533.jpg
ทวี สอดส่อง จี้ นายกฯ ล่าตัวคนร้าย  รถ กอ.รมน. โผล่พัวพันคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์

ทวี สอดส่อง จี้ นายกฯ ล่าตัวคนร้าย รถ กอ.รมน. โผล่พัวพันคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.38 น.

จากกรณีที่ สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถูกคนร้ายลอบยิงบริเวณหน้าบ้าน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ขณะเดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่ หลังการประชุมสภาฯ ส่งผลให้คนขับรถ ด.ต. หริรักษ์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น

ล่าสุดวันนี้ 3 เมษายน 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส แถลงข่าวความคืบหน้าในกรณีดังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ ทำให้ได้ตับุคลหลายคน และออกหมายจับผู้ก่อเหตุ ก่อนที่จะะบว่ารถกระบะคันสีขาวที่ใช้ก่อเหคุนั้นได้ถูกชำแหละเป็นชิ้นส่วนไปแล้ว แต่สิ่งที่ตนไม่สบายใจคือรถยนต์คันดังกล่าวที่ใช้ก่อเหตุลอบสังหาร สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ทราบมาว่าเป็นรถยนต์ของทางราชการ และหน่วยงานราชการนั้นก็คือ กอ.รมน.


ทวี สอดส่อง

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้ตั้งคำถามสำคัญส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแล กอ.รมน. โดยเฉพาะ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อขอความชัดเจนและสร้างความมั่นใจให้กับสังคมว่า เหตุใดจึงมีการปล่อยให้รถในความดูแลถูกนำไปใช้ในเหตุสังหารนายกมลศักดิ์ พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาลและผู้บังคับบัญชาในสายงานโดยตรงไม่แสดงท่าทีหรือส่งสัญญาณที่ชัดเจนในการลากตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ จะทำให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัยต่อตัวเจ้าหน้าที่รัฐ

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังชี้ให้เห็นว่าในพื้นที่ภาคใต้มีการนำหลักนิติวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยมาใช้ และมี กอ.รมน. เป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหา จึงต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งตรวจสอบที่มาที่ไปว่ารถคันดังกล่าวหลุดไปอยู่ในมือคนร้ายได้อย่างไร ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานถูกแทรกแซงหรือครอบงำ จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ผบ.ทบ. และแม่ทัพภาคที่ 4 ช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้ทีมทำคดีทำงานอย่างตรงไปตรงมาที่สุด

ทวี สอดส่อง

ขณะที่ทางด้าน นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมหรือถูกออกหมายจับในขณะนี้ ตนไม่เคยรู้จักหรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวด้วยเลย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเรื่องความโกรธแค้นส่วนตัว สิ่งที่ตนต้องการทราบที่สุดคือแรงจูงใจเบื้องหลังว่าเหตุใดถึงมีรถของทางราชการถูกนำมาใช้ลอบสังหารตน อีกทั้งอาวุธที่ใช้ยังเป็นปืน M16 ถึง 2 กระบอกที่ไม่เคยมีประวัติก่อเหตุที่ไหนมาก่อน ซึ่งพฤติการณ์ชัดเจนว่าหวังเอาชีวิตตน แต่กลับมีความพยายามเบี่ยงเบนประเด็นว่าคนร้ายต้องการยิงคนขับรถ ซึ่งตนมองว่าหากเป้าหมายคือคนขับรถจริงๆ คนร้ายก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาติดตามตนมาไกลตั้งแต่สนามบินหาดใหญ่ขนาดนี้

หลังจากที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส ออกแถลงข่าวถึงกรณีเหตุการณ์ดังกล่าว ในเวลาต่อมา พรรคประชาชาติ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของพรรคเปิดเผยข้อมูลสำคัญและการดำเนินคดี โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "[แถลงการณ์พรรคประชาชาติ]

ทวี สอดส่อง

 

กรณี สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถูกคนร้ายลอบยิง ด้วยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลา 01:05 น. โดยประมาณ จากกรณีมีคนร้ายลอบยิงรถยนต์ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ บริเวณหน้าบ้าน ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ขณะเดินทางกลับจากสนามบินหาดใหญ่ หลังจากการประชุมสภาฯ ส่งผลให้นายอุชลัมห์ โกะเลาะ คนขับรถ และด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ ตำรวจติดตามถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้ได้นอนรับการรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาส ตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนแล้วนั้น

จากการตรวจที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนจำนวน 30 ปลอก และการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามาจากอาวุธปืน M16 จำนวน 2 กระบอกและได้ภาพรถก่อเหตุเป็นรถยนต์กระบะ 4 ประตูสีขาว จากการรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้น ทั้งภาพถ่ายที่ได้จากกล้องด้านหน้ารถ และการติดต่อสื่อสารช่วงเวลาก่อนและหลังเกิดเหตุจาก จากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสาร เจ้าพนักงานตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 รวม 2 คน เป็นอดีตทหารนาวิกโยธิน ชื่อนายสมพร ลังเดช และนายยศกร ลังเดช ต่อมามีการขยายผล ไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐาน คดีได้เพิ่มขึ้น กล่าวคือเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ชุดคลี่คลายคดีได้ส่งกำลังรวมกับหน่วยเก็บกู้ และตรวจสอบวัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดนราธิวาสเข้าตรวจสอบเป้าหมาย 2 จุด บ้านบาวง ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ นราธิวาส เป็นชำแหละชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ และอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ในการ ก่อเหตุ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนนี้

ทวี สอดส่อง

จากพฤติการณ์การก่อเหตุถือเป็นการกระทำเป็นกระบวนการแบ่งหน้าที่กันทำ นับเป็นการกระทำที่ร้ายแรง และสะเทือนขวัญอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นการคุกคามต่อความปลอดภัยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

จากพฤติการณ์การก่อเหตุถือเป็นการกระทำเป็นกระบวนการโดยแบ่งหน้าที่กันทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการตรวจสอบความเชื่อมโยง อาจมีผู้บงการใช้จ้างวานให้ก่อเหตุในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังคงมีประเด็นที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะต้องสืบสวนสอบสวน วิธีร่วมกระทำความผิด และผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป พรรคประชาชาติเห็นว่า ควรรีบดำเนินการ ดังนี้

1. เนื่องจากคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแถลงความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง

2. ในเบื้องต้น หากพบพยานหลักฐานความเชื่อมโยงกับบุคคลใดที่น่าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะระดับใดหรือหน่วยงานใด ให้รีบดำเนินการเรียกมาสอบในฐานะพยานหรือผู้ต้องสงสัย

3. ที่มาของรถยนต์คันที่ใช้ในการก่อเหตุมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลใด ให้ดำเนินการเรียกมาสอบปากคำเพื่อขยายผลโดยเร็ว

4. การสืบสวนเชิงลึกเพื่อหาตัวผู้บงการและเครือข่ายผู้สนับสนุน การสืบสวนเพื่อให้ถึงตัว ผู้ใช้จ้างวาน และผู้สนับสนุนการก่อเหตุ ไม่ได้ตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ควรหยุดเพียงแค่การจับกุมผู้ปฏิบัติการโดยใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสาร เพื่อระบุตัวตนผู้บงการที่แท้จริงมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุดไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ใดก็ตาม

ทวี สอดส่อง

[ข้อเสนอมาตรการความปลอดภัย จชต]

​​1. นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. ใหญ่ ดูแล กอ.รมน.ภาค 4 สน. มีหน้าที่ควบคุมการบริหารงานภาพรวม ติดตามสถานการณ์ และสั่งการหน่วยงานรัฐเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคง มาถึงวันนี้ สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรต้องลงพื้นที่ รับฟัง ตรวจสอบสถานการณ์จริง เพื่อทบทวน สั่งการดำเนินการด้นคดี ทุกคดีอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด

​​2. ทบทวนโครงสร้าง อัตรากำลังพล กอ.รมน.ระดับภาค ให้รัดกุม เน้นการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนมากขึ้น

​​3. นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้กำกับดูแล ศอ.บต. ต้องสั่งการ ทบทวน อำนาจหน้าที่ ศอ.บต. ให้มีบทบาทในการอำนวยความเป็นธรรม ด้านคดี และการติดตามเร่งรัด ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรายงาน เสนอแนะ และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมที่้เข้มแข็ง ผ่านสภาที่ปรึกษา ศอ.บต. (ในอดีต สภาที่ปรึกษาเคยตั้งคณะ กก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง)

​​4. เนื่องจากสถานการณ์ในความไม่สงบในชยแดนภาตคใต้ในขณะนี้ มีการก่อเหตุ มีความรุนแรงมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับ ศอ.บต.ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ศอ.บต. หรือ หน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรม ติดตาม เร่งรัด ตรวจสอบข้อเท็จจริงในแต่ละคดี เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกกรณี ไม่เฉพาะแต่กรณีการก่อเหตุลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

พรรคประชาชาติ 3 เมษายน 2569 #พรรคประชาชาติ"

พรรคประชาชาติ

พรรคประชาชาติ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก พรรคประชาชาติ Prachachat Party

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top