533.jpg
บิ๊กดุลย์สั่งสอบ  ปมธงชาติหาย

บิ๊กดุลย์สั่งสอบ ปมธงชาติหาย

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บิ๊กดุลย์สั่งสอบ

ปมธงชาติหาย

เตรียมถกสมช.

ลุ้นยกเลิกMOU

“บิ๊กดุลย์”เผยฝั่งกัมพูชายันไม่ได้ตัดเชือกธงชาติไทย-ปัดรุกล้ำอธิปไตยจ.จันทบุรีแต่ยังไม่เชื่อเขมรทั้งหมด สั่งตรวจสอบแล้ว ขณะที่นายกฯบอกยังไม่ได้รับรายงาน “สีหศักดิ์” ขอตรวจสอบปมธงชาติไทย ลั่นเจรจากัมพูชาต้องรอไทยพร้อมเท่านั้น จ่อถกสมช.หารือMOU43-44พรุ่งนี้ ลั่นแผนที่1:200,000ไม่มีผลนายกฯมอบ‘ปกรณ์’ดูข้อกฎหมายยกเลิกMOU44ให้เร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีธงชาติไทยสูญหายจากเสาธงในพื้นที่รูปตัวยู(U)บริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรีว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าหน่วยทหารในพื้นที่ว่าได้คุยกับผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่3 กองทัพบกของราชอาณาจักรกัมพูชาแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ทำ และไม่ได้รุกล้ำอธิปไตยไทยแน่นอน


“แต่เราก็ไม่ใช่เชื่อคำพูดของทางฝั่งกัมพูชาจึงสั่งตรวจสอบหาผู้กระทำแล้วซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นฝีมือคนหรือลม เพราะธงชาติไทยติดตั้งไว้นานแล้ว แต่ยอมรับว่าภาพจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าเชือกธงชาติถูกตัด เป็นเรื่องธรรมดาที่ชายแดนจะมีปัญหาเกิดขึ้น ซึ่งต้องค่อยๆแก้ไปตามสถานการณ์”พล.ท.อดุลย์ กล่าว

ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้จะสะท้อนว่ากัมพูชาเริ่มรุกเข้ามาได้ลึกขึ้นแล้วหรือไม่พลโทอดุลย์บอกว่า ก็ต้องดูตามสถานการณ์และต้องให้กำลังใจทหารในพื้นที่ มีอะไรต้องพูดคุย สอบถามเพราะสิ่งที่เขาบอกถือเป็นข่าวสารระดับหนึ่ง และขอให้ใจเย็น ค่อยๆแก้ปัญหาไป

เวลา 12.50 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีธงชาติไทย สูญหายจากเสาธงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ขณะนี้ได้รับรายงานแล้วหรือยังว่าสาเหตุเกิดจากอะไรว่ายังไม่ได้รับรายงาน

นายสีศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีธงชาติไทยหายที่บริเวณพื้นที่ตัวอยู่ บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรีว่าขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน

ส่วนการพูดคุยกับประเทศกัมพูชา ตนได้ชี้แจงมาโดยตลอด บอกว่ารอให้ไทยพร้อมก่อน ไม่ใช่ว่าจะให้เขากำหนดวันนั้นวันนี้ ซึ่งต้องตกลงร่วมกัน ไม่ใช่เสนอมาว่าเป็นวันนั้นวันนี้ การเจรจาขึ้นอยู่กับความพร้อมของฝ่ายไทย ส่วนจะนานหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพูดคุยกันและต้องมีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ให้พิจารณา

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า โดยจะมีการประชุมสมช.ในวันที่ 22 เม.ย.ส่วนตัวอยากให้มีการหารือ เรื่องMOU2543-2544โดยให้พิจารณาเรื่องMOU2544ก่อนเนื่องจากเราจะดำเนินการยกเลิก ส่วน MOU2543ก็จะนำมาหารือในรายละเอียดด้วย เมื่อถามว่ามีกลไกอะไรทดแทน MOU44ที่จะยกเลิก นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า มีอยู่แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากเป็นเรื่องท่าทีที่จะต้องไปเจรจากับฝ่ายกัมพูชา เมื่อถามอีกว่า MOU2543 จะต้องปรับอย่างไร นายสีหศักดิ์กล่าวว่า จะต้องคำนึงถึงข้อกังวลของฝ่ายต่างๆ ซึ่งมีความเห็นมาหลายทาง ที่ต้องมาดูว่า สิ่งใดจะเป็นประโยชน์ต่อการเจรจาต่อไป

เมื่อถามอีกว่าทางกองทัพห่วงการปฏิบัติการทางทหารที่ผ่านมาเลยกรอบMOU2543ไปแล้ว จะต้องปรับแก้อย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องมองในภาพรวมเนื่องจาก MOU 2543 หากมองในเรื่องความมั่นคงชายแดนจะต้องดูในภาพรวม ไม่ใช่เรื่องการปักปันเขตแดนอย่างเดียว เมื่อถามย้ำว่า ที่ระบุว่า ประชาชนกังวล เรื่องแผนที่ใน MOU2543 นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าเราก็รับทราบข้อกังวลซึ่งข้อเท็จจริงแผนที่ที่ใช้ไม่ใช่แค่แผนที่อัตราส่วน 1:200,000 เพียงอย่างเดียว ยังมีเอกสารอื่น

ผู้สื่อข่าวถามว่า แผนที่ 1:200,000 ที่ทางกัมพูชาแนบมากับ MOU 2543 จะส่งผลให้เราเสียเปรียบหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า แผนที่เป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาแต่ก็มีข้อความที่ปรากฏในสนธิสัญญา การปักปันเขตแดนต้องดูที่สันปันน้ำและต้องดูองค์รวมทั้งหมด เมื่อถามย้ำว่า การปักปันเขตแดนต้องยึดตามสันปันน้ำใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ใช่ก็ต้องดูตรงนั้นด้วย และจริงๆเรามีแผนที่ของเราซึ่งจะเอามาใช้ประกอบการพูดคุยด้วย แต่ถ้าจะคุยกัน จะต้องคุยเรื่องความมั่นคงชายแดนทั้งหมด

เวลา 13.30น.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ช่วงหนึ่งว่าสำหรับ MOU2544 ซึ่งเมื่อเช้าวันนี้ (21 เม.ย.) กลุ่มภาคประชาสังคม ไม่ว่าจะเป็น คปท. ศรส. ได้มายื่นเรื่องอยากจะให้รัฐบาลยกเลิก MOU 2544 นั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ไปดูเรื่องของกระบวนการทางกฎหมายเพื่อที่จะยกเลิก MOU 2544 ให้เร็วที่สุด

ด้านพล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผช.ผบ.ทอ.)ในฐานะผู้อำนวยศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา กล่าวถึงกรณีข้อกล่าวหาของฝ่ายกัมพูชาเกี่ยวกับการรุกล้ำและเสริมกำลังในพื้นที่ชายแดนตามที่กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 เมษายนกล่าวหาว่าฝ่ายไทยมีการรุกล้ำและเสริมกำลังในพื้นที่ชายแดนนั้นว่า ประเทศไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และขอยืนยันว่าหน่วยงานฝ่ายไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนได้ดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด ภายใต้กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลงทวิภาคีที่เกี่ยวข้องและพันธกรณีที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้แล้ว

พล.อ.อ.ประภาสกล่าวว่าขอย้ำว่าไทยยึดมั่นต่อ ถ้อยแถลงร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะหลักการสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกัน 5 ข้อได้แก่1.ให้คงกำลังทหาร ณ ที่ตั้งปัจจุบันโดยไม่มีการเคลื่อนกำลังเพิ่มเติม 2.ไม่เพิ่มกำลังตามแนวชายแดน 3.งดเว้นการกระทำอันยั่วยุซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น 4.งดการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอมที่บั่นทอนบรรยากาศของการเจรจาและความไว้วางใจระหว่างกัน 5.ใช้กลไกการสื่อสารและการประสานงานโดยตรงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน

พล.อ.อ.ประภาสกล่าวว่าในเรื่องนี้ฝ่ายไทยเห็นว่าประเด็นเกี่ยวกับพื้นที่ชายแดนและข้อกล่าวหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ควรได้รับการตรวจสอบผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่และบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ร่วมกันมากกว่าการกล่าวหาเพียงฝ่ายเดียวผ่านสาธารณะอันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ขยายความตึงเครียด และไม่เป็นคุณต่อบรรยากาศแห่งความไว้วางใจที่ทั้งสองฝ่ายพึงร่วมกันธำรงไว้

”ประเทศไทยขอยืนยันด้วยว่าการดำเนินการใดๆของฝ่ายไทยในพื้นที่ตามแนวชายแดน มีวัตถุประสงค์เพื่อการดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชนและการป้องกันมิให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเหตุบานปลาย โดยไม่ได้มุ่งเพื่อกระทบต่อกระบวนการเจรจาเขตแดนที่ยังต้องดำเนินต่อไปภายใต้กลไกที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันไว้”

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวต่อว่าศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความระมัดระวังในการให้ข้อมูลต่อสาธารณชน งดถ้อยคำหรือการสื่อสารที่อาจเป็นการยั่วยุ และร่วมกันยึดมั่นในเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงร่วม GBC สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ซึ่งให้ความสำคัญกับการลดความตึงเครียด การสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน และการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ประเทศไทยพร้อมใช้กลไกที่มีอยู่ทุกระดับอย่างสร้างสรรค์และจริงใจเพื่อให้สถานการณ์ตามแนวชายแดนเป็นไปด้วยความสงบ เรียบร้อย โปร่งใสและเอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของประชาชนทั้งสองประเทศ ความจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือ คือรากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top