ดร.ณัฏฐ์ ชี้คดีบัตรเลือกตั้ง กฎหมายไม่เปิดช่อง สส. ร้องสอด เหตุไร้ส่วนได้เสียโดยตรง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้คดีบัตรเลือกตั้ง กฎหมายไม่เปิดช่อง สส. ร้องสอด เหตุไร้ส่วนได้เสียโดยตรง

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.28 น.

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ คดีบัตรเลือกตั้ง กฎหมายไม่เปิดช่องให้กลุ่ม สส.“ร้องสอด”เข้าไปในคดี แม้จะอ้างรักษาฐานอำนาจตนเองก็ตาม 

วันที่ 28 มีนาคม 2569 สืบเนื่องจาก มี สส.กลุ่มหนึ่งของพรรคการเมืองใหญ่ได้จัดทำคำร้องเป็นคำร้องสอดจะยื่นเข้าไปในคดีคดีบัตรเลือกตั้งเพื่อโต้แย้งประเด็นการเลือกตั้ง สส.ว่า เป็นความลับ นั้น


ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ระบุว่า คดีรัฐธรรมนูญมีความแตกต่างจากคดีแพ่ง เนื่องจากบทบัญญัติ พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ประกอบข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 ไม่ได้บทบัญญัติรองรับให้บุคคลภายนอกร้องสอดเข้าไปในคดีได้ แตกต่างจากคดีแพ่ง เปิดช่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 57 ให้บุคคลภายนอกคดีร้องสอดได้

ประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีในคดีบัตรเลือกตั้ง ลับ-ไม่ลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่  โดยมีคำขอให้การเลือกตั้ง สส.วันที่ 8 ก.พ.2569 ตกเป็นโมฆะ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปในทางใด ย่อมเสร็จเด็ดขาดและมีผลผูกพันทุกองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ กฎหมายไม่เปิดช่องให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสีย ยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีได้

เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะคดีรัฐธรรมนูญ ผลของคำวินิจฉัยชี้ขาดเสร็จเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ แตกต่างจากคำพิพากษาคดีแพ่งมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความ จึงเปิดช่องให้ผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องหรือศาลมีหมายเรียกให้เข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สามโดยการร้องสอด โดยอาศัยช่อง ป.วิแพ่งมาตรา 57 ​ได้

ที่ผ่านมา หากเป็นคดีเลือกตั้ง หรือคดีเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ในศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพราะสามารถนำเรื่องร้องสอดตาม ป.วิแพ่ง มาบังคับใช้โดยอนุโลมได้

กรณี สส.กลุ่มหนึ่ง ได้ปล่อยเนื้อหาข้อโต้แย้ง ผ่านสื่อเป็นคำร้องสอดในประเด็นต่างๆเพื่อยื่นเข้าไปในคดีนั้น ต้องถามว่า มีส่วนได้เสียหรือไม่ มีกฎหมายรองรับหรือไม่  หากเป็นการยื่นคำร้องสอดเข้าในคดีบัตรเลือกตั้ง ไม่อาจกระทำได้เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ

ทั้งผลแห่งคดี ไม่ทำให้ สส.กลุ่มรายนั้น หรือกลุ่มนั้น ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเฉพาะราย เพราะไม่ใช่ประเด็นข้อพิพาทเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง จึงไม่มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย

แม้จะอ้างว่า ตนได้รับรองจาก กกต.ให้เป็น สส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 วรรคสี่ ในทำนองเพื่อรักษาฐานอำนาจของตนเอง ย่อมไม่อาจเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีได้

 เพราะกระบวนจัดทำบัตรเลือกตั้ง บาร์โค้ด บัตรสีชมพู -คิวอาร์โค้ด บัตรสีเขียว ของ กกต. มีผลทางกฎหมาย ทำ กกต.จัดทำบัตรเลือกตั้งมีรหัสพิเศษ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 85 วรรคหนึ่งหรือไม่ ทำให้กระบวนการเลือกตั้งเสียไปทั้งหมดหรือบางส่วนหรือไม่

หากอ่านเนื้อหาและข้อโต้แย้งของกลุ่ม สส.ยังห่างไกลที่ไปโต้แย้งแทน กกต.และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ผู้ถูกร้องทั้งสองได้ เพราะ สส.กลุ่มนี้ ไม่ได้มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้ง สส.ตามรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.โดยได้รับอานิสงค์ได้เป็น สส.นี้ ย่อมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคสี่ ตามกลไกรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ กกต.จะต้องรับรองไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

แต่มีช่องทางหนึ่ง หากยื่นคำร้องสอดเข้าไปในคดีรัฐธรรมนูญ ศาลอาจไม่รับคำร้องสอด หากพิจารณาและเนื้อหาแห่งคดี จะต้องระบุให้ชัดถึงการมีส่วนได้เสียคดีตามกฎหมาย ศาลย่อมใช้ดุลพินิจเสียงข้างมากอนุญาตเข้าร่วมคดีได้

#รัฐธรรมนูญ #คดีรัฐธรรมนูญ #คดีบัตรเลือกตั้ง #เพิกถอนการเลือกตั้ง #เลือกตั้งลับไม่ลับ #เนื้อหาแห่งคดี #ร้องสอด #เข้าร่วมคดี #ดร.ณัฏฐ์ #ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top