529.jpg
ประธานสภาฯ เปิดสัมมนาติวเข้มสส. ขอผนึกทำงานสามัคคี ออกกฎหมายเร็วแข่งฝ่ายบริหาร

ประธานสภาฯ เปิดสัมมนาติวเข้มสส. ขอผนึกทำงานสามัคคี ออกกฎหมายเร็วแข่งฝ่ายบริหาร

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.38 น.

‘ประธานสภาฯ’ เปิดสัมมนาติวเข้มสส. ขอผนึกทำงานสามัคคี ออกกฎหมายเร็วแข่ง ’ฝ่ายบริหาร‘ ก้าวข้ามขัดแย้ง เตรียมออกแบบฟอร์มรับปัญหาร้องเรียนจากผู้แทนฯ ลดขั้นตอนหารืออภิปราย เล็งใช้งบปี 69 แนวใหม่ เน้นแก้ปัญหาชาวบ้าน ยันพร้อมรับทุกคำวิจารณ์ นำไปปรับปรุง

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้ง โดยมีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯคนที่2 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สส. และคณะผู้บริหารของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้าร่วมโครงการสัมมนาดังกล่าว 


ทั้งนี้นายโสภณ กล่าวในหัวข้อ “เรื่องเล่าของรัฐสภาไทย” ตอนหนึ่งว่า ตนอยากเห็นสภานิติบัญญัติแห่งนี้เป็นสถาบันที่ประชาชนให้ความศรัทธาและเป็นที่พึ่งของประชาชนซึ่งถือเป็นเรื่องยากเพราะไม่มีใครคนใดคนหนึ่งทำสำเร็จได้แต่ต้องอาศัยความสามัคคีของสมาชิก ดังนั้นสิ่งที่อยากเห็นคือสมาชิกจะต้องไม่ลืมคำมั่นสัญญาที่ไว้กับประชาชน ปฏิบัติหน้าที่สมกับที่ได้รับความไว้วางใจ ซึ่งสมาชิกทั้ง 500 ท่านไม่ว่าจะมีปราศรัยเก่งหรือบุคลิกอย่างไร จะต้องเอาประสบการณ์ที่ตนเองมีและเอาเรื่องราวที่ประกาศมาหลอมรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันผลักดันให้ประเทศนี้ผ่านวิกฤตในขณะนี้ไปได้ และยืนยันว่าตนเองอยู่ในการเมืองมา 25 ปีเห็นวิวัฒนาการของรัฐสภามีหลายเรื่องที่ถูกตำหนิและทำให้ขาดความศรัทธาจากประชาชน  และยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ผลักดันตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งใน 3 สถาบันทั้งนิติบัญญัติ ตุลาการและฝ่ายบริหารนั้น นิติบัญญัติช้าอยู่ฝ่ายเดียวตนจึงอยากเปลี่ยนเรื่องนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรม 

”คำวิพากษ์วิจารณ์ผมพร้อมรับหมด เพื่อนำไปปรับปรุงเรามีสถานที่โอ่อ่าใหญ่โตสมเกียรติ แต่ตัวสมาชิกจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านได้เห็นการกระทำว่าผู้แทนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ “ นายโสภณกล่าว

นายโสภณ กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนประเทศไม่ได้หวังเพียงแค่ฝ่ายค้านเพราะในสภาที่โลกกำลังเกิดวิกฤตหลายเรื่องสภาจะต้อง สร้างเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารไปแก้ไขวิกฤตตั้งแต่ให้คำปรึกษาการหารือ การตั้งกระทู้ การเสนอญัตติจนถึงการออกกฏหมาย  ซึ่งมีส่วนน้อยมากที่ออกมาจากสภา เพราะยังไม่สามารถก้าวข้ามฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้  และยังยืนยันว่าส่วนตัวกับรองประธานคนที่หนึ่งและคนที่สองจะทำงานอย่างสามัคคี เพื่อเป็นตัวอย่างในเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจ  ซึ่งในวิกฤตโลกความขัดแย้งในครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย จึงอยากฝากไปยังประชาชนว่า ต้องอยู่ในโลกความเป็นจริงเข้าใจว่ามีฝ่ายมีกองเชียร์มีพรรคการเมืองแต่จะต้องสร้างสังคมแห่งความรักคือให้อภัยแม้จะถูกใจหรือไม่ ทั้งนี้หมดยุคฮีโร่หรืออัศวินม้าขาวแล้ว แต่ทุกคนจะต้องมาร่วมมือกัน 

นายโสภณ กล่าวอีกว่า หวังว่าสมาชิกใหม่จะมาสร้างสีสันและสร้างความเข้มแข็งให้กับสภาชุดนี้ ซึ่งจากการทำงานของตนเองตั้งแต่ได้รับตำแหน่งมีแนวคิดว่าอยากมีการเพิ่มช่องทาง การทำงานช่วยเหลือประชาชน โดยจะจัดทำเป็นแบบฟอร์มให้ประหยัดเวลาในการพูดของ สมาชิกในการอภิปราย  ซึ่งเป็นอีกช่องทางนึงในการประหยัดเวลาในช่วงหารือ นอกจากนี้อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการยื่นญัตติที่มีมาทุกสมัย โดยญัตติเก่า ที่ยังคงมีปัญหา อยากให้มีการนำข้อมูลเก่ามาเสริมกับสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งหากจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญหรือกรรมาธิการสามัญ ก็อยากให้ใช้ข้อมูลตั้งแต่แรกไม่ใช่มาเริ่มต้นใหม่ และขอความร่วมมือทุกพรรคการเมืองถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว จำเป็นจะต้องไหว้ทวนกระแสสังคมในขณะนี้ที่มีการตรวจสอบจากสื่อ ดังนั้นจะต้องไม่ตามกระแส เพื่อที่จะสร้างศรัทธาให้กับสถาบันของเรา ทั้งนี้ตนเองได้มีการตรวจสอบงบประมาณที่เหลือจนถึงวันที่ 30ก.ย.2569 โดยจะนำงบไปใช้ในแนวทางใหม่ ซึ่งหากทุกคนอยากเห็นประชาธิปไตยขับเคลื่อนอย่างสมบูรณ์จะต้องช่วยกันผลักดันจากภายในออกไปสู่เยาวชน

“ผมขอเรียกร้องให้สส. ทุกคนรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหากประชาชนต้องการสิ่งใด ก็ขอให้น้อมรับและนำมาแก้ไขปรับปรุง รวมถึงต้องมีการเร่งบูรณาการฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลให้มีการประสานงานร่วมกันเพื่อนำไปสู่ข้อตกลง ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างบูรณาการและเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่าการบริหารจัดการด้านนิติบัญญัติจำเป็นที่จะต้องอาศัยความสามัคคีและความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เพื่อเป็นภาพลักษณ์และแบบอย่างที่ดีของประชาชน” ประธานสภาฯ กล่าว 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top