วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569
"แสวง" โพสต์เฟซบุ๊กร่ายยาว ย้ำ กกต.จัดเลือกตั้งยึดหลัก "โปร่งใส ตรวจสอบได้" ถามมีขั้นตอนใดหรือใครแทรกแซงได้ ชี้การกล่าวหาปราศจากข้อเท็จจริงไม่เหมาะสมเป็น "วิญญูชนในระบอบปชต."
วันที่ 16 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวง บุญมี เลขา กกต. โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ในลักษณะตอบคำถามเกี่ยวกับ "ความโปร่งใสกับการเลือกตั้ง... ความสำคัญของความโปร่งใส...ความโปร่งใสดูจากอะไร...เราจัดการเลือกตั้งบนหลักการอะไร... กกต. จัดการเลือกตั้งโปร่งใส ถูกแทรกแซง หรือโกงได้หรือไม่..."
นายแสวง กล่าวถึงความโปร่งใสกับการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ที่ถูกกำหนดไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนว่าการเลือกตั้งที่โปร่งใสจะทำให้เป็นที่ยอมรับทั้งกระบวนการและทำให้ระบบการเมืองชอบธรรมในที่สุด ส่วนความสำคัญของความโปร่งใสจะป้องกันและดูแลให้กระบวนการเลือกตั้งปราศจากการแทรกแซงหรือทุจริตจากผู้มีอำนาจทางเมือง เช่นพรรคการเมือง นักการเมืองหรือผู้สมัคร /ผู้จัดให้มีการเลือกตั้ง เช่น กกต. และสำนักงาน กกต. รวมไปถึงผู้ปฏิบัติงาน เช่น คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หรือคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง หรืออนุกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง
ขณะที่ความโปร่งใสนั้นดูจากการต้องเห็นเท่ากันในกระบวนการเลือกตั้งในบางขั้นตอนที่เปิดเผยได้และต้องเปิดให้ดู ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัคร พรรคการเมือง กกต.และผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งประชาชนและสื่อต่างๆ เช่นผู้มีสิทธิไปออกเสียงในหน่วย การอ่าน ขีดและเขียนคะแนนและผลรวมคะแนนแบบ สส.5/18 ที่ปิดไว้หน้าหน่วย และ"ต้องรู้เท่ากัน"ในกระบวนการเลือกตั้งในบางขั้นตอนที่ไม่อาจเปิดเผยให้ดูและเห็นด้วยตา ต้องรู้เท่ากันว่าขั้นตอนในกระบวนการทำงานอย่างไร และสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้อย่างเปิดเผยได้จากระบบโดยไม่ต้องร้องขอหรือตามข้นตอนที่กำหนดที่อำนวยความสะดวกพอสมควร เช่นการรวมคะแนนทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ
ขณะที่กระบวนการ "ต้องตรวจสอบได้" โดยทุกคนสามารถตรวจสอบได้อย่างสะดวกและทันท่วงที กรณีหากเห็นว่า กปน.อ่าน ขาน ขีดหรือรวมคะแนนไม่ตรงกับบัตรเลือกตั้ง สามารถทักท้วงหรือยื่นคำร้องเสนอต่อ กกต.ให้พิจารณา รวมถึงหากพบว่าผลรวมคะแนนไม่ตรงกับที่มีข้อมูล หรือไม่ตรงตามแบบ สส.5/18 ที่ติดไว้หน้าหน่วยหรือไม่ตรงกับที่ประกาศไว้เว็บไซต์ของสำนักงาน กกต. โดยระบบดังกล่าวจะป้องกันและตรวจสอบการทุจริตได้ทุกเหตุการณ์ ซึ่งผู้สมัคร พรรคการเมือง กปน. และประชาชน ต้องมีส่วนร่วมตามระบบที่ออกแบบไว้
นายแสวง ยังระบุว่าทุกกการเลือกตั้ง กกต.จัดการเลือกตั้งบนหลักการตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) คือหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยการลงคะแนนต้องไม่มีผู้ใดรู้และไม่อาจตรวจสอบได้ว่าลงคะแนนให้ใครหรือพรรคใดไม่ว่าจะเป็นอำนาจใด องค์กรใด และยึดหลักความโปร่งใสที่ออกแบบระบบให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ นอกจากนี้ยังยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอาสามาเป็น กปน.จำนวนกว่า 1,600,000 คน ทำงานบนความถูกต้อง อำนวยความสะดวกให้ร่วม 52,000,000 คนมาใช้สิทธิได้อย่างเรียบร้อย สุดท้ายหลักอำนวยความสะดวก ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าถึงสิทธิ ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ครบถ้วน และใช้สิทธิอย่างถูกต้องและเป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้งก่อนวันลงคะแนน ระหว่างวันลงคะแนน และหลังวันลงคะแนน
ส่วนคำถาม "กกต.จัดการเลือกตั้งโปร่งใส ถูกแทรกแซง หรือโกงการเลือกได้หรือไม่" นั้นนายแสวง ระบุว่าทุกการเลือกตั้งที่มักจะมีคำถามและข้อสังเกตุว่า กกต.จัดเลือกตั้งไม่โปร่งใส ไม่เป็นกลาง ตามบริบทการเมืองในช่วงเวลานั้นๆ เช่นเดียวกับการเลือกตั้ง ปี 2569 ที่เป็นกระแสมากที่สุดคือการทำหน้าที่ของ กปน.ในระหว่างการลงคะแนน การรวมและรายงานผลคะแนน พร้อมชี้แจงถึงกากรทำหน้าที่ของ กปน.ว่าในวันเลือกตั้ง มี กปน. 1,600,000 คน ในหน่วยเลือกตั้ง 100,000 หน่วย ทำงานท่ากลางสายตาผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้แทนพรรคการเมืองและผู้สังเกตการณ์จากองค์กรเอกชนหลายหมื่นคน แต่ กปน.ไม่ถึง 100 รายที่ทำหน้าที่ผิดหลง ไม่ถูกต้อง แต่ทุกเหตุการณ์ กกต.ได้ตรวจสอบแก้ไข
เนื่องจากระบบที่วางไว้สามารถป้องกันหรือตรวจสอบได้ผลดี และหากผู้มีส่วนเกี้ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้งตามบทบาทและหน้าที่อย่างแข็งขัน ก็จะทำให้ระบบมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมยอมรับว่าความผิดพลาดส่วนบุคคลย่อมเกิดขึ้นได้ท่ามกลางบริบทการเมืองที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้น แต่หากระบบที่วางไว้เข้มแข็ง แม้จะมีข้อผิดพลาดก็ไม่กระทบกับสาระสำคัญของการเลือกตั้งและตามเจตนารมณ์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ขณะที่การรายงานผลคะแนนนั้น สำนัก งานจะใช้เอกสารแบบ สส.5/18 เป็นฐานในกรรายงานผลคะแนน และปิดไว้หน้าหน่วยทั้ง 100,000 หน่วย และลงประกาศในเว็บไซต์สำนักงาน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบ ส่วนการรายงานผลคะแนนก็ดำเนินการใน 3 ช่องทาง คือผ่านระบบ ECT Report ที่จะรายงานผลไม่เกิน 95 % ซึ่งการรายงานการเกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนจาการกรอกคะแนนของ กปน.เนื่องจากมีชุดตัวเลขเป็นจำนวนมากและคะแนนของแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อไม่ตรงกันในเขต เกิดจากระบบไม่ได้ออกแบบให้นำคะแนนเข้าระบบเป็นรายหน่วยแต่ออกแบบให้กรอกแยกประเภท เมื่อคะแนนถึง 95 % ระบบจะหยุด จึงเกิดคะแนนหรือบัตรเขย่ง นอกจากนี้ก็จะรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการติดประกาศ 400 เขตเลือกตั้ง และการรายงานผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ที่ติดไว้หน้าศูนย์ประสานงานเขตเลือกตั้ง หลังวันเลือกตั้งหนึ่งวัน คือวันที่ 9 ก.พ. 2569
"จะเห็นได้ว่าข่าวคะแนนเขย่ง บัตรเขย่ง จะไม่เป็นข่าวเลยถ้าดูทั้งระบบ จึงไม่มีข่าวจากผู้สมัครและพรรคการเมืองในวันถัดจากวันเลือกตั้งเลยเรื่องบัตรเขย่งหรือคะแนนเขย่ง เพราะบุคคลดังกล่าวได้ทราบผลรวมคะแนนแบบครบทุกหน่วยอย่างไม่เป็นทางการจากช่องทางนี้แล้ว ที่เป็นข่าวกรณีบัตรเขย่งก็เฉพาะบางส่วนที่ยังยึดติดกับคะแนนแบบ ECT REPORT ที่ทำไว้ใช้ประโยชน์เฉพาะวันเลือกตั้งเท่านั้น ละเลยที่จะไปดูคะแนนแบบไม่เป็นทางการในช่องทางนี้"
นายแสวง ยังตั้งคำถามในเชิงตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการจัดการเลือกตั้ง มีขั้นตอนหรือผู้ใดสามารถแทรกแซงหรือทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้บ้าง มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงทำให้เห็นว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม รวมถึงมีประเทศไหนที่กระบวนการจัดการเลือกตั้งเปิดให้รู้เห็นและตรวจสอบได้มากกว่าประเทศไทย
"การกล่าวหา ที่ปราศจากข้อเท็จจริง น่าจะเป็นการไม่เหมาะสมกับเป็นวิญญูชนในระบอบประชาธิปไตย" นายแสวง กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี