533.jpg
หัวหน้าเท้ง เปิดวอร์ ซัดเพื่อไทย ขายวิญญาณร่วมรัฐบาล จุลพันธ์ ทนไม่ไหว ประท้วงบี้ถอนคำพูด

หัวหน้าเท้ง เปิดวอร์ ซัดเพื่อไทย ขายวิญญาณร่วมรัฐบาล จุลพันธ์ ทนไม่ไหว ประท้วงบี้ถอนคำพูด

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.28 น.

แถลงนโยบายรัฐฯเริ่มเดือด! ’หัวหน้าพรรคส้ม‘ กาง ’5คลัสเตอร์‘ แห่งดุลอำนาจแบบเบ็ดเสร็จของ ’รัฐบาลอนุทิน‘ ลามพาดพิง ’พท.‘ ซัดยอม ’ขายวิญญาณ‘ ร่วมรบ.ภูมิใจไทย ด้าน ’จุลพันธ์‘ ทนไม่ไหว ประท้วงบี้ถอนคำพูด ชี้ใส่ร้ายชัดเจน ร้อนถึง ‘โสภณ’ โร่สงบศึก วินิจฉัยให้เปลี่ยนคำพูด ก่อนยอมลงตัวที่  ละทิ้ง ‘จุดยืนเดิม’

วันที่ 9 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 10.15 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาวาระเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกของฝ่ายค้าน ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นำแถลงนโยบายรัฐบาลฯว่า หลังจากฟังนายกฯแล้ว ตัวท่านเองมีความรู้สึกอย่างไร รู้สึกมีความหวัง เห็นอนาคตตัวเอง ควบคู่กับอนาคตประเทศที่นายกฯฉายให้เราเห็นหรือไม่ ถ้าไม่เป็นเพราะอะไร การอภิปรายต่อจากนี้เป็นข้อสังเกตถึงคำแถลงนโยบายของรัฐบาล อาจทำให้ทุกคนพอรู้สาเหตุตรงนั้นชัดเจนมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ไม่ได้มาจากการรัฐประหาร เพราะคุมอำนาจเบ็ดเสร็จสภาฯบน สภาฯล่าง รวมถึงองค์กรอิสระต่าง ๆ จัดสรรดุลอำนาจทุกอย่างได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ แบ่งบูรณาการออกเป็น 5 คลัสเตอร์ แต่ไม่ใช่บริหารราชการแผ่นดินอย่างที่นายกฯแถลงไปสักครู่ แต่เป็น 5 คลัสเตอร์กลุ่มอำนาจ เกิดจากการรวมขั้วจัดตั้งรัฐบาลด้วยกัน และแบ่งสันปันส่วนผลประโยชน์กันลงตัว


นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 1.บรรดามุ้งการเมืองต่าง ๆ ที่อดีตเคยอาจสังกัดพรรคอื่น แต่การเลือกตั้งที่ผ่านมา ย้ายมาสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย หลักฐานปรากฏเด่นชัดว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคอันดับ 1 ไม่ได้หมายถึงพรรค สส.มากสุด แต่เป็นพรรคที่มี สส.ย้ายพรรค และชนะการเลือกตั้งมากที่สุดอันดับ 1 การที่ท่านจัดตั้งรัฐบาลโดยใช้วิธีการรวมอำนาจจากมุ้งต่าง ๆ แบบนี้ ทำให้เห็นโฉมหน้า ครม.ที่ยกตัวอย่างบางจังหวัด เช่น บ้านสงขลา ชลบุรี หรือสุพรรณบุรี เป็นต้น 2.ค้ำจุนรัฐบาลชุดนี้ คือพรรคการเมืองอันดับ 2 ที่ร่วมรัฐบาลขณะนี้ ที่บอกเต็มปากว่า ยอมขายวิญญาณตัวเอง เพราะไม่สามารถต่อรองอะไรเลยกับพรรคภูมิใจไทยได้ ยกตัวอย่างตัวเลขสมการการเมืองบนหน้ากระดานอยู่แล้ว คงไม่ได้กล่าวหาเกินจริง สมมติพรรคอันดับ 2 นั้น ขู่ว่าจะถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำได้ ไม่ต้องกังวลใจทั้งสิ้น ปัจจุบันเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก 290 กว่าเสียง เลือกสลับดึงพรรคการเมืองปัจจุบันที่อยู่ฝ่ายค้าน ไปร่วมรัฐบาลได้ทันที เป็นรัฐบาล 270 กว่าเสียง ก็ยังเป็นเสียงข้างมากได้ ปัญหาของการรวมขั้วจัดตั้งรัฐบาลแบบนี้ พรรคอันดับ 2 ไม่มีอำนาจต่อรองใด ๆ กับภูมิใจไทย

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 3.ดุลอำนาจสำคัญที่ได้ทำลายล้างอำนาจต่อรองของพรรคอันดับ 2 ในพรรคร่วมฯอย่างสิ้นเชิง คือพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ ที่ไม่ได้เอ่ย ที่ร่วมในรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีจำนวนเสียงราว 20 เสียง เป็นดุลอำนาจสำคัญที่ทำลายอำนาจต่อรองของพรรคที่ตั้งใจจะไปร่วมรัฐบาล ในฐานะพรรคอันดับ 2 ที่บอกเช่นนี้ หากปราศจากเสียงเหล่านี้ในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจะไม่สามารถเดินยุทธศาสตร์ชักเข้าออก ดึงพรรคอื่นมาสลับได้ตลอดเวลา 4.สมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่อาจได้รับการแต่งตั้งจากพวกเขาเหล่านั้น ล้วนเป็นไพ่โป๊กเกอร์ รัฐบาลที่นำโดยภูมิใจไทย หยิบออกมาใช้เมื่อใดก็ได้ ใช้คุมเกมก็ได้ คุมเกมจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้เป็นหน้าตาอย่างที่เขาอยากเห็น ใช้โจมตีฝั่งตรงข้ามก็ได้ อย่างที่พวกตนโดนอยู่ อย่างคดี 44 สส. ใช้ปกป้องพวกตัวเองก็ได้ เมื่อวาน กกต.เพิ่งมีการรับรองผลการเลือกตั้ง สส.สุพรรณบุรี เขต 2 ทั้งที่มีข้อครหามากมาย ยังปกป้องพวกพ้องอะไรได้อีก คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ไพ่ใบนี้ถือเป็นดุลอำนาจสำคัญที่พรรคการเมืองอื่นไม่มี และ5.กลุ่มคนบางกลุ่มในประเทศนี้ ต้องการรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป ให้ความคุ้มครองทุกคนที่อยู่ในค่ายรัฐบาลปัจจุบัน ส่งสัญญาณบอกกลุ่มอื่น ๆ ว่า มาเถอะ อยู่ค่ายนี้ทำอะไรก็ไม่ผิด คนกลุ่มนี้คือคนที่ถือตั๋วใบที่ 2 และให้สัญญาณแก่พรรคภูมิใจไทย ในคืนก่อนวันเลือกตั้ง 

ทั้งนี้ช่วงหนึ่ง นายณัฐพงษ์ ได้อ้างถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ประกาศรับรองให้นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นสส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ทั้งที่มีปัญหาเรื่องผลการนับคะแนนไม่ตรงกับวันเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่าไม่เป็นตามข้อบังคับเนื่องจากอยู่นอกเหนือจากคำแถลงนโยบายรัฐบาล อย่างไรก็ดีนายโสภณ วินิจฉัยให้นายณัฐพงษ์ อภิปรายต่อจนจบ

แต่หลังจากนั้นนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะสส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลุกประท้วงและขอให้ถอนคำพูด หลังจากที่นายณัฐพงษ์ พูดพาดพิงมายังพรรคเพื่อไทย แม้ว่าจะใช้คำว่าพรรคอันสอง แต่หมายความถึงพรรคเพื่อไทย ซึ่งระบุว่าขายวิญญาณ ถือว่าเป็นคำที่สร้างความเสียหาย ขอให้ถอนคำพูด เพราะกระบวนการการเข้าร่วมรัฐบาลเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกลไกการเมืองในระบบอบรัฐสภา เมื่อพรรคอันดับหนึ่งเชิญ พรรคอันดับสาม คือ พรรคเพื่อไทยเข้าร่วม จึงได้หารือถึงการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกัน 

“พรรคเพื่อไทยตอบตกลงเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย  ผมเข้าใจท่าน แต่การอภิปราย ลีลามาก ใช้คำพูดไม่ถูก เกิดความเสีหาย ดังนั้นเพื่อใหการประชุมเดินหน้า ขอให้ถอนคำพูด” นายจุลพันธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงแรก นายณัฐพงษ์ ไม่ยอมถอนคำพูด แต่ขอให้ประธานสภาฯ วินิจฉัย โดยนายโสภณ จึงวินิจฉัยว่า คำว่าขายวิญญาณประชาธิปไตยเป็นการกล่าวหา การกล่าวหา เหมือนใส่ร้าย ซึ่งไม่เหมาะจะกล่าวร้าย ตนขอให้เปลี่ยนคำพูด เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย แต่สส.พรรคประชาชน ได้แก่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกประท้วงคำวินิจฉัย เนื่องจากมองว่าเป็นการใช้บรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง และหากในการประชุมมีการกล่าวหาเล็กน้อย ต้องให้ถอนทุกคน  อย่างไรก็ดีคำที่อภิปรายหากไม่เห็นด้วย ขอให้ใช้สิทธิชี้แจง 

ทำให้นายจุลพันธ์ ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งพร้อมยกข้อบังคับการประชุมข้อ  ข้อ 69 วรรคสอง ว่า ตามข้อบังคับกำหนดไว้ชัดเจนว่าไม่ให้ใส่ร้าย  และพวกท่านยอมรับแล้วว่าใส่ร้ายพวกตน ถือว่าผิดข้อบังคับ จึงขอให้ถอน 

นายณัฐพงษ์ จึงเปลี่ยนคำพูดตามคำวินิจฉัยของประธานสภาฯว่า ขอเปลี่ยนว่าละทิ้งจุดยืนเดิม

ทำให้นายจุลพันธ์ลุกขึ้นอีกครั้งแล้วอภิปรายว่า “หากจะใช้วิธีตอดเล็ก ตอดน้อย ศักดิ์ศรี คุณภาพของพรรคท่านเดินตามนั้น ผมยอม”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top