วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569
ส่งศาลฎีกาแล้ว
สำนวนคดี44สส.ชงแก้ม.112
ลุ้นระทึกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
ป.ป.ช.ขนสำนวนคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ที่ลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112ส่งถึงศาลฎีกาแล้วโฆษกศาลยุติธรรม เผยขั้นตอนวินิจฉัยคำร้องฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในเขตอำนาจศาลฎีกา ย้ำรับคำร้องเมื่อใด หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินในเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำรถตู้ 3 คันขนสำนวนจำนวนหลาย 10 ลังคดี 44อดีตสส.พรรคก้าวไกล ที่ลงชื่อแก้ไขประมลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีผิดจริยธรรมร้ายแรง
เมื่อเวลา 09.15 น.พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจศาลและเจ้าหน้าที่ศาลใช้รถเข็นทยอยขนสำนวนจากรถตู้ของป.ป.ช.ขึ้นไปยังอาคารศาลฎีกา โดยมีเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.และเจ้าหน้าที่ศาลตรวจเช็คจำนวนสำนวนอย่างใกล้ชิด โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะเดินเข้าไปยังอาคารศาลฎีกา
สำหรับคดีนี้มาจาก เมื่อปี 2564 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นผู้นำชื่อรวบรวมสส.ในพรรคจำนวน 44 คน ซึ่งไม่ครบทุกคน ยื่นเสนอชุดร่างกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชนจำนวน 5 ฉบับ รวมถึงมีร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อประธานรัฐสภา
โดย 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกลที่ถูกป.ป.ช.ยื่นคำร้องนั้นมี 10 คนที่ดำรงตำแหน่งสส.พรรคประชาชนอยู่ในขณะนี้ เป็นสส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ได้แก่ 1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค 3.นายรังสิมันต์ โรม 4.นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง 5.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 6.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม 7.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ 8.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และสส.แบบแบ่งเขตจำนวน 2 คน ได้แก่ นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายเท่าภิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.ทั้งนี้หากศาลฎีกาประทับรับฟ้อง องค์คณะอาจพิจารณาให้ผู้ที่ยังทำหน้าที่เป็นส.ส.อยู่ หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้
ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมกรณีที่ ป.ป.ช. เตรียมยื่นเอกสารร้องต่อศาลฎีกา กรณี 44 อดีตสส.พรรคก้าวไกล ที่เข้าชื่อแก้ไขมาตรา 112 ผิดจริยธรรมร้ายแรง ว่า กระบวนการปกติที่รับทราบ หากไม่มีการเร่งรัด ศาลจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งคงต้องรอหลังจากสงกรานต์ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เสียสมาธิในการอภิปรายนโยบาย เราพร้อมทำหน้าที่เต็มที่ แต่ก็ไม่ประมาท หากมีคนกดปุ่มเร่งรัดขอให้ประชาชนช่วยกันจับตา
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. ระบุว่าการอภิปรายครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้มีพูดคุยกับนายเท่าที่พิภพ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และคนที่อยู่ในข่ายของ 44 สส. ทุกคนที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ในสภายังทำหน้าที่เต็มที่ ไม่มีใครเสียกำลังใจ ถึงเวลาหากต้องมีอุบัติเหตุทางการเมือง เชื่อว่าสิ่งที่พวกเรามารวมตัวทำงานการเมืองในวันนี้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะจะอยู่ตรงไหน บทบาทไหน พร้อมขยับเขยื้อนการเมืองเพื่อประชาชนต่อไป
ขณะที่ นายสุริยัณห์หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอธิบายขั้นตอนการพิจารณาพิพากษาคดีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ว่าตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 235 (1) ประกอบมาตรา 226 วรรคเจ็ด กำหนดให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาวินิจฉัยกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระหรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560
โดยกระบวนพิจารณาของศาลฎีกาในเรื่องนี้ จะมีระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 กำหนดขั้นตอนปฏิบัติไว้ ซึ่งสรุปได้ดังนี้ 1.เมื่อมีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแล้ว ในกรณีที่ศาลเห็นว่า คำร้องไม่ถูกต้อง ศาลอาจสั่งให้ผู้ร้องแก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดได้ หากผู้ร้องไม่ดำเนินการ ศาลมีอำนาจสั่งไม่รับคำร้องนั้นทั้งหมดหรือบางส่วน 2.หากคำร้องถูกต้องแล้ว ศาลจะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย แล้วส่งสำเนาคำร้องให้ผู้คัดค้าน หรือแจ้งให้ผู้คัดค้านมารับสำเนาคำร้อง 3.เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้อง ผู้คัดค้านต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และศาลจะแจ้งคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ 4.ศาลจะประกาศกำหนดวันนัดพิจารณาครั้งแรกให้คู่ความทราบไม่น้อยกว่า 5 วันก่อนวันนัด และกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐานและวันไต่สวนเมื่อการไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลจะมีคำพิพากษาต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี