542.jpg
จากเพลงต้องห้ามสู่ตำนาน อ.ไชยันต์ เปิดมุมมองชาวจีนยุคใหม่ต่อ เติ้งลี่จวิน และเพลงเถียนมี่มี่

จากเพลงต้องห้ามสู่ตำนาน อ.ไชยันต์ เปิดมุมมองชาวจีนยุคใหม่ต่อ เติ้งลี่จวิน และเพลงเถียนมี่มี่

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.36 น.

22 กรฎาคม 2569 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดราม่าเพลงเถียนมี่มี่ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขับร้องระหว่างงานเลี้ยงอาหารกลางวันที่นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ ระบุว่า

เถียนมีมี่ และ เติ้งลี่จวิน
เมื่อถาม AI ว่า “คนจีนในสาธารณรัฐประชาชนจีนในปัจจุบันคิดอย่างไรกับเพลงเถียนมีมีและเติ้งลี่จวิน ?”
ได้คำตอบดังนี้
คนจีนในปัจจุบันมองว่า เติ้ง ลี่จวิน และเพลง "เถียนมี่มี่" (Tian Mi Mi) เป็นดั่งมรดกทางวัฒนธรรมและบทเพลงอมตะที่ทรงอิทธิพลที่สุดเพลงหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน
โดยผู้คนทุกเพศทุกวัยให้การยอมรับ ยกย่อง และมักใช้เพลงนี้เป็นตัวแทนของความรักและความทรงจำอันแสนหวาน
สำหรับข้อมูลเชิงลึกและความเป็นมา สามารถแบ่งมุมมองของชาวจีนออกเป็นประเด็นหลักๆ ได้ดังนี้
1. จาก "เสียงเพลงต้องห้าม" สู่ "ตำนานแห่งยุคสมัย"ในยุคทศวรรษที่ 1970 - 1980 ซึ่งเป็นช่วงที่เติ้ง ลี่จวิน โด่งดังที่สุดในเอเชีย
รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์เคยแบนผลงานของเธอ โดยจัดว่าเป็น "เพลงเสื่อม" (Yellow Music) จากโลกทุนนิยมและอิทธิพลของไต้หวัน
อย่างไรก็ตาม ชาวจีนในยุคนั้นลักลอบฟังเพลงของเธอผ่านวิทยุคลื่นสั้น (Shortwave) จนเกิดวลีเปรียบเปรยที่ว่า "เติ้ง เสี่ยวผิง ปกครองจีนในเวลากลางวัน แต่ เติ้ง ลี่จวิน ปกครองหัวใจคนจีนในเวลากลางคืน" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความโหยหาเสรีภาพผ่านบทเพลงของเธอ
2. มุมมองของชาวจีนในปัจจุบันปัจจุบันเพลงของเติ้ง ลี่จวิน ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการและถูกนำมาร้องใหม่โดยศิลปินรุ่นหลังนับไม่ถ้วน
คนรุ่นก่อน (Gen X และ Baby Boomers): มองว่าเพลงของเธอคือบทเพลงแห่งความทรงจำที่สะท้อนถึงการก้าวผ่านยุคปิดประเทศมาสู่ยุคเปิดรับเสรีนิยม
คนรุ่นใหม่ (Millennials และ Gen Z): แม้จะเป็นคนละยุคสมัย แต่คนรุ่นใหม่ในจีนก็ยังรู้จักเพลงเถียนมี่มี่เป็นอย่างดี
พวกเขามองว่าเพลงนี้คือผลงานศิลปะชิ้นเอกที่คลาสสิกและมีความหมายเชิงบวก
3. นัยยะทางการเมืองและความรู้สึกระดับชาติเถียนมี่มี่ เป็นเพลงรักที่ไม่มีเนื้อหาทางการเมือง
แต่ด้วยน้ำเสียงหวานๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเติ้ง ลี่จวิน ทำให้ชาวจีนจำนวนมากมองว่าเธอคือสัญลักษณ์ของความอ่อนโยน ความเป็นจีนที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลก แม้เธอจะเป็นคนไต้หวันแต่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ก็ภาคภูมิใจในตัวเธอในฐานะนักร้องเชื้อสายจีนระดับตำนาน
หลักฐานการยอมรับ เถียนมีมี่ และ เติ้งลี่จวิน ในปัจจุบัน
1. การยอมรับอย่างเป็นทางการจากสื่อและหน่วยงานของรัฐบาลจีนรางวัลเพลงคลาสสิกแห่งยุคปฏิรูปประเทศ:
ในปี 2008 หนังสือพิมพ์วิเคราะห์ข่าวการเมืองและสังคมชื่อดังของจีนอย่าง 《南方周末》 (Southern Weekly) ได้จัดอันดับให้เพลง "เถียนมี่มี่" เป็น "1 ใน 10 บทเพลงคลาสสิกที่สุดในรอบ 30 ปีแห่งการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน" (改革开放三十年十大经典歌曲)
ซึ่งเป็นการยืนยันว่ารัฐบาลและสื่อกระแสหลักของจีนได้เปลี่ยนมุมมองและยกย่องเพลงนี้เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการบุคคล
ผู้ทรงอิทธิพลทางวัฒนธรรม:
ในปีเดียวกัน เติ้ง ลี่จวิน ได้รับการโหวตจากประชาชนจีนและสื่อทางการให้เป็นหนึ่งใน "บุคคลทางวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลมากที่สุดของจีนยุคใหม่" (新中国最有影响文化人物) สะท้อนให้เห็นว่าสถานะของเธอเปลี่ยนจาก "เสียงเพลงต้องห้าม" ในอดีต กลายมาเป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์จีนยุคปัจจุบัน
2. บันทึกประวัติศาสตร์ในสารานุกรม Baidu Baike (กูเกิลของจีน)
หากสืบค้นข้อมูลใน สารานุกรม Baidu Baike ของจีน จะมีการบันทึกถึงอิทธิพลของเพลงนี้ที่มีต่อสังคมจีนแผ่นดินใหญ่ไว้ดังนี้:
การปลุกกระแสแฟชั่นและสังคม: ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ถึงต้น 1980 ทันทีที่เพลงเถียนมี่มี่เริ่มแพร่เข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ ทรงผม แฟชั่น และท่าทางการโพสต์ถ่ายรูปของเติ้ง ลี่จวิน บนปกอัลบั้ม ได้กลายเป็นต้นแบบที่หญิงสาวชาวจีนทั่วประเทศพากันลอกเลียนแบบ
การเยียวยาจิตใจผู้คน:
ตัวบันทึกของจีนระบุว่า เพลงของเธอเปรียบเสมือน "สายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิที่พัดเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ และน้ำเสียงอันอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความเป็นมนุษย์นี้ ได้ช่วยปลุกผู้คนให้ตื่นขึ้นจากยุคสมัยที่ด้านชา"
3. เสียงสะท้อนจากสังคมจีนยุคปัจจุบัน (Zhihu & สื่อดนตรี)ในแพลตฟอร์มถาม-ตอบของจีนอย่าง Zhihu (知乎)
มีการตั้งคำถามยอดฮิตว่า "คนจีนปัจจุบันประเมินค่า เติ้ง ลี่จวิน อย่างไร?"
ซึ่งคำตอบที่ได้รับความนิยมสูงสุดสามารถสรุปได้เป็นคำว่า "最大公约数" (ตัวหารร่วมมากที่สุดของคนจีนทั่วโลก):
นักวิเคราะห์และผู้ใช้ชาวจีนใน Zhihu อธิบายว่า ไม่ว่าคนจีนคนนั้นจะมีแนวคิดทางการเมืองแบบไหน (ไม่ว่าจะเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่ คนไต้หวัน หรือชาวจีนโพ้นทะเลในต่างแดน) ทุกคนสามารถวางความขัดแย้งลงได้ทันทีเมื่อได้ยินเสียงเพลงของเติ้ง ลี่จวินบนแพลตฟอร์มฟังเพลงยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง QQ Music (QQ音乐)
มีบทความพิเศษยกย่องเธอว่า "ในแผ่นดินจีน ฮ่องกง และไต้หวัน มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่คู่ควรกับคำว่า ตำนาน อย่างแท้จริง"
เพราะเนื้อเพลงของเธอ (รวมถึงเถียนมี่มี่) เป็นเพลงที่บริสุทธิ์ อ่อนโยน และไม่สร้างความเกลียดชังหรือความหม่นหมองให้แก่ผู้ฟัง
……


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top