533.jpg
มงคลกิตติ์ เข้าชี้แจง กกต. ปมนโยบายอวกาศ ยืนยันทำได้จริง

มงคลกิตติ์ เข้าชี้แจง กกต. ปมนโยบายอวกาศ ยืนยันทำได้จริง

วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.14 น.

‘มงคลกิตติ์’เข้าชี้แจงกกต. ยืนยัน“นโยบายอวกาศ–ผัวเมียหลายคน” ไม่เพ้อ ทำให้ประเทศก้าวล้ำ ซัดพรรคการเมืองอื่นสัญญาแล้วทำไม่ได้ควรถูกสอบย้อนหลัง ขู่กกต.ฟัน ม.157 หากเลือกปฏิบัติ ค้านขึ้น VAT 10% ซ้ำเติมคนไทย แนะรัฐซื้อโรงกลั่นลดราคาน้ำมัน กดดันพรรคร่วมอย่าหนุนรัฐบาล พร้อมจวกมาตรการช่วยคนจนไร้ผล

วันที่ 20 เมษายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตเลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ และอดีตหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เดินทางเข้าชี้แจงต่อกกต.หลังมีผู้ร้องเรียนว่า การที่ตนได้เอานโยบายต่างๆโดยเฉพาะด้านอวกาศ ไปหาเสียงช่วงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นนโยบายเกินจริง เป็นไปไม่ได้ ว่านโยบายนี้สหรัฐอเมริกาก็มีการทำ ส่งยานอวกาศโคจรไปนอกระบบสุริยะจักรวาลแล้ว ถึงขนาดต้องการที่จะนำมนุษย์ไปอยู่ที่บนดวงจันทร์ และยังมีประเทศฝรั่งเศส อินเดีย อิหร่าน ต่างประเทศต้องการแข่งขันกันในเรื่องพวกนี้ เราก็เลยนำเรื่องนี้มาใส่ในนโยบายหาเสียงของพรรค เพราะเราไม่อยากให้ประเทศไทยล้าหลัง นโยบายนี้จึงเป็นนโยบายก้าวล้ำ


ส่วนเรื่องนโยบายผัวเมีย จะชี้แจงอีกครั้งในวันที่ถูกเรียกมาตอบ แต่ก่อนหน้านี้ก็ได้หารือกับฝ่ายกฎหมายของสภาแล้ว ว่าจะต้องยื่นรายชื่อ 20 คน และให้สภายกต้นร่างกฎหมาย แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายผัวเมียมานานแล้ว แต่ก็เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ไม่ได้ จึงเป็นเรื่องที่กฎหมายตามพฤติกรรมมนุษย์ไม่ทัน เรายังคงมีเรื่องกิ๊ก เมียน้อย เมียหลวง จนปัจจุบันเรามีการแก้ไขกฎหมายให้สามารถสมรสได้ระหว่างชายกับชาย หญิงและหญิง ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าของกฎหมาย จึงเห็นว่าผู้หญิงก็ควรที่จะมีความเท่าเทียม โดยเสนอให้ผู้หญิงสามารถมีสามีได้ 4 คน ซึ่งถือว่าก็เป็นการปฏิรูปกฎหมาย สังคม วัฒนธรรม ให้ก้าวหน้าขึ้น การนำเสนอนโยบายของตน จึงเป็นตัวริเริ่มเปลี่ยนแปลงสังคมบ้านเมือง ฉะนั้นคำว่าก้าวล้ำคือก้าวล้ำทุกอย่าง

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตนก็จะชี้แจงต่อกกต.ว่าการที่พรรคอื่น ไม่ได้มองและนำเสนอนโยบายเรื่องนี้ เพราะเขาไม่ได้มองในจุดนี้ ตนไม่อยากให้ไทยล้าหลังในเรื่องอวกาศ เราอยู่ในอันดับที่ 40 ของโลก ถือว่าไกลมากเลย เรื่องนี้ก็ไม่ใช่นโยบายที่เป็นไปไม่ได้หรือเกินจริง เพราะถ้าพูดเช่นนั้นอยากหลายๆพรรค เช่น พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอนโยบายปราศรัยว่า 2 เดือนกว่า จะรวยไม่ไหวแล้ว 4 ปีเงินน่าจะล้นหมดแล้ว แล้วมันรวยจริงหรือไม่ มันก็ไม่ได้รวยจริง ส่วนเรื่องไทยไม่เทา ถามว่าแก้เทา แก้คอรัปชั่นได้หรือไม่ ก็แก้ไม่ได้ ซึ่งพรรคการเมืองเหล่านี้เป็นรัฐบาลแล้ว เขาก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าทำไม่ได้ ฉะนั้น ถ้าจะดำเนินคดีกับตนในข้อหาหาเสียงเกินจริง ก็ต้องให้ตนเป็นรัฐบาลก่อน แล้วไปพิสูจน์ว่าทำได้แค่ไหน แต่สิ่งที่กกต.ต้องดำเนินคดี คือ ต้องดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2562 ปี 2566 ที่แต่ละพรรคสัญญาแล้วทำไม่ได้กกต.ก็ต้องดำเนินคดีกับทุกคน ถ้าไม่ดำเนินคดีก็จะโดนมาตรา 157 หรือนโยบายเพิ่มเงินเดือน 24,000 บาทต่อเดือน ก็ยังทำไม่ได้ ก็ต้องดำเนินคดีด้วย  ไม่อย่างนั้นถ้ากกต.ปล่อยคนอื่นไป ก็ต้องปล่อยตนด้วย แต่ถ้าดำเนินคดีตนก็ต้องดำเนินคดีกับคนอื่นด้วยที่ออกนโยบาย

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นห่วงคือพรุ่งนี้ ประชุมสว. มีสว.เพชรบุรีระบุว่าจะมีการเสนอรัฐบาลให้เพิ่มการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% ตนขอคัดค้านเพราะเป็นการซ้ำเติมประชาชน คล้ายๆกับการขึ้นราคาน้ำมัน ที่ประชาชนทุกคนได้รับผลกระทบดังกล่าว  ตอนนี้ไม่ใช่รวยไม่ไหวแล้ว “แต่ไม่มีจะแดกไม่ไหวแล้ว" จึงไม่อยากให้สว.เสนอเพื่อขอมติ และตอนนี้ทราบว่ารัฐบาลจะมีการกู้เงินเพื่อซัพพอร์ต ราคาน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาท ตนมองว่าทางที่ดีควรจะสร้างโรงกลั่น หรือซื้อหุ้นโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาไปเลย เพราะมีกำลังการผลิตที่สูง 40-50 ต่อวัน เมื่อรัฐบาลถือหุ้นมากขึ้นก็ไม่ต้องไปอิงราคาสิงคโปร์ ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศเราลดลง ตนเสนอรัฐบาลแล้วไม่ใช่ติด่าอย่างเดียว 

นายมงคลกิตติ์ ยังฝากถึงนายราเชน เวียงตระกูล หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าพรรคของตน ว่า อยากให้กระซิบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าอย่าขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือประกาศแสดงจุดยืนว่าถ้าหากนายกรัฐมนตรีขึ้นภาษีจะถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล

"ฝากนายราเชน และพรรคเล็กพรรคน้อยอื่นๆอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนต้องคัดค้าน ไม่ใช่เป็นฝ่ายรัฐบาลแล้วเขาสั่งชิด ยืน นั่ง หมอบก็ทำตาม มีอะไรต้องพูด โดยเฉพาะนายราเชน ได้เสียงเข้ามาจนได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้มาจากการซื้อเสียงแม้แต่เสียงเดียว ฉะนั้นร่างทรงนี้ควรจะทำประโยชน์เพื่อประชาชนด้วย เผื่อสมัยหน้าท่านอาจได้เป็นอีก เพราะสมัยหน้าผมไม่ได้ช่วยท่านแล้ว เพราะฉะนั้นท่านต้องช่วยตัวเองแล้ว การช่วยตัวเองที่ดีที่สุด คือการพูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน คุณอนุทิน ไม่ได้ให้คุณราเชนเป็นผู้แทน ราษฎร แต่ประชาชนเป็นคนเลือกมาและส่วนใหญ่เขาเลือกผม เพื่อส่งให้คุณราเชนเป็นสส. ฉะนั้นอยากเป็นสส.สมัยเดียวสมัยสุดท้าย หรืออยากจะเป็นต่อก็ให้เลือกเอา" นายมงคลกิตติ์ กล่าว

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่รัฐบาลเพิ่มเงินให้ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มหัวละ 100 บาทนั้น มันช่วยอะไรไม่ได้ เพราะค่าครองชีพมันเกิน 100 ไปแล้ว ส่วนคนละครึ่งประชาชนจะใช้ได้ก็ต้องมีเงินอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งประชาชนไม่มีแล้วจะทำอย่างไร ถ้ารัฐบาลแก้ไขปัญหาแบบนี้เรื่อยๆ เชื่อว่าไม่ต้องไปเผชิญกับสารพัดม็อบ ตั้งแต่ปลายเม.ย.เป็นต้นไป  และรัฐบาลนี้ยังต้องเผชิญกับคดีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดในการเลือกตั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย หลังจากที่กกต.ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top