วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
ไปดูอะไร! ภัณฑิล ปูดศาลรัฐธรรมนูญเตรียมบินฝ่าสนามรบดูงาน อียิปต์ ขนคณะ 37 คน ทัวร์ 9 วันงบกว่า 3 ล้าน เหน็บอยากดูงานขัดขวางประชาธิปไตยหรือไม่ เหตุถูกจัดอันดับเป็นประเทศ ไม่เสรี จี้เปิดเผยสัญญา-ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.พรรคประชาชน แถลงเรียกร้องสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยข้อมูลการศึกษาดูงานสาธารณรัฐอียิปต์ ระหว่างวันที่ 24 เม.ย. - 2 พ.ค.2569 โดยโครงการดังกล่าว มีราคากลาง 3,234,109.33 บาท และประกาศผู้ชนะเสนอราคา 2,954,000 บาท สำหรับกรณีเรียกร้องนี้ ไม่ใช่การต่อต้านการเรียนรู้จากต่างประเทศในหลักการ แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่มีการใช้เงินภาษีของประชาชน ในช่วงเวลาที่รัฐบาลเพิ่งประกาศให้หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจระงับการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อการดูงานและการอบรม และให้จัดในประเทศแทน เว้นแต่เป็นการประชุมระหว่างประเทศที่สำคัญเท่านั้น จึงขอสอบถามว่า การจ้างเหมาบริการทัวร์ในการศึกษาดูงานต่างประเทศนั้น มีสิ่งใดที่ประเทศไทยไม่มี และมีสิ่งใดที่ไม่สามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญมาไทยหรือจัดสัมมนาในประเทศได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่า
นายภัณฑิล กล่าวว่า มีอะไรที่ต้องบินไปฟังถึงอียิปต์ จะไปดูปิรามิดกีซ่า หรือจะไปดูสฟริงซ์ หรือมีอะไรที่ไม่สามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญมาที่ประเทศไทย หรือจัดสัมมนาในประเทศไทยได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าหลายเท่า คำถามที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้นคือเหตุใดจึงเลือกอียิปต์เป็นประเทศต้นแบบ ศาลรัฐธรรมนูญไปศึกษาดูงานที่อียิปต์ ฟังดูก็เอ๊ะหรือใช่หรือไม่ ถ้าเราจะเอาเงินภาษีประชาชนไปดูระบบศาลรัฐธรรมนูญ ประเทศที่เลือกนั้นควรเป็นประเทศที่โดดเด่นด้านนิติธรรม สิทธิเสรีภาพ ความเป็นอิสระของศาล การคุ้มครองประชาธิปไตย แต่ข้อมูลสากลกลับชี้ว่าอียิปต์ไม่ใช่ประเทศแบบนั้น ซึ่ง Freedom House จัดให้อีสาธารณรัฐอียิปต์เป็นประเทศ "ไม่เสรี" ได้คะแนนเพียง 18 จาก 100 คะแนน ส่วน World Justice Project จัดให้สาธารณรัฐอียิปต์อยู่อันดับ 135 จาก 142 ประเทศในดัชนีหลักนิติธรรมปี 2567
“ดังนั้นจึงต้องถามอย่างตรงไปตรงมาว่าประเทศแบบนี้หรือจะเป็นต้นแบบ ที่เหมาะสมสำหรับการไปดูงานของศาลรัฐธรรมนูญ หรือแท้จริงแล้วเรากำลังเลือกประเทศที่มีปัญหาเรื่องการดึงศาลเข้าไปเป็นผู้เล่นหลักเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง และการใช้กฎหมายกับกระบวนการยุติธรรมเป็นอาวุธทางการเมือง คล้ายกับข้อถกเถียงที่สังคมไทยเองกำลังถกเถียงกันอย่างเข้มข้นในขณะนี้ จะไปดูว่าเขาขัดขวางขบวนการประชาธิปไตยสำเร็จอย่างไรหรือไม่”นายภัณฑิล กล่าว
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า อีกประเด็นหนึ่งคือ ความเหมาะสมด้านความปลอดภัย ซึ่งมีการเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ ที่ปิดไปครึ่งสนามบิน จะไปได้หรือไม่ เงื่อนไขในการคืนเงินเป็นอย่างไร หากมีการยกเลิกขึ้นมา ซึ่ง ป.ป.ช.คงต้องเข้าไปตรวจสอบสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้กรุงไคโรคือสนามรบที่มีความดึงเครียดสูง และมีความเสี่ยงจากความตึงเครียดในภูมิภาคที่ยกระดับสูงขึ้น ทั้งนี้ขอให้มีการพิจารณาถึงความคุ้มค่าของการเดินทางครั้งนี้ที่ระบุว่ามีผู้ร่วมคณะ 37 คน การใช้งบประมาณเกือบ 3 ล้านบาท เดินทาง 9 วัน 8 คืน แต่เวลาที่เป็นการเรียนรู้จริงเพียง 22 ชั่วโมง หัวข้อที่ไปฟังส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องพื้นฐาน เช่น โครงสร้างศาล อำนาจหน้าที่ กระบวนการพิจารณาคดี ระบบการปกครอง และบทบาทของศาลปกครองต่อการควบคุมความเป็นอิสระของศาลและการคุ้มครองประชาธิปไตย สิ่งเหล่านี้สามารถจัดสัมมนาในประเทศได้ โดยเชิญวิทยากรมาบรรยาย แต่ในเอกสารมีการลงค่าวิทยากรไว้ 4 คน ซึ่งตนคิดว่าเป็นไกด์ เพราะพาไปดูมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดมาก
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ กกต. ป.ป.ช. ก็โดนทัวร์ลงในเรื่องจะไปดูงานและต้องระงับกันหมด เงินจำนวนนี้ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ ดังนั้น จึงขอเรียกร้อง 4 ข้อ ดังนี้1. ขอให้เปิดเผยสัญญาและวันลงนามจริงทั้งหมด 2. ขอให้เปิดเผยค่าใช้จ่ายแยกรายการโดยละเอียด 3. ขอให้เปิดเผยเหตุผลเชิงวิชาการว่าเหตุใดจึงเลือกสาธารณรัฐอียิปต์เป็นประเทศต้นแบบ 4. ขอให้เปิดเผยผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับอย่างเป็นรูปธรรม วัดผลได้ และประชาชนตรวจสอบได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี