วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569
กอ.รมน.ลุยปิดช่องโหว่
ผุดรั้วแดนใต้
ยาว185กม.สกัดภัยคุกคาม
ดัดหลังค้ายา-ขนของเถอน
ทวีปูดผู้มีอำนาจสั่งยิงสส.
กอ.รมน.เอาจริงลุยปิดช่องโหว่ชายแดนใต้ ชงแผนสร้างรั้วความมั่นคงความยาว 185 กิโลเมตร สกัดขบวนการลักลอบขนยาเสพติด-ของเถื่อน ด้าน“สส.กมลศักดิ์”น้ำตาซึมหลังประชาชน พร้อมผู้นำศาสนา นับพันคนร่วมพิธีละหมาดฮายัต ทวงความเป็นธรรม ด้าน “ทวี”ปูดผู้มีอำนาจบงการคดีลอบยิงและมีการฝึกซ้อมก่อนลงมือก่อเหตุ หนุนตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบคดี
เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก «ทีมโฆษก กอ.รมน.»โพสต์ข้อความระบุว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า เดินหน้า “ปิดช่องโหว่ชายแดน” เตรียมชงแผนสร้างรั้วความมั่นคง 185กม.สกัดภัยคุกคามทุกรูปแบบ
โดยพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ลงพื้นที่ด่านศุลกากรบูเกะตา จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–มาเลเซีย โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง บูรณาการการทำงานร่วมกับศุลกากรอย่างใกล้ชิด เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายข้ามแดน
จากการประเมินพื้นที่พบว่า แนวชายแดนบริเวณด่านบูเกะตามีลักษณะเป็น “ชายแดนธรรมชาติ” ระยะทางยาวกว่า 185 กิโลเมตร ซึ่งเอื้อต่อการลักลอบกระทำผิด ทั้งการขนสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด และการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า จึงเตรียมเสนอแผนก่อสร้าง “รั้วความมั่นคง” ตลอดแนวพื้นที่เสี่ยง เพื่อยกระดับการควบคุมชายแดน ลดช่องว่างการแทรกซึม และเสริมประสิทธิภาพการป้องกันภัยคุกคามในทุกมิติ กอ.รมน.พร้อมบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อประเทศชาติมั่นคง ประชาชนปลอดภัย
หากพบเหตุหรือเบาะแสที่กระทบต่อความมั่นคง สามารถแจ้งได้ที่ สายเหตุความมั่นคง 1374 ตลอด 24ชั่วโมง
ด้าน ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า วิธีการแก้ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือช่วยกัน กองทัพทำเองตามลำพัง ไม่ได้หรอกกระแสความพยายามอยากให้พล.ท.นรธิป โพยนอก พ้นจากพื้นที่ เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ขอโทษที่ทำให้หลายฝ่ายไม่สบายใจไปแล้ว
ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า สำหรับตนเห็นต่างจากนักวิเคราะห์อื่นๆว่าท่านแม่ทัพเป็นข้อจำกัด หรือถูกมองว่าไม่ใช่คนในพื้นที่ ไม่เข้าใจงานความมั่นคงจังหวัดชายแดนใต้ ตนขออธิบายการที่ว่า ทำไมพล.ท.นรธิป ถูกส่งมาเป็นแม่ทัพภาคที่4 ด้วย 3 เหตุผลหลักคือ
1. ไม่ใช่เพราะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น รมว.กลาโหม และ ผบ.ทบ.เท่านั้น แต่เพราะหลักนิยม และหลักคิดของกองทัพบก เชื่อว่า นายทหารที่มาจากกองทัพภาคที่ 2 ทุกคน ผ่านประสบการณ์ ถอดบทเรียนและความสำเร็จในการต่อสู้สงครามทางความคิด ภัยคอมมิวนิสต์กับคนไทยร่วมชาติมาแล้ว ซึ่ง ผบ.ทบ.ปัจจุบัน จะเกษียณในปี 2570 พร้อมกับ พล.ท.นรธิป คงมีความตั้งใจในห้วง 3 ปีการเป็นผู้บัญชาการทหารบกของท่านอยากเห็น ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมตามแนวทางที่ฝ่ายยุทธการออกแบบไว้ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่วางเป็นหมุดหมายว่า ปี 2570 สันติสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จะสุขสงบร่มเย็น ก่อนที่ ผบ.ทบ.จะเกษียณไป
2. การมาของพล.ท.นรธิป จึงไม่ใช่วิถีแห่งสายเหยี่ยว ไม่ให้คนไทยต้องเข่นฆ่ากัน การแก้ปัญหาด้วยความเข้าใจ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนเข้าถึงมวลชน อาจจะไปสร้างวิตกกังวลต่อกลุ่มขบวนการในพื้นที่ไม่มากก็น้อย เพราะแม่ทัพคนนี้ เห็นพ้องกับ ศอ.บต. และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ที่จะผลักดันจัดตั้งโครงการวิทยาลัยอิหม่ามและอิสลามศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและวิทยฐานะ ของครูสอนศาสนาในพื้นที่ หากบรรลุเป้าหมายตรงนี้ น่าจะสร้างการยอมรับถึงการแสดงความจริงใจของรัฐที่มีต่อประชาชนในพื้นที่
3. แม่ทัพภาคที่4 ที่ผ่านมา ที่มาจากนายทหารนอกพื้นที่ ก็ทำงานประสบความสำเร็จได้ และได้รับการยอมรับ อาทิ พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร มาจาก รองแม่ทัพภาคที่ 2นายทหารนักการพัฒนา และพล.ท.ปราการ ชลยุทธ์ นายทหารม้าจากกองทัพภาคที่3เป็นต้น เพราะคลังข้อมูลความมั่นคงในภารใต้ แม่ทัพหลายท่าน ที่มาจากทัพภาคอื่น ส่วนใหญ่เคยผ่านประสบการณ์ภาคสนามในจังหวัดชายแดนใต้หลายคน สมัยที่เป็นผู้การทหารพรานบ้าง ผู้การหน่วยเฉพาะกิจ ภาคสนาม จึงเข้าใจบริบทปัญหาพอสมควร
“ผมเข้าใจว่าความเคลื่อนไหวอันบริสุทธิ์ใจของสมาพันธ์ฯ ในพื้นที่ ที่ไม่ต้องการแม่ทัพยูรอยู่ในพื้นที่เพราะเกรงว่าสถานการณ์จะลุกลามบานปลายและผมเข้าใจว่า มันกระทบกระเทือนจิตใจของพวกท่าน ผมว่ากังวลใจว่า กลุ่มผู้ไม่หวังดีจะฉวยโอกาสซ้อนทับ เข้าทางไปขยายผลต่อ ผมอยากให้ต่างฝ่ายต่างถอยกันคนละก้าว ทางรูปคดีคนร้ายลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ ก็ต้องทำต่อไปไม่ให้เป็นมวยล้ม ถ้าทำได้น่าจะทำให้บรรยากาศคลี่คลายมากขึ้น”ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวย้ำ
วันเดียวกัน ที่สนามตาดีกาจำปากอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส มีพิธีละหมาดฮายัต เนื่องในวาระครบ 1 เดือน ในเหตุการณ์ลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ โดยมีชมรมอิหม่าม ชมรมตาดีกา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายองค์กรเยาวชน มุสลิมะห์ ชมรมโต๊ะครู ชมรมโรงเรียนเอกชน อ.บาเจาะ พรรคประชาชาติ และศูนย์ทนายความมุสลิม มาร่วมพิธีกว่า 2,000 คน
ทั้งนี้ นายกมลศักดิ์ และประชาชนต่างเข้ามาสวมกอด และให้กำลังใจนายกมลศักดิ์จนน้ำตาซึม พร้อมกล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจว่า จะทำงานการเมืองต่อไป จะขอสู้เพื่อประชาชนพร้อมเคียงข้างประชาชนจะไม่ถอยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ขณะที่ ดร.มูฮัมหมัดลาเตะ ลาเตะ ได้อ่านแถลงการณ์ในนามตัวแทนภาคประชาชน โดยระบุอย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์กราดยิงเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงแค่การทำร้ายบุคคล แต่เป็นการบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม
โดยแถลงการณ์ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวผู้ลงมือ แต่ต้องขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกคน ไร้สองมาตรฐาน ยุติการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างศักดิ์สิทธิ์และเท่าเทียม เร่งคลี่คลายคดีเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนคืนมา
ส่วน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เดินทางไปให้กำลังใจนายกมลศักดิ์ ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยมีนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าร่วมคณะของ พ.ต.อ.ทวี ด้วย
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นยังมีหลายประเด็นที่ชาวบ้านเฝ้าจับตา โดยเฉพาะเรื่องรถที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งปรากฏหลักฐานชัดเจน ว่ามีรถ 2 คัน รวมถึงรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ที่ติดตาม สส.มาจากสนามบินหาดใหญ่ ทางพรรคขอตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถคันดังกล่าวอย่างเต็มที่แล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการฝึกซ้อมยิงปืนก่อนลงมือก่อเหตุ เชื่อว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของคนร้าย ทำให้นายกมลศักดิ์ รอดชีวิตมาได้
“เราเห็นภาพชัดว่ามีการบงการจ้างวานอย่างชัดเจนจากผู้มีอำนาจ และจุดเชื่อมโยงสำคัญก็อยู่ใน จ.นราธิวาส จึงขอให้ชุดทำงานได้ใช้ความรอบคอบ และดำเนินการอย่างเป็นอิสระ ส่วนการตั้งคณะกรรมการอิสระนั้น เราพร้อมสนับสนุน” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
ด้านนายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวย้ำว่า คดีนี้ไม่ใช่แค่ความเสียหายส่วนบุคคล แต่กระทบต่อมิติความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน การสืบสวนสอบสวนต้องยกระดับ จากการพึ่งพาพยานบุคคลเพียงอย่างเดียว ไปสู่การใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหลักฐานที่ดัดแปลงไม่ได้
นายอับดุลเราะมัน กล่าวต่อว่า ขอฝากเตือนไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ว่าไม่ควรนำกระแสสังคมหรือข้อมูลมาด้อยค่า เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของเหยื่อ เพราะสิ่งที่ทุกคนต้องการคือความจริงที่จะนำไปสู่ความยุติธรรม
“พรรคประชาชาติ และพรรคประชาชน ขอให้รัฐบาลกำชับให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทำงานอย่างตรงไปตรงมา เพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นให้กลับมา แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะมีการจับกุมผู้ก่อเหตุไปแล้วบางส่วน แต่คดียังไม่คลี่คลาย รวมถึงยังมีการใส่ร้ายป้ายสีในโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง”นายอับดุลเราะมันกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี