ้นราคาน้ำมันยังมีความสำคัญเนื่องจากช่วยป้องกันการลักลอบขายน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากราคาน้ำมันของไทยตอนนี้ยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซียซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงไปถึงประมาณ 38.10 บาทต่อลิตร ในขณะที่อดีตราคาน้ำมันในมาเลเซียเคยถูกกว่าไทยประมาณ 10 บาท ความแตกต่างของราคาที่มากเกินไปนี้กลายเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เกิดการลักลอบนำน้ำมันจากประเทศไทยออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ดังนั้น การปรับราคาให้มีความใกล้เคียงกันจึงเป็นการลดแรงจูงใจและป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันไทยไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
ไม่พบหลักฐานการกักตุน
สำหรับปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสถานีบริการน้ำมัน นายพิพัฒน์ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบโดยกระทรวงมหาดไทยทั้ง 76 จังหวัด ยังไม่พบหลักฐานการกักตุนจากผู้ค้าแต่ความต้องการน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจากเดิมที่ใช้เฉลี่ยวันละ 67 ล้านลิตร เป็น 82-84 ล้านลิตร และบางวันสูงถึง 110 ล้านลิตร
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ รัฐบาลได้สั่งการให้ยกเลิกการเก็บน้ำมันสำรองส่วนเพิ่ม 0.5% ในเดือนมีนาคม และ 1.5% ในเดือนเมษายน เพื่อนำน้ำมันดังกล่าวอัดฉีดเข้าสู่ระบบสถานีบริการให้เพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ ยังเตรียมผลักดันน้ำมัน B20 ออกสู่ตลาดสำหรับภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และประมง ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าน้ำมัน B7 ถึง 5 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ
ในส่วนของการขอความร่วมมือจากโรงกลั่น นายพิพัฒน์กล่าวว่า ศบก.ได้หารือกับกระทรวงการคลังถึงความเป็นไปได้ในการนำภาษีลาภลอย (Windfall Tax) มาใช้กับโรงกลั่นในช่วงที่มีกำไรสูงผิดปกติในช่วงที่เกิดสถานการณ์วิกฤตินี้ เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชน เหมือนกับประเทศอื่นๆที่มีการใช้กันอยู่
เพิ่มกำลังการผลิต9เปอร์เซ็น
ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึง ภาพรวมสถานการณ์น้ำมันในประเทศ ว่า เรื่องกระจายน้ำมัน เช้านี้ตนได้สอบถามข้อมูลจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจาก ทั้ง 2 บริษัทมีการเพิ่มกำลังการผลิตกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 9% และทาง ปตท.มีการกลั่นน้ำมันดีเซลมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ของประชาชน และที่ผ่านมาทั้ง 2 บริษัท มีการจำหน่ายน้ำมันมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เช่น บริษัท พีพีที โออาร์ มีการจำหน่ายทั้งเบนซินเพิ่มขึ้น 25% และดีเซลเพิ่มขึ้น 35%
นายดนุชา กล่าวว่า การที่รัฐบาลได้มีมาตรการกระจายน้ำมันไปยังจ๊อบเปอร์มากขึ้น เพื่อทำให้ภาคอุตสาหกรรมไม่มาเติมน้ำมันในสถานีบริการ และให้สถานีบริการมีน้ำมันเพียงพอบริการประชาชน ขณะนี้ทางกลุ่มโรงกลั่น ไม่ว่าจะเป็น บริษัทไทยออย จีซี หรือ ไออาร์พีซี บางจาก ได้มีการส่งน้ำมันไปให้จ๊อบเปอร์มากขึ้นแล้ว หลังจากภาครัฐมีการผ่อนคลายการจัดเก็บน้ำมัน แต่ต้องใช้เวลา 1-2 วัน กระจายน้ำมันออกไป ขณะเดียวกันวันนี้ทุกคนต้องช่วยกันประหยัดพลังงานด้วย ชดเชยพุ่งวันละ2.3พันล้าน
ป้องกันการกักตุนน้ำมัน
ส่วนการจัดทำแดชบอร์ดที่แสดงข้อมูลทั้งหมด ทั้งปริมาณน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่น ไปยังผู้ค้าน้ำมันและผู้ค้ารายย่อย ไม่ว่าจะเป็นจ๊อบเปอร์ หรือสถานีบริการ ซึ่งตัวแดชบอร์ดน่าจะเปิดให้ดูข้อมูลได้ประมาณช่วงเย็นนี้ หรือพรุ่งนี้ โดยดึงข้อมูลผู้ค้าตามมาตรา 7 ก็สามารถช่วยกันตรวจสอบและกำกับปริมาณ และป้องกันการกักตุนส่วนที่นายกฯมีคำสั่งไปจังหวัดต่างๆ มีทีมจังหวัด ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ตรวจสถานีน้ำมันทุกแห่ง ป้องกันไม่ได้เกิดการกักตุนด้วย
ยันไฟฟ้าเชื้อเพลิงมีเพียงพอ
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อการนำเข้าเชื้อเพลิงในการเพื่อผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย และจะส่งผลกระทบต่อไฟฟ้าในประเทศอย่างไร ว่า ซึ่งระบบไฟฟ้าของประเทศไทยก็มีความยืดหยุ่น ทั้งเรื่องของแหล่งเชื้อเพลิง รวมทั้งมีแนวทางในการกระจายบริหารการจัดการ สามารถรองรับสถานการณ์ที่มีความผันผวนในครั้งนี้ได้ รวมถึงได้ปรับแผนการเชื้อเพลิง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และกำกับดูแลต้นทุน ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และภาคเศรษฐกิจให้มากที่สุด
พลังงานสั่งรายงานสตอกน้ำมันทุกวัน คุมเข้มกักตุน-ลักลอบ หลังดีมานด์พุ่ง 20%
สั่งรายงานสต๊อกทุกวัน
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเร่งแก้ไขสถานการณ์น้ำมันตึงตัวและราคาผันผวน โดยออกมาตรการเข้มข้นเพื่อป้องกันการกักตุนและลักลอบจำหน่ายน้ำมัน พร้อมสั่งการให้โรงกลั่น คลัง และผู้ค้าน้ำมันรายงานข้อมูลรับ-จ่ายเป็นรายวัน เพื่อป้องกันน้ำมันรั่วไหลออกจากระบบ และประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ สาเหตุหลักของสถานการณ์น้ำมันตึงตัว มาจากความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 20% จากภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่เร่งสำรองน้ำมัน ส่งผลให้ระบบกระจายบิดเบือน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าส่งหรือ “จ๊อบเบอร์” ที่ไม่สามารถหาน้ำมันในราคาปกติได้ จึงหันไปซื้อน้ำมันจากสถานีบริการ ทำให้ปั๊มน้ำมันหลายแห่งน้ำมันหมดเร็วกว่าปกติ
รายงานสต๊อก18.00น.
ด้านการกำกับดูแล กระทรวงพลังงานได้กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และ 10 รวมถึงโรงกลั่นและคลังน้ำมัน ต้องรายงานข้อมูลปริมาณน้ำมันรับเข้า ผลิต จำหน่าย และคงเหลือ ทุกวันเวลา 18.00 น. ให้กรมธุรกิจพลังงาน โดยอยู่ระหว่างพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรวบรวมข้อมูลแบบศูนย์กลาง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งระบบ หากพบการรายงานเท็จหรือพฤติกรรมกักตุน จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที ณะเดียวกันยังเร่งปิดช่องโหว่การลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ หลังพบส่วนต่างราคาดีเซลระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญ โดยได้บูรณาการความร่วมมือกับตำรวจ ศุลกากร และหน่วยงานความมั่นคง ปูพรมตรวจสอบตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด
ใช้เงินกองทุน28,000ล้าน
สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมัน รัฐบาลยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยตรึงราคาดีเซลเพื่อลดภาระค่าครองชีพ แม้ปัจจุบันกองทุนยังติดลบกว่า 28,000 ล้านบาท และเผชิญข้อจำกัดด้านการกู้เงินเพิ่มเติม โดยยืนยันว่าจะพยายามดูแลราคาให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด
ปลัดกระทรวงพลังงาน ยังชี้แจงประเด็นค่าการกลั่นว่า ไม่ใช่กำไรสุทธิของโรงกลั่น แต่เป็นเพียงส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบกับน้ำมันสำเร็จรูป ขณะที่ต้นทุนจริงปรับสูงขึ้นมากจากค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ ค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงต้นทุนสารเคมีที่ใช้ในการกลั่นที่ปรับสูงขึ้นตามภาวะตลาดโลก
ส่วนแนวคิดการจัดเก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่นนั้น ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากอุตสาหกรรมพลังงานมีความผันผวนสูง หากมีการจัดเก็บในช่วงกำไร ก็อาจต้องมีมาตรการรองรับในช่วงที่ผู้ประกอบการขาดทุนจากสต๊อกในอนาคตด้วย
นายกฯชี้จบใน7วัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แบ่งรับแบ่งสู้ ส่วนหลังจากเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้เรียกผู้ประกอบการหารือและกำชับให้ทุกสถานีบริการน้ำมันห้ามน้ำมันขาด ขณะที่ล่าสุดราคาน้ำมันขยับขึ้น 2 บาทนั้น นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่พยักหน้ายอมรับว่าได้สั่งให้บริหารจัดการเรื่องน้ำมันขาดแคลนให้ได้ภายใน 1 สัปดาห์
แห่เติมน้ำมันแต่เช้ามืด
ไทยพีบีเอส รายงานว่า ประชาชนผู้ใช้รถทยอยเข้าเติมน้ำมันต่อเนื่อง ก่อนที่จะปรับขึ้นราคาตั้งแต่เวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา โดยกลุ่มแก๊สโซฮอล์ปรับเพิ่ม 2 บาทต่อลิตร ไฮดีเซลเพิ่ม 1.80 บาทต่อลิตร และไฮพรีเมียมดีเซลเพิ่ม 2 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ดีเซลหน้าปั๊ม อยู่ที่ 32.94 บาท/ลิตร
เวลา 04.00 น. บรรยากาศภายในปั๊มน้ำมันบางจาก บริเวณซอยวิภาวดีรังสิต 60 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร พบว่ามีประชาชนทยอยนำรถเข้ามาใช้บริการเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังจากผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ทั้งบางจากและ ปตท. ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมัน โดยกลุ่มแก๊สโซฮอล์ปรับเพิ่ม 2 บาทต่อลิตร ไฮดีเซลเพิ่ม 1.80 บาทต่อลิตร และไฮพรีเมียมดีเซลเพิ่ม 2 บาทต่อลิตร
กระทบต่อการขนส่ง
พ่อค้ารถพุ่มพวงรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตัดสินใจเข้ามาเติมน้ำมันก่อนเวลา 05.00 น. หลังทราบข่าวการปรับขึ้นราคา ยอมรับว่าต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันยังกังวลเรื่องปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่อาจไม่เพียงพอ จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลกลไกราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และบริหารจัดการสำรองน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
ด้านพนักงานปั๊มน้ำมัน เปิดเผยว่า หลังมีข่าวการปรับขึ้นราคา ผู้ใช้บริการจำนวนมากเร่งเข้ามาเติมน้ำมันตั้งแต่ช่วงเย็นของวันก่อนหน้า ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าวันนี้ ครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถรับจ้างสาธารณะ
ผู้ใช้บริการเริ่มลดลง
ภายหลังมีการปรับป้ายราคาน้ำมันตั้งแต่เวลา 05.00น.พบว่า ปริมาณผู้ใช้บริการภายในปั๊มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนปรับราคา จากการสอบถามผู้ใช้บริการ พบว่ายังคงเลือกเข้ามาเติมน้ำมัน แม้ราคาจะปรับสูงขึ้น เนื่องจากปั๊มน้ำมันแห่งนี้ยังมีน้ำมันเพียงพอ แตกต่างจากบางพื้นที่ที่เริ่มประสบปัญหาขาดแคลน ทำให้ไม่ต้องเสียเวลารอคิวนาน
ขณะที่อัปเดตราคาน้ำมันล่าสุดในวันที่ 24 มี.ค.2569 ราคาน้ำมันปั๊ม ปตท.ดีเซล อยู่ที่ 32.94 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 26.79 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 30.05 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 34.68 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 35.05 บาท/ลิตร เบนซิน อยู่ที่ 43.64 บาท/ลิตร ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 46.64 บาท/ลิตร ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.04 บาท/ลิตร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี