วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569
วันนี้ 10 เมษายน 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ได้โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์ร้อน กรณี ป.ป.ช. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเอาผิดจริยธรรมร้ายแรงอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล ปมแก้ไข ม.112 โดยมีเนื้อหาต้นฉบับระบุว่า "จาก "ยุบพรรค" ถึง "ดาบจริยธรรม": ชำแหละยุทธศาสตร์ล้างบางขุนพล 44 สส.
ยุทธศาสตร์การเมืองไทยกำลังเข้าสู่บทใหม่ที่เข้มข้นที่สุดอีกครั้ง เมื่อ ป.ป.ช. ขยับยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อเอาผิดทางจริยธรรมร้ายแรงกับอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไข ป.อาญา มาตรา 112 โดยมีจุดเชื่อมโยงสำคัญจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 20/2567 (คดียุบพรรคก้าวไกล) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567
.jpg)
1. หัวใจของคำฟ้อง: "นิติบัญญัติ" ไม่ใช่เกราะกำบังจริยธรรม ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือการที่ ป.ป.ช. ยืนยันว่า แม้ สส. จะมีสิทธิในการเสนอแก้ไขกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ แต่สิทธินั้นไม่ได้อยู่เหนือ "มาตรฐานทางจริยธรรม"
เนื้อหา + พฤติการณ์: ป.ป.ช. มุ่งพิจารณาว่า "เนื้อหา" ของร่างกฎหมาย และ "พฤติกรรม" ของผู้เสนอ มีความไม่สมควรประการใด
พันธะผูกพัน: เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าพฤติการณ์นี้เป็นการ "เซาะกร่อนบ่อนทำลาย" ข้อเท็จจริงนี้จึงกลายเป็นอาวุธสำคัญที่ผูกพันทุกองค์กร และย่อมมีผลถึงการพิจารณาทางจริยธรรมว่า สส. ได้พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นกลาง หรือกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง สส. หรือไม่
2. 10 ขุนพลพรรคประชาชน: ความเสี่ยงหน้างานในสภา จากการตรวจสอบพบว่าในบรรดา 44 คนนั้น มี 10 สส. ที่ยังคงทำหน้าที่อยู่ในสภาปัจจุบันภายใต้สังกัด พรรคประชาชน ได้แก่ สายบัญชีรายชื่อ: ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ศิริกัญญา ตันสกุล, รังสิมันต์ โรม, วาโย อัศวรุ่งเรือง, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สายเขต: ธีรัจชัย พันธุมาศ และ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผลกระทบที่ต้องจับตา: หากศาลฎีการับคำร้อง ทั้ง 10 ท่านนี้จะต้อง "หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที" (เว้นแต่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น) ซึ่งจะทำให้ฝ่ายค้านเสียขุนพลระดับมันสมองไปพร้อมกันในคราวเดียว
.jpg)
3. ทางรอดของ 44 สส. ผู้ถูกร้อง
1)หาก สส. สามารถอธิบายได้ว่า เหตุใดจึงไม่ขอแก้ไขกฎหมายคุ้มครองผู้แทนรัฐต่างประเทศซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยจากการถูกหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย (มาตรา 134 ป.อาญา) ทำนองเดียวกับคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย (มาตรา 112) ก็อาจรอดพ้นจากปัญหาการเลือกปฏิบัติ
2) แยกความรับผิดรายบุคคล
ในคดีฝ่าฝืนจริยธรรม ศาลฎีกาน่าจะพิจารณาเป็น "รายบุคคล" ซึ่งต่างจากคดียุบพรรคการเมืองที่ต้องพิจารณาบริบทขององค์กรกลุ่มโดยรวม
ทัศนะการต่อสู้: หาก สส. ท่านใดมีเพียงพฤติกรรมเพียง "เข้าชื่อร่วมแก้ไขกฎหมาย" โดยไม่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงนอกสภา (เช่น การปราศรัยรุนแรง หรือกิจกรรมที่กระทบต่อสถาบันฯ) ก็อาจจะมีโอกาส "รอด" มากกว่า
และเน้นความได้สัดส่วน (proportionality) ซึ่งไม่ได้จบแค่การพ้นตำแหน่ง แต่มันคือการ "เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป" อันเป็นการปิดตายเส้นทางเมืองยิ่งกว่าคดียุบพรรคที่โดนเพียง 10 ปี
4. บทสรุป: บรรทัดฐานใหม่ของการเมืองไทย คดีนี้อาจเป็นการสร้าง "กำแพงจริยธรรม" ชุดใหม่ ที่จะทำให้เส้นแบ่งระหว่าง "หน้าที่นิติบัญญัติ" กับ "ความรับผิดชอบทางจริยธรรม" เลือนรางลง
การเคลื่อนไหวทางการเมืองในอนาคต สส. จะต้องระมัดระวังอย่างมหาศาล เพราะ "พฤติกรรมนอกสภา" จะมีผลต่อการนำมาผูกรวมกับ "งานในสภา" อันเป็นเหตุแห่งการตัดสินโทษประหารชีวิตทางการเมืองได้
และอาจเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของหลักนิติรัฐ เสรีภาพฝ่ายนิติบัญญัติ และสมดุลอำนาจทางการเมืองไทย [⚖️]
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ 10/4/69"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี