"หมอวรงค์"จี้"อนุทิน-พิพัฒน์"แจงให้ชัด น้ำมันกว่า 700 ล้านลิตรหายจากระบบ หรือแค่ตัวลมเบิกชดเชยกองทุนน้ำมัน สร้างความเสียหายกว่าหมื่นล้านบาท หากยังเฉย รอตั้ง กมธ.สอบ ลั่นได้เห็นรัฐมนตรีติดคุกแน่
10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แถลงข่าวถึงกรณีความผิดปกติของปริมาณน้ำมันดีเซลในประเทศ ว่า ตนพบความผิดปกติอย่างร้ายแรงที่เข้าข่ายเป็นขบวนการทุจริตปล้นชาติ ในรูปแบบของน้ำมันที่หายไปจากระบบในช่วงวิกฤต โดยจากการตรวจสอบข้อมูลทางการจากกรมธุรกิจพลังงาน พบความผิดปกติในช่วงกลางเดือนถึงสิ้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งคาดการณ์ได้ว่ามีน้ำมันดีเซลหายไปจากระบบประมาณ 600 - 700 ล้านลิตร โดยมีหลักฐานเชิงสถิติระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว มีการรายงานยอดการส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการทั่วประเทศสูงถึง 70 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งสูงกว่าภาวะปกติในเดือนม.ค.ที่มียอดจ่ายเพียง 51 ล้านลิตรต่อวันอย่างมาก ที่น่าสังเกตคือ ในช่วงที่ตัวเลขรายงานว่ามีการจ่ายน้ำมันสูงถึง 70 ล้านลิตร ประชาชนกลับหาเติมน้ำมันไม่ได้ ถูกจำกัดปริมาณการเติมเพียง 500 - 1,000 บาทต่อคัน แต่ในปัจจุบันที่ยอดจ่ายน้ำมันลดลงเหลือเพียง 37 - 46 ล้านลิตรต่อวัน แต่ประชาชนกลับเติมน้ำมันได้ตามปกติและไม่มีการขาดแคลน
"น้ำมันส่วนเกินปริมาณมหาศาลนี้อาจเป็นน้ำมันลม น้ำมันเก๊ หรือน้ำมันที่มีแต่ตัวเลขในบัญชีแต่ไม่มีตัวน้ำมันจริง เพื่อใช้เป็นช่องทางในการเบิกเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งในช่วงดังกล่าวมีการชดเชยสูงถึงลิตรละ 15 - 20 กว่าบาท หากคำนวณจากปริมาณ 600 ล้านลิตร จะคิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากการปล้นภาษีประชาชนสูงถึงกว่าหมื่นล้านบาท" นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ทรายว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับเรื่องนี้ป็นคดีพิเศษ ซึ่งตนอยากแนะนำว่าไม่ใช่เพียงแค่การลงตรวจเส้นทางรถขนส่งน้ำมัน ตรวจจีพีเอส เหมือนที่คณะทำงานของกระทรวงพลังงานทำ ซึ่งตนมองว่าเหมือนเล่นปาหี่ ลแไม่เกิดประโยชน์ เพราะเหตุการณ์ผ่านมานานแล้ว สิ่งที่ควรทำคือการตรวจสอบทางบัญชี ระหว่างโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นน้ำ กลางน้ำหรือ คลังน้ำมัน และปลายน้ำคือสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งจะทำให้เห็นความจริงได้ทันทีว่าใครเป็นคนโกง อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ไปยื่นหลักฐานต่อดีเอสไอ ทำได้เพียงให้คำแนะนำเท่านั้น และขอให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สุ้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ให้มาชี้แจงในเรื่องนี้ เร็วที่สุดคือภายในวันนี้ เพราะหลังจากนี้ก็จะเป็นช่วงหยุดสงกรานต์แล้ว ต้องมาตอบตรงนี้ให้ชัดเจน ก็จะได้เคลียร์ไป หากไม่มา แล้วพอพวกตนเข้าสู่การตั้งกรรมาธิการตรวจสอบเรื่องนี้ ถึงตอนนั้นหลักฐานจะรัดแน่นจนดิ้นไม่หลุดและเห็นรัฐมนตรีติดคุกแน่นอน
เมื่อถามว่า รัฐมนตรีที่จะติดคุกนั้นเป็นเพราะบริหารจัดการเรื่องพลังงานผิดพลาด หรือเป็นเพราะการเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตน้ำมัน นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนดูกระบวนการนี้แล้ว ตนไม่เชื่อว่าฝ่ายการเมืองจะไม่รู้เรื่อง แต่ต้องยอมรับว่าข้อมูลที่ตนได้รับมายังไม่พอที่จะไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่สามารถสามารถคาดการณ์ได้ว่ามีขบวนการปล้นน้ำมันชาติ สังเกตว่าข้อมูลส่วนหนึ่งมาที่กรมธุกิจน้ำมันซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ แสดงว่าหน่วยงานว่าหน่วยงานรัฐก็เล่นกับเขาด้วย และตนเชื่อว่าเชื่อมโยงกับผู้จ่ายน้ำมันรายใหญ่ แน่นอนว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่ทราบจริงๆ หรือที่ปล่อยให้ประชาชนขาดแคลนน้ำมันแล้วมาบอกว่าเป็นเพราะประชาชนกักตุนน้ำมัน เป็นไปไม่ได้ แต่ข้อมูลยังไม่แน่น เลยยังไม่ฟ้อง แต่เรียกร้องให้มาชี้แจง ตนแฟร์กับเขาอยู่แล้ว ถ้าเคลียร์ได้ก็โอเค ถ้าเคลียร์ไม่ได้ตนกจะทำหน้าที่ต่อ
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับมาตรการเปิด - ปิดสถานีบริการน้ำมันเป็นเวลาหลังวันที่ 20 เม.ย.เพื่อยืดอายุการใช้น้ำมันสำรอง นพ.วรงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันการเติมน้ำมันเริ่มคล่องตัวแล้ว และปริมาณการจ่ายน้ำมันในตอนนี้ก็ต่ำกว่าช่วงเดือน ม.ค.แต่ประชาชนยังมีน้ำมันใช้เพียงพอ จึงเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการดังกล่าวในขณะนี้ เว้นแต่จะเกิดการขาดแคลนจริงในอนาคต พร้อมย้ำว่าการขาดแคลนในเดือน มี.ค.นั้นเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง
"ขบวนการนี้เปรียบเสมือนสมการการโกง ที่ประกอบด้วย นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ หากรัฐบาลไม่สามารถเคลียร์ความโปร่งใสเรื่องน้ำมันหายนี้ได้ ก็อาจส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เมื่อมีการใช้อำนาจคณะกรรมาธิการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต" นพ.วรงค์ กล่าว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี