533.jpg
ยศชนัน-สีหศักดิ์ ผนึกกำลัง กต. - อว. รุกการทูตวิทยาศาสตร์

ยศชนัน-สีหศักดิ์ ผนึกกำลัง กต. - อว. รุกการทูตวิทยาศาสตร์

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 22.05 น.

“ยศชนัน-สีหศักดิ์” ผนึกกำลัง กต. และ อว. รุก “การทูตวิทยาศาสตร์” วางโครงสร้างใหม่รับมือ Tech War-ภูมิรัฐศาสตร์โลก ดึงนวัตกรรมยกระดับ GDP ปักธงเบอร์ 1 Wellness-AI-เซมิคอนดักเตอร์ พร้อมตั้ง War Room “ทีมประเทศไทย” แก้โจทย์ปากท้องยั่งยืน

8 เมษายน 2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ จัดการประชุมหารือระหว่าง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือในการนำนวัตกรรมและงานวิจัยมาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภายหลังการหารือ ทั้งสองฝ่ายแถลงข่าวร่วมกัน ณ โถงธง กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำเสนอแนวทางผลักดัน “การทูตวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม” (Science Diplomacy) โดยมุ่งยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลกผ่านฐานความรู้และเทคโนโลยี


นายสีหศักดิ์ แถลงว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวงการต่างประเทศได้ต้อนรับท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมทีมงาน เพื่อหารือถึงนโยบายต่างประเทศในยุคปัจจุบันที่ไม่ได้ครอบคลุมเพียงมิติภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงมิติภูมิเศรษฐกิจและภูมิเทคโนโลยีด้วย โดยเป้าหมายหลักคือการทำให้การต่างประเทศสามารถตอบโจทย์ของประเทศ ในการส่งเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันและการยกระดับเศรษฐกิจ ซึ่งหัวใจสำคัญคือเรื่องของนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศมีนโยบาย "การทูตเศรษฐกิจ" ซึ่งมีความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบหลัก จึงได้เชิญทีมงาน อว. มากำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกันในลักษณะการทำงานเป็น "ทีมประเทศไทย" โดยจะเริ่มต้นจากการกำหนดจุดติดต่อ และจัดตั้งทีมงานร่วมเพื่อทำรายละเอียดของยุทธศาสตร์การทูตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หลังจากนี้ยังมีแผนที่จะเชิญรองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน มาพูดคุยกับบรรดาเอกอัครราชทูตไทยในประเทศเป้าหมาย เพื่อขับเคลื่อนงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมโดยไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไป เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญต่อสถานะของประเทศไทยในเวทีโลก

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ขอขอบคุณทางกระทรวงการต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับการหารือครั้งนี้ โดยระบุว่าแม้ประเทศไทยจะมีการดำเนินงานด้านการทูตวิทยาศาสตร์มาบ้างแล้ว แต่ในสภาวะปัจจุบันมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องวางโครงสร้าง (Landscape) ใหม่เพิ่มเติม เพื่อให้รองรับต่อประเด็นภูมิเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะในสภาวะที่มี "สงครามเทคโนโลยี" (Tech War) ซึ่งไทยจำเป็นต้องเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง โดยเริ่มจากการสำรวจงานวิจัยและเทคโนโลยีในประเทศที่เป็น "Local Content" และมีศักยภาพในการก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน และการเพิ่มขึ้นของ GDP ความรวดเร็วเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง จึงต้องอาศัยกลไกของกระทรวงการต่างประเทศในการเชื่อมโยงกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก (Talent) เนื่องจากหากแต่ละกระทรวงทำงานแยกส่วนกันจะมีความเสี่ยงสูง

สำหรับประเด็นความร่วมมือเร่งด่วนมี 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. เศรษฐกิจ Wellness ที่ไทยมีศักยภาพเป็นอันดับหนึ่ง 2. อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI ซึ่งต้องเชื่อมโยงนักวิจัยไทยกับต่างประเทศในด้านเทคโนโลยีชิปและการจัดการพลังงาน และ 3. การแก้ปัญหาสังคม เช่น เรื่องฝุ่นละอองและพลังงาน โดยหลังจากนี้จะมีการนัดหมายระบุประเทศเป้าหมายที่ท่านทูตสามารถช่วยประสานงานได้ และจะมีการจัดตั้งวอร์รูมพร้อมคณะทำงานเพื่อประสานงานและขับเคลื่อนแผนงานให้เกิดขึ้นจริงได้ทันที

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top