วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก พีระชาติ อินตา อินฟลูด้านความมั่นคง และเป็นทหารแนวหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยปักหลักอยู่ที่ปราสาทตาควาย ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า
พี่น้องครับ ที่ถามผมเข้ามาหนาหูเกี่ยวกับเรื่องเรือน้ำมันของบางจากที่ฝ่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซมาได้ลำนี้ ผมไปรวบรวมข้อมูลล่าสุดแบบเจาะลึกจากหน้างานจริง เพื่อมาวิเคราะห์ให้เห็นภาพชัดๆ ในบทความเดียวจบที่นี่ครับ
#เรือบรรทุกน้ำมันลำนี้คือทัพหน้าความหวัง
ยืนยันครับว่าเรือลำที่อยู่ในข่าวคือ #เรือบรรทุกน้ำมันดิบ ของกลุ่มบางจากจริงครับ ข้อมูลล่าสุดระบุว่าเรือลำนี้เพิ่งผ่าน #จุดยุทธศาสตร์ที่อันตรายที่สุดในโลก อย่างช่องแคบฮอร์มุซมาได้อย่างปลอดภัยเมื่อคืนวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ภายใต้การประสานงานระดับรัฐบาลระหว่างไทยกับมิตรประเทศอย่างอิหร่านและโอมาน ตอนนี้เรือกำลังวิ่งฉิวอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย มุ่งหน้ากลับสู่โรงกลั่นในบ้านเราแล้ว ตามที่สำนักข่าวทั่วประเทศรายงานจริงครับ
สำหรับปริมาณน้ำมันดิบที่บรรทุกมานั้น โดยปกติเรือขนาดนี้จะบรรทุกได้ประมาณ #80ล้านถึง160ล้านลิตร ต่อเที่ยวครับ โดยมีกำหนดถึงไทยคือ #ต้นเดือนเมษายนนี้ แต่พี่น้องต้องเข้าใจก่อนว่าน้ำมันที่มาถึงเป็นน้ำมันดิบ ต้องเข้ากระบวนการกลั่นก่อนอีกประมาณ 7-10 วัน ดังนั้นน้ำมันจากเรือลำนี้จะเริ่มกระจายเข้าสู่หัวจ่ายในปั๊มให้เราได้เติมกันจริงๆ ก็ช่วง #กลางเดือนเมษายน หรือช่วงสงกรานต์พอดีครับ ถือเป็นข่าวดีที่จะมาเติมเต็มสต็อกในช่วงที่มีการเดินทางสูงที่สุดของปี
#ไม่ใช่ลำเดียวแต่เป็นการเปิดทางครั้งสำคัญ
พี่น้องครับ หลายคนกังวลว่าลำเดียวจะเอาอยู่ไหม ผมบอกเลยว่าเรือของบางจากลำนี้คือ #ตัวเปิดเกม ครับ เพราะตามข้อมูลทางการระบุว่ายังมีเรือไทยลำอื่นและเรือสินค้าพันธมิตรที่กำลังรอการเคลียร์ทางตามกันมาติดๆ โดยเฉพาะเรือในเครือผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่จอดรอคิวอยู่บริเวณอ่าวโอมาน ซึ่งคาดว่าจะทยอยแล่นผ่านช่องแคบออกมาได้ตามลำดับหลังจากที่ไทยเจรจาขอ "ช่องทางพิเศษ" ได้สำเร็จครับ
ถ้าถามว่าพอต่อลมหายใจประเทศไทยไหม ผมฟันธงจากตัวเลขจริงเลยว่า #เพียงพอแน่นอนครับ เพราะปัจจุบันกรมธุรกิจพลังงานยืนยันว่าเรามีน้ำมันสำรองรวมทั้งประเทศ (ทั้งที่อยู่ในคลังและระหว่างทาง) ใช้ได้นานถึง #104วัน แม้ความต้องการใช้ดีเซลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะพุ่งสูงจากการที่พี่น้องกังวลจนรีบไปเติมกัน แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มนิ่ง และรัฐบาลได้สั่งผ่อนผันให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ 24 ชั่วโมงเพื่อเร่งกระจายน้ำมันให้เต็มหน้าปั๊มเรียบร้อยแล้วครับ
#ช่องทางจัดซื้ออื่นและการปรับตัวของรัฐ
ตอนนี้เราไม่ได้นั่งรอแค่น้ำมันจากฮอร์มุซอย่างเดียวครับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาจุดปะทะ รัฐบาลและโรงกลั่นได้งัดแผนสำรองออกมาใช้ทันที
#กระจายแหล่งนำเข้า ไทยเริ่มขยับสัดส่วนการซื้อน้ำมันจาก #สหรัฐอเมริกา และ #แอฟริกาตะวันตก เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเข้าจากเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย เพื่อลดการพึ่งพาตะวันออกกลางที่กำลังเดือด
#เร่งการผลิตในภูมิภาค มีการเพิ่มการรับซื้อน้ำมันและก๊าซจากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย และเร่งแผนสำรวจในอ่าวไทยเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว
#มาตรการอัดฉีดหน้าปั๊ม มีการสั่งการให้โรงกลั่นเร่งกำลังการผลิตเต็มสูบ เพื่อให้มั่นใจว่าช่วงสงกรานต์ที่พี่น้องจะเดินทางกลับบ้าน น้ำมันจะ #ไม่ขาดมือ แม้ราคาตลาดโลกจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงก็ตามครับ
สรุปสั้นๆ ให้พี่น้องสบายใจครับว่า "น้ำมันไม่ขาด แต่ราคาอาจจะตึงตัว" เรือบางจากลำนี้คือสัญญาณที่ดีว่าเรายังเจรจากับเจ้าของพื้นที่ได้อย่างลงตัว ทำให้กระแสพลังงานยังไหลเวียนเข้าประเทศได้อยู่ครับ สงกรานต์นี้พี่น้องเดินทางได้หายห่วง แต่ก็อย่าลืมวางแผนการใช้พลังงานให้คุ้มค่าที่สุดด้วยนะครับ
ที่สำคัญที่สุดคือการรับข่าวสารครับ พี่น้องต้องใช้วิจารณญาณให้มาก อย่าไปหลงเชื่อข่าวลือที่สร้างความตระหนกจนเกินเหตุ ผมสัญญาว่าจะคอยเกาะติดสถานการณ์และนำความจริงที่ ผ่านการวิเคราะห์เชิงลึก มาบอกเล่าให้พี่น้องฟังที่นี่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราก้าวผ่านวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างมีสติครับ
พีระชาติ อินตา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี