วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569
พายุฤดูร้อนส่งผลให้เกิดฝนตก-ลูกเห็บถล่ม 2 อำเภอ ใน จ.นครพนม บ้านเรือน ร้านค้า พังเสียหายยับ ส่วนจ.สุรินทร์ หลังคาโรงเรียนปลิวหาย ขณะที่ จ.เชียงรายบ้านพังหลายสิบหลัง นายกฯ เตรียมยกทีมรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามมาตรการแก้ปัญหาไฟป่า-ฝุ่นพิษ ครอบคลุมทุกมิติ เห็นผลรูปธรรม
เมื่อวันที่ 19เมษายน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 เมษายนนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จะนำรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีกลุ่มคลัสเตอร์ รัฐมนตรีที่กำกับดูแลพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานตามภารกิจลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามและขับเคลื่อนการแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคเหนือ
สำหรับภารกิจครั้งนี้ นายกฯ ร่วมกับรัฐมนตรีกลุ่มคลัสเตอร์ รัฐมนตรีที่กำกับดูแลพื้นที่ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะประชุมติดตามการแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ร่วมกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) พร้อมทั้งมอบนโยบายและข้อสั่งการเชิงรุกในพื้นที่ เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งมาตรการด้านการเกษตรในพื้นที่สูง มาตรการเพื่อลดห้ามการนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีกระบวนการผลิตเกี่ยวข้องกับการเผา มาตรการด้านสุขภาพของประชาชน ตลอดจนการช่วยเหลือและสนับสนุนการควบคุมไฟป่าในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ รวมถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
“นายกฯ ห่วงใยและกังวลถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างยิ่ง จึงนำรัฐมนตรีทั้งตามภารกิจและกลุ่มคลัสเตอร์ ลงพื้นที่พร้อมกันในครั้งนี้ เพื่อทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันประเมินและยกระดับมาตรการการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป้า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กให้ครอบคลุมภัยพิบัติ ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม ภาคเกษตรกรรม ภาคการท่องเที่ยว และด้านสาธารณสุขในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งแผนการช่วยเหลือและสนับสนุนการควบคุมไฟป่าในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ที่ผ่านรัฐบาลร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ควบคู่กับมาตรการระดับพื้นที่ เพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้าและแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน” น.ส.รัชดา กล่าว
ส่วนสถานการณ์พายุฤดูร้อน ที่ จ.นครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดพายุฤดูร้อน ส่งผลให้มีฝนฟ้าคะนอง และลูกเห็บตกในบางพื้นที่ของ อ.ธาตุพนม โดยเต็นท์ร้านค้าหน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร รวมถึงบ้านเรือนราษฎรแถบริมแม่น้ำโขง ถูกลมกระโชกแรงจนหลังคาบ้านปลิวเสียหายหลายหลัง ต้นไม้หักโค่นทับเส้นทาง และยังทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง
นอกจากนี้ในช่วงกลางดึกวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ได้เกิดพายุพัดถล่มในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยเฉพาะบริเวณตลาดโต้รุ่งเทศบาล ต.เรณูนคร ถือว่าได้รับผลกระทบเป็นครั้งที่ 2 แล้วในรอบปี เนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ก็มีพายุพัดแรงจนแผงลอย เต็นท์พังเสียหาย โดยครั้งนี้พายุลมแรงกว่าครั้งก่อน กวาดเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ปลิวเสียหาย เช่น รถเข็นขายของ ถูกลมพายุซัดจนกองระเนระนาดเป็นจำนวนมาก พ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านต่างต้องหาที่หลบกันอย่างโกลาหล
สำหรับก่อนหน้านี้พายุฤดูร้อน ยังได้พัดถล่ม อ.นาแก อ.ท่าอุเทน อ.นาทม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ทำให้บ้านเรือนหลายสิบหลัง พังเสียหายเหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาสถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม ได้นำรถบรรทุก ร่วมกับ อบต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน สำรวจความเสียหาย และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น
ทั้งนี้ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ออกประกาศฉบับที่ 8 เรื่องพายุฤดูร้อน มีผลกระทบถึงวันที่ 20 เมษายน 2569 ว่าจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าในบางพื้นที่ บริเวณ จ.เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น และชัยภูมิ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณา สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแกร่งให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต สัตว์เลี้ยง รวมถึงดูแลสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง
ที่ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างหนักใน อ.ท่าตูม ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านชายทุ่ง ต.พรมเทพ อ.ท่าตูม หลังคาอาคารเรียนพังเสียหายยับเยิน บางห้องเรียนถูกแรงลมพัดหลังคาปลิวหายจนเหลือเพียงโครงสร้างตัวอาคาร ส่วนพื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยซากหลังคาและสิ่งของที่ถูกแรงลมพัดกระจัดกระจาย
นางพร้อม ศักดิ์ศรี อายุ 58 ปี ครูประจำโรงเรียนดังกล่าวเปิดเผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นนับเป็นครั้งแรกที่เกิดกับทางโรงเรียน โชคดีที่เกิดขึ้นในช่วงปิดภาคเรียน จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นมีผลกระทบกับทางโรงเรียนอย่างมาก หากไม่ได้รับการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ทางจิตอาสา และผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินมูลค่าความเสียหายก่อนจะทำเรื่องของบประมาณในการซ่อมแซมต่อไป
วันเดียวกัน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เชียงราย รายงานความเสียหายจากพายุฤดูร้อน เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ว่าพื้นที่ อ.พาน มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายในหลายตำบล ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งสำรวจและช่วยเหลือ ส่วน ต.เวียงห้าว มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบ 52 หลังคาเรือน ต.ดอยงาม หมู่ 5 ได้รับความเสียหาย 5 หลังคาเรือน ขณะที่ ต.สันติสุขได้รับผลกระทบรวม 41 หลังคาเรือน ต.เจริญเมือง ได้รับผลกระทบ 14 หลังคาเรือน ต.ป่าหุ่ง ยังไม่มีรายงานความเสียหาย ขณะเดียวกัน ต.เมืองพาน ต.หัวง้ม และ ต.สันกลาง ยังอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย
ด้าน อบต.ดอยงาม รายงานเพิ่มเติมว่าพื้นที่หมู่ 5 มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 5 หลังคาเรือน และโรงเรือนเก็บพืชผลทางการเกษตรและคอกสัตว์ได้รับผลกระทบ 1 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการแจกจ่ายวัสดุเพื่อซ่อมแซม ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมกับออกสำรวจความเสียหายต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศว่า วันที่ 19-20 เมษายน 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ซึ่งมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนัก รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และอ่าวไทยตอนบนบริเวณประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด
วันที่ 21-22 เมษายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน เนื่องจากลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีกำลังอ่อนลง วันที่ 23–25 เมษายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้น เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด
สำหรับภาคใต้ช่วงวันที่ 19–22 เมษายน 2569 ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ จะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนช่วงวันที่ 23–25 เมษายน 2569 ภาคใต้มีฝนลดลง เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ จะมีกำลังอ่อนลง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี